posttoday
1,000 วันแรก...ของลูกน้อย

1,000 วันแรก...ของลูกน้อย

05 กรกฎาคม 2558

โปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

โปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ร่างกายใช้โปรตีนเพื่อสร้างการเจริญเติบโต ตลอดจนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อัตราการเติบโตของทารกมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการโปรตีน โดยทารกต้องการโปรตีนต่อน้ำหนักตัวมากกว่าผู้ใหญ่

ทว่า ปัจจุบันเด็กจำนวนมากทั่วโลก ต่างได้รับอาหารที่มีปริมาณโปรตีนมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ มีการศึกษาว่า การได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไป อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาในระยะยาว เพราะโปรตีนมีผลต่อการเกิดโรคบางอย่าง เช่น โรคอ้วน โรคภูมิแพ้ โรคเรื้อรังอันเนื่องจากโรคอ้วน อย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด

ศ.ดร.แบร์โธลด์ โคแลทซ์โก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุดวิค-แมคซิมิลเลียนส์ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนีและเป็นประธานสมาคมโรคระบบทางเดินอาหาร โรคตับและโภชนาการเด็กของกลุ่มประเทศยุโรป ผู้ดำเนินโครงการโรคอ้วนในวัยเด็กชาวยุโรป กล่าวว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อัตราการเกิดโรคอ้วนในเด็กทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า การที่ทารกน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งไม่เพียงแต่มีผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดภาระค่ารักษาพยาบาลต่อสังคม และระบบสาธารณสุขอีกด้วย

โรคอ้วนติดอันดับท็อปฮิตสาเหตุการเสียชีวิตสูงของคนทั่วโลก WHO ได้ระบุว่าโรคอ้วนและผลพวงของโรคอ้วน เป็นสาเหตุอันดับ 5 ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของคนทั่วโลกโดยเสียชีวิตจากการเป็นโรคเบาหวาน 44%โรคหัวใจและหลอดเลือด 23% แต่เดิมเรามองว่า สาเหตุหลักของการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและความดัน เหล่านี้มาจากยีนหรือพันธุกรรม ต่อมาก็มีปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตเข้ามามีส่วนให้เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเพิ่มขึ้น จนถึงปัจจุบันเราหันมาให้ความสนใจกับการให้อาหารในช่วงแรกของชีวิต หรือ Early Life Nutritionซึ่งจะเป็นการตั้งโปรแกรมร่างกายว่า จะเป็นหรือไม่เป็นโรคเหล่านี้ในอนาคต

‘โรคอ้วน’ โปรตีนยิ่งมาก ลูกน้อยยิ่งเสี่ยง

จากการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ หรือNCD ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคสมองขาดเลือด ไม่เพียงแต่มีผลมาจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและการใช้ชีวิตในช่วงวัยผู้ใหญ่เท่านั้น แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมาจากการตั้งโปรแกรมระบบเผาผลาญอาหารของแต่ละบุคคล ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนและหลังคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลมาจากการได้รับโภชนาการในช่วงแรกเริ่มของชีวิต หรือใน1,000 วันแรกนั่นเอง

ผลการศึกษา พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะช่วยให้ทารกมีน้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป และมีโอกาสเป็นโรคอ้วนน้อยกว่าทารกที่เลี้ยงด้วยนมผง ซึ่งการวิจัยภายใต้ “โครงการโรคอ้วนในวัยเด็กชาวยุโรป” ได้ทำการศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของทารก อันเนื่องมาจากการได้รับโปรตีนในนมผงสำหรับทารกและเด็กเล็กที่มีปริมาณโปรตีนสูงกว่านมแม่ หรือนมที่มีการปรับปริมาณโปรตีนให้ต่ำลงใกล้เคียงกับนมแม่ เปรียบเทียบกับทารกที่ได้รับนมแม่ว่า มีความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนและโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมาเมื่อโตขึ้นอย่างไร

“จากผลการวิจัยของกลุ่มตัวอย่างในทารกจำนวน 1,678 คน อายุเฉลี่ย 2 สัปดาห์ ถึง 1ขวบ ในยุโรปจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทารกที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียว ทารกที่ได้รับนมที่มีปริมาณโปรตีนสูงกว่านมแม่ และทารกที่ได้รับนมที่มีการปรับปริมาณโปรตีนต่ำลงให้ใกล้เคียงนมแม่แต่ให้พลังงานเท่ากัน เด็กทั้งสามกลุ่มกินนมดังกล่าวต่อเนื่องนาน 1 ปี โดยมีการติดตามผลพัฒนาการของร่างกายจนถึงอายุ 6 ขวบ พบว่า เมื่ออายุ 6 ขวบ เด็กทั้งสามกลุ่มมีภาวะการเจริญเติบโตด้านความสูงไม่ต่างกัน แต่เด็กกลุ่มที่ได้รับนมที่มีโปรตีนปริมาณสูงจะมีน้ำหนัก (น้ำหนักต่อความยาว)และดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI)สูงกว่าเด็กกลุ่มที่ได้รับนมที่มีปริมาณโปรตีนต่ำกว่า และเด็กกลุ่มที่ได้รับนมแม่อย่างเห็นได้ชัด” ศ.ดร.โคแลทซ์โก กล่าว

การได้รับโปรตีนในปริมาณที่สูงเกินความต้องการของทารก จะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบการเผาผลาญที่รุนแรงในระยะยาวต่อร่างกาย นำไปสู่การเป็นโรคอ้วนโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ขณะที่เด็กซึ่งกินนมแม่ หรือกินนมผงที่ลดปริมาณโปรตีนลงแต่มีคุณภาพโปรตีนสูงใกล้เคียงนมแม่ จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วนเมื่ออายุ 6 ขวบ ดังนั้นการให้นมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก นับเป็นโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ที่จะช่วยลดการเกิดโรคอ้วนเมื่อโตขึ้นได้ถึง 15-25%

1,000 วันแรก...ของลูกน้อย

 

วัฏจักรโรคอ้วน จากแม่สู่ลูก

รศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโรคอ้วนในเด็กกลายเป็นปัญหาที่ไม่อาจมองข้าม นอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการมีพัฒนาการที่สมวัยแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมา เห็นได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของเด็กที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐานที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันพบว่าในเด็กอายุ 2-5 ขวบ มีความชุกของภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้นจาก 5.8% เมื่อ พ.ศ. 2539-2540 เป็น 7.9%ใน พ.ศ. 2544 และเพิ่มเป็น 8.5% ใน พ.ศ.2551-2552 ในเด็กวัยเรียนมีความชุกของภาวะน้ำหนักเกินและอว้นเพิ่มขึ้น จาก 5.8% ใน พ.ศ.2539-2540 เป็น 6.7% ใน พ.ศ. 2544 และขยับขึ้นเป็น 9.7% ใน พ.ศ. 2551-2552 โดยเด็กในกรงุเทพฯ มคีวามชกุของภาวะน้ำหนักเกิน และอ้วนสูงที่สุด เมื่อจำแนกตามภาค และเด็กในเขตเทศบาลมีความชุกของปัญหาดังกล่าวมากกว่านอกเขตเทศบาล 1.6-1.8 เท่า

นอกจากนี้ ยังพบว่า 10-20% ของทารกอ้วน จะมีโอกาสโตขึ้นเป็นเด็กอ้วน 40% ของเด็กอ้วนจะมีโอกาสโตขึ้นเป็นวัยรุ่นอ้วน และ80% ของวัยรุ่นอ้วนจะมีโอกาสอ้วนต่อเนื่องไปจนเป็นผู้ใหญ่ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เนสเล่ท์

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้