
มหากาพย์ลูกหนังไทย
ถือเป็นข่าวฮือฮาวงการฟุตบอลเมืองไทย เมื่อศาลอาญากรุงเทพใต้ มีการอ่านคำพิพากษาตัดสินให้สโมสร พัทยาเอฟซี เป็นฝ่ายชนะคดี ฟ้องร้อง วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ข้อหาปลอมแปลงเอกสารข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ หลังจบการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 โดยจำเลยทั้งสองมีความผิด ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 6,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยกระทำผิด จึงลดโทษเหลือเพียงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ปรับ 4,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่ทั้งนี้ยังเหลือทั้งศาลอุทธรณ์และฎีกา น่าจะใช้่เวลาอีก 4 ปี สรุปตอนนี้วรวีร์และพวกยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ และมีอำนาจแก้ไขข้อบังคับของสมาคมฯ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ปี 2558 รวมถึงจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ครั้งใหม่ภายในเดือน ต.ค.ได้
ถือเป็นข่าวฮือฮาวงการฟุตบอลเมืองไทย เมื่อศาลอาญากรุงเทพใต้ มีการอ่านคำพิพากษาตัดสินให้สโมสร พัทยาเอฟซี เป็นฝ่ายชนะคดี ฟ้องร้อง วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ข้อหาปลอมแปลงเอกสารข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ หลังจบการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 โดยจำเลยทั้งสองมีความผิด ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 6,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยกระทำผิด จึงลดโทษเหลือเพียงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ปรับ 4,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่ทั้งนี้ยังเหลือทั้งศาลอุทธรณ์และฎีกา น่าจะใช้่เวลาอีก 4 ปี สรุปตอนนี้วรวีร์และพวกยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ และมีอำนาจแก้ไขข้อบังคับของสมาคมฯ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ปี 2558 รวมถึงจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ครั้งใหม่ภายในเดือน ต.ค.ได้
ล่าสุดฝั่งพัทยา โดยแกนนำ “เสี่ยหม่อง” ณฐภณ ปัญญาคณานุกูล ประธานสโมสรพัทยา เอฟซี ที่ได้รับชัยชนะในด่านแรก ยืนยันจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด รวมถึงส่งเรื่องไปยังศาลอุทธรณ์ภายใน 30 วัน เพื่อให้ออกคำสั่งไม่ให้รอลงอาญา หากทำสำเร็จก็จะทำให้วรวีร์ลงจากอำนาจได้เร็วขึ้น
ขณะที่ “บังยี” วรวีร์ ออกมายืนยันว่า จะอุทธรณ์สู้คดีนี้ถึงที่สุด
“เรื่องคดีไม่มีปัญหาอะไร เตรียมยื่นอุทธรณ์กันต่อไป จากนั้นจะเร่งแก้ไขข้อบังคับของสมาคมฯ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับใหม่ แล้วจัดประชุมใหญ่ให้สโมสรสมาชิกรับรอง ก่อนจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ครั้งใหม่ภายใน ต.ค.นี้ โดยผมจะลงสมัครแน่นอน” ประมุขลูกหนังไทย กล่าว
ทั้งสองฝ่ายจะเดินหมากกันอย่างไรในการเลือกตั้งใหญ่เดือน ต.ค. เพราะทั้งคู่ต้องมีการล็อบบี้สโมสรสมาชิกเพื่อที่จะได้เสียงข้างมาก ฝั่งพัทยาไม่ยอมแน่ เตรียมหมัดเด็ดไว้น็อก เพราะยกแรกถือว่าได้ชัยชนะอย่างสวยงาม
ข่าวล่ามาแรง ตอนนี้ขุนพลฝั่งน้ำเค็มเตรียมผนึกกำลังฝั่ง “เซราะกราว” ที่ส่ง “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3 ที่เคยเป็นสภากรรมการยุค “บังยี” ลงสมัครท้าชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ในครั้งนี้
ถือว่า “บิ๊กเซอร์ไพรส์” อย่างแรง เพราะ “บิ๊กเจี๊ยบ” คนนี้ไม่ธรรมดา บารมีเพียบ แต่ที่ฉงนและสงสัย ทำไมผู้บัญชาการคนสนิทของบังยี ถึงกลับมาเป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงตัวเอง
ต้องดูกันยาวๆ ซะแล้ว สำหรับหนังม้วนนี้...







