
ภาพรวมความสุขในรอบทศวรรษ
เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาทองของความสุขอย่างน้อยก็เป็นช่วงที่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องความสุข
โดย...มิยาโตะ ภาพ เอพี
เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาทองของความสุขอย่างน้อยก็เป็นช่วงที่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องความสุขออกมามากมาย ซึ่งช่วยให้เรามีแนวทางในการใช้ชีวิตให้มีความสุขแบบเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามอารมณ์กันไป
ล่าสุด ดร.เอ็มมา เซปปาลา นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้รวบรวมผลการศึกษาเกี่ยวกับความสุขที่น่าสนใจเอาไว้ได้ 8 ข้อ
- เรามีความสุขขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยมีผลวิจัยในปี 2013 ที่พบว่าช่วงวัย 23 และ69 ปี เป็นวัยที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของคนเรา ขณะที่ผลการศึกษาปี 2006 สรุปได้ว่าคนอายุ 70 บอกว่า มีอัตราความสุขมากกว่าตอนที่พวกเขาอายุ 30
- เราปรับสมองให้รับสุขได้ หนึ่งในการค้นพบใหม่ก็คือ สมองของมนุษย์สามารถที่จะตั้งโปรแกรมให้รับประสบการณ์ใหม่ๆได้ โดยเฉพาะประสบการณ์และความรู้สึกด้านบวก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาริค แฮนสัน ผู้เขียน Hardwiring Happiness: The New Brain Science of Contentment,Calm, and Confidence บอกว่า จากการศึกษาด้านสมองพบว่ามีการตอบสนองอัตโนมัติต่อประสบการณ์ด้านบวก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกมั่นใจ ความรู้สึกประสบความสำเร็จ หรือความรู้สึกรัก ที่มักเกิดขึ้นฉับพลันแบบไร้เหตุผล
- จิตใจสุข ร่างกายก็แข็งแรง นักวิทยาศาสตร์พบความเกี่ยวเนื่องกันกับระหว่างร่างกายและจิตใจ เมื่อใดที่สุขภาพจิตดีก็ช่วยเป็นเกราะป้องกันโรคร้ายและช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้ โดยมีผลการทดลองที่พิสูจน์ว่า คนที่มีอารมณ์ในด้านบวกจะมีภูมิต้านทานโรคภัยได้ดีกว่า นอนหลับได้ดีกว่า ทำให้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและอื่นๆ
- เพื่อนเยอะก็สุข คนเราเป็นสัตว์สังคม เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยให้สุขภาพจิตใจดีขึ้น“จากการศึกษาพบว่า คนที่มีความผูกพันแน่นแฟ้นกับครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน จะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าคนที่ไม่ค่อยเข้าสังคมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว” ดร.ซันเจย์ กุปตะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เสริมด้วยว่า การมีเพื่อนอยู่รอบกายนั้นดีพอๆ กับารกินอาหารสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำทีเดียว
- คนกล้าเสี่ยงก็มีสุข การยอมรับความก้าวหน้าของชีวิต เช่น กล้าเปลี่ยนงาน หรือกล้ารับตำแหน่งใหม่อย่างก้าวกระโดด ก็ช่วยเร่งเร้าจิตใจให้เกิดความสุข ดร.สกอตต์แบร์รี คอฟแมน นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย บอกว่า การประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด หรือการออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ ของชีวิตก่อให้เกิดอารมณ์ทางด้านบวกขึ้นได้
- ความสุขจากการช่วยเหลือคนอื่น การทำดีต่อคนอื่นก็เป็นทางลัดสู่ความสุข จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกเซตเตอร์ในปี 2013 พบว่า พวกอาสาสมัครทั้งหลายมีความสุขกว่ามนุษย์งานธรรมดา อันเนื่องมาจากการที่เขาสละเวลาในการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน
- ความสุขที่แท้จริงไม่อาจตามหา “ความสุขไม่อาจจะตามล่าได้ มันต้องเกิดขึ้นเอง”วิคตอร์ แฟรงเคล นักจิตวิทยาผู้รอดตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในสงครามโลกครั้งที่ 2 เขียนไว้ในหนังสือ ปี 1946 ซึ่งจากผลการศึกษาล่าสุดพบว่า แต่ละคนมีเหตุผลแตกต่างกันในการมีความสุข และการที่ไม่พยายามเท่าไรก็ยิ่งลดความกดดัน ก็ทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
- สติเป็นบ่อเกิดของความสุข “คุณไม่จำเป็นต้องไปบวชเป็นพระ แต่การนั่งสมาธิจะช่วยให้มีความสุขเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์”ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าการทำสมาธิช่วยให้สมองโปร่งโล่ง ช่วยลดความเครียดได้ดี แดนแฮร์ริส ผู้ประกาศข่าวช่องเอบีซี รายงานผลการศึกษาล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้







