posttoday
ประกาศรับสมัครคน

ประกาศรับสมัครคน

08 สิงหาคม 2558

ผมพบข้อสรุปเป็นการส่วนตัวอยู่ประการหนึ่งว่า คนจำนวนมากในสังคมเราอยากมีอำนาจแต่ไม่มีความรู้

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

ผมพบข้อสรุปเป็นการส่วนตัวอยู่ประการหนึ่งว่า คนจำนวนมากในสังคมเราอยากมีอำนาจแต่ไม่มีความรู้ ในทางกลับกันมีคนจำนวนน้อยมากมีความรู้แต่ไม่คิดอยากมีอำนาจ

ยิ่งถ้านับว่า ความรู้ตัว ความรู้ผิด รู้ชอบ เป็นหนึ่งในความรู้ที่สำคัญและอยู่ในลำดับต้นๆ แล้ว คนประเภทหลังนั้นยิ่งมีจำนวนน้อยเข้าไปใหญ่ อะไรๆ มันถึงเดือดร้อน และยุ่งขิงไม่เลิกอย่างทุกวันนี้ไงล่ะครับ

ที่ปรารภเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะตอนนี้เราขาดแคลนคนที่จะมาทำหน้าที่สำคัญๆ ในบ้านเมืองจำนวนมาก

คนอยากเป็นนั้นมีเยอะ นักวิ่งมีแยะ แต่คนที่เป็นได้และควรได้เป็นนั้น บอกตรงๆ ว่าตอนนี้น่าวังเวงมากไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน

หลายวันก่อนผมได้มีโอกาสได้คุยกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่ง พอนับนิ้ว ไล่เรียงกันถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงสำคัญของประเทศบางกระทรวง แล้วชะโงกไปดูหน้างานของบ้านเมืองซึ่งตอนนี้มีทั้งต้องแก้ไขปัญหาภายใน และต้องแข่งขันคนอื่นในโลก ผลคือ นับได้ไม่ครบนิ้ว ยิ่งส่องลงไปถึงคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถแล้ว ชวนใจสั่นจริงๆ ว่า อนาคตของคน 70 กว่าล้านที่ต้องอยู่ในมือท่านเหล่านั้น มันจะเป็นเช่นไรต่อไป

ถัดมาไม่กี่วัน พลิกอ่านหนังสือพิมพ์ดูเห็นข่าวข่าวหนึ่งแล้วแทบตกเก้าอี้ ไอ้ที่คิดว่าปัญหาเรื่องคนนั้นมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสียแล้ว เพราะลามไปถึงพระสงฆ์แล้ว

ไม่ใช่มีวัดร้างจำนวนมาก จำนวนคนบวชพระน้อยลง และคนที่มาบวชหลังๆ ก็เป็นคนที่ไม่มีโอกาสทางสังคมตามภูตามดอยเท่านั้น แต่ปัญหาคือ ตอนนี้มีพระภิกษุที่สวดพระปาติโมกข์ได้น้อยลงจนน่าเป็นห่วง

พึงเข้าใจว่า การสวดปาติโมกข์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นการทบทวนข้อบัญญัติต่างๆ พระวินัยกำหนดว่าทุกกึ่งเดือนพระภิกษุสงฆ์ต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน โดยให้มีพระรูปหนึ่งทำหน้าที่สวดปาติโมกข์
อีกรูปคอยสอบทาน รูปที่สวดต้องสวดปากเปล่าแบบนันสต็อป ถ้ารูปไหนเก่งๆ สวดคล่องๆ ก็จะตกอยู่ในราว45 นาที ส่วนผู้ทำหน้าที่สอบทานจะคอยพลิกตำราตามไปว่า ท่านที่สวดนั้น สวดถูกต้องหรือไม่ วัดไหนไม่มีพระสวดปาติโมกข์ได้ ถึงวันก็ต้องไปหาลงสังฆกรรมกับวัดที่เขาสวดได้

ตอนนี้หลายเขตปกครองสงฆ์ไม่มีพระสวดปาติโมกข์ได้ ถึงขนาดคณะสงฆ์ กทม.ต้องจัดประชุมเจ้าคณะเขต เจ้าคณะแขวง แล้วพากันทำโครงการ “ผลิตพระภิกษุผู้สวดพระปาติโมกข์ประจำวัด” ขึ้นเป็นการเร่งด่วน

นี่ไม่น่าตกใจหรือ?

เขยิบไปอีกนิด พรรคพวกเพิ่งโพสต์มาให้อ่านว่าร้านอาหารแถวสุขุมวิทประกาศรับสมัครงานแต่เนื้อหาภาษาที่โฆษณานั้นเป็นภาษาเมียนมาครับ

การงานในโลกนี้กำลังเปลี่ยนไป สังคมและผู้คนก็กำลังเปลี่ยนแปลง มีสัญญาณเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มไปหมดอาทิ ผลการวิจัยบางชิ้นระบุชัดว่า คนรุ่นใหม่ไปสมัครงานที่ไหนก็ให้ความสนใจว่าเน็ตบริษัทนั้นแรงไหม แน่นอนว่า ความมั่นคงในระยะยาวหรือค่าตอบแทนเป็นที่พอใจหรือไม่ก็เป็นประเด็น แต่ไม่สำคัญเท่ากับอย่างแรก เป็นต้น

ปัญหาเรื่องคุณภาพของคน จะเป็นวิกฤตของชาติที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่า มันมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง  บางเรื่องก็เถียงกันไม่จบ เช่น เรื่องการปฏิรูปการศึกษาซึ่งน่าเสียดายว่า คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ก็ยังไม่ได้ใช้อะไรให้เกิดมรรคเกิดผลอะไรในเรื่องนี้หลายอย่างก็เป็นปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยแว่นธรรมดา เช่น ความเป็นสังคมอุปถัมภ์ สังคมพรรคพวก การผูกขาดยาวนานทางการเมืองและเศรษฐกิจ การคอร์รัปชั่น  ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการสร้างคนในสังคมของเราเป็นอย่างยิ่ง

ถึงวันนี้คนจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ ไม่ใช่แค่นักการเมือง หลายต่อหลายวงการ เมื่อก่อนตอนผมเริ่มงานใหม่ๆ คนเหล่านั้นผมบนศีรษะดำสนิท ถึงวันนี้พวกเขาก็ยังอยู่และผมยังดำสนิทอยู่เหมือนเดิม
เพิ่งจะมาไม่กี่ปีนี้เองที่เห็นคนใหม่ๆ ได้แจ้งเกิดขึ้นมาบ้าง

ในการสร้างคนนั้น ต้องมีระบบและมีวัฒนธรรมที่แจ่มชัด

ความรู้และประสบการณ์ของคนทุกคน และคนทุกรุ่นล้วนมีคุณค่าที่ต้องใส่ใจและเรียนรู้ การผสมผสานกันระหว่างน้ำร้อนและน้ำเย็น ย่อมสร้างสรรค์พลังใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้ ยิ่งถ้าเราเปิดโอกาสให้คนได้เรียนรู้มากๆ ได้มีประสบการณ์ที่หลากหลาย เราก็จะได้คนที่มีคุณภาพและปัญหาในสังคมก็จะลดลง

มีตัวอย่างที่ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศที่น่าศึกษาครับ อาทิ การสร้างคนของปูนซิเมนต์ไทย หรือประวัติศาสตร์การพัฒนาศาลสูงของสหรัฐ ฯลฯ

ประเทศเราและสังคมเราเสียเวลากับการแก้ไขปัญหาคนอยากมีอำนาจแต่ไม่มีความรู้ไปมากเหลือเกินและยังเสียเวลากับเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ เสียทุกวัน พื้นที่ทางสังคมจำนวนมากควรจะได้เอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ก็ต้องเอามารายงานและรับรู้เรื่องพรรค์นี้ เสียทั้งพื้นที่ เสียทั้งทรัพยากร เสียทั้งจิตใจ

ว่ากันว่า คนเป็นปัจจัยส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดของความสำเร็จ

คนของเราจะด้อยเรื่องภาษา ไม่ประสาเทคโนโลยี ฯลฯ อะไรก็ไม่เป็นห่วงหรอกครับ ของแบบนี้มันสร้างมันแก้เอาได้ แต่ที่สำคัญต้องเห็นปัญหาและมุ่งมั่นที่จะสร้างคนก่อน

ผมมีข้อสรุปเป็นการส่วนตัวว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว การแบ่งคนอื่นยืน จะทำให้เรามีที่ยืนและสามารถยืนได้ยาวนานขึ้น และอนาคตของเรานั้น นอกจากอยู่ที่เราทำแล้ว ยังอยู่ที่เราได้ให้โอกาสกับคนรุ่นหลังหรือไม่ด้วย

จะคิดถึงบ้านเมืองหรือไม่ก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่า ถ้าเรามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง พึงระวังว่าจะไม่น่ารักนะครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI