
สปีธ...เก่ง+เฮง จ่อ ‘สแลม ออฟ กอล์ฟ’
คนเก่งนั้นทำอะไรก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนคนที่ไม่เก่งแต่เฮงก็สามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้เช่นกัน
โดย...SK’96
คนเก่งนั้นทำอะไรก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนคนที่ไม่เก่งแต่เฮงก็สามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้เช่นกัน แล้วถ้าทั้งเก่งทั้งเฮง คงไม่ต้องนึกภาพเลยว่าจะโชติช่วงชัชวาลขนาดไหน
เช่นเดียวกับ จอร์แดน สปีธ จอมสวิงวัยแค่ 21 ปี ที่เก่งไม่พอ ยังมีเฮงพ่วงเข้าไปด้วย จนผงาดคว้าแชมป์กอล์ฟเมเจอร์ที่ 2 ของปี “ยูเอส โอเพ่น 2015” ชิงเงินรางวัลรวม 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 306 ล้านบาท) ณ สนามแชมเบอร์ส เบย์ พาร์ 70 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., สหรัฐ เมื่อช่วงสายวันที่ 22 มิ.ย.ตามเวลาไทย
โปรมือ 2 โลก เล่นเป็นก๊วนรองสุดท้าย แล้วจบไปก่อนด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 275 (68-67-71-69) พร้อมกับนำเดี่ยว โดยมี ดัสติน จอห์นสัน โปรรุ่นพี่ชาวสหรัฐด้วยกัน ที่มี 4 อันเดอร์ กำลังจะเล่นก๊วนปิดท้ายที่หลุมสุดท้าย ซึ่งหากทำเบอร์ดี้ได้ ก็จะยันเสมอกับสปีธ และส่งผลให้ศึกยูเอสฯ ต้องยืดเยื้อไปอีก 1 วัน เพราะเมเจอร์นี้จะดวลเพลย์ออฟกัน 18 หลุมในวันรุ่งขึ้น
จอห์นสันนั้น ทำท่าจะผงาดซิวแชมป์ระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรกในชีวิตได้อยู่แล้ว เพราะวางลูกบนกรีนในระยะลุ้นยิงอีเกิ้ล แซงสปีธ แย่งโทรฟี่มาครองได้เลย หรือถ้าพลาดได้แค่เบอร์ดี้ โปรวัย 31 ปี ก็ยังได้ลุ้นในช่วงดวลเพลย์ออฟต่อ แต่กลับพลาดทำถึง 3 พัตต์ ได้แค่เซฟพาร์ จบสกอร์ 276 (65-71-70-70) คว้าที่ 2 ร่วมกับ หลุยส์ อุสธุยเซน (แอฟริกาใต้ 77-66-66-67)
“ผมช็อกไปเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจถึงความรู้สึกของดัสติน มันเยี่ยมมากเลยที่ตอนนี้ผมได้มาแล้ว 2 แกรนด์สแลม และผ่านบททดสอบที่ยากมาก เพราะสนามที่ใช้แข่ง ยูเอส โอเพ่น มีเลย์เอาต์ที่หินสุดๆ ในการเล่นกอล์ฟเลยทีเดียว ผมไม่ได้เล่นได้ดีที่สุด เพียงแต่ไม่ค่อยพลาดในระยะ 4-5 ฟุต ซึ่งนั่นคือความแตกต่าง” สปีธ กล่าว หลังรับเงินรางวัล 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 61 ล้านบาท)
เท่ากับว่าจอห์นสันยังต้องรอปลดล็อกแชมป์เมเจอร์ต่อไป โดยก่อนหน้านี้เคยคว้าที่ 6 ร่วม “เดอะ มาสเตอร์ส 2015”, อันดับ 2 ร่วม “ดิ โอเพ่น 2011” และอันดับ 5 ร่วม “พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2010”
“ผมได้ทำทุกอย่างที่ควรจะทำแล้ว ผมสวิงได้ดีมาก แต่มาเจอความยากลำบากจริงๆ ตอนที่จะเอาลูกลงหลุม ผมไม่คิดเลยว่าจะพัตต์ได้แย่ขนาดนั้น” จอห์นสัน ที่จะขยับจากอันดับ 7 ขึ้นมือ 3 โลก กล่าว
อันดับ 4 สกอร์ 277 มี 3 คน คือ 2 โปรออสเตรเลีย อดัม สกอตต์ (70-71-72-64) กับ คาเมรอน สมิธ (70-70-69-68) และ แบรนเดน เกรซ (แอฟริกาใต้ 69-67-70-71)
ขณะที่ รอรี แม็คอิลรอย (มือ 1 โลก/ไอร์แลนด์เหนือ) แชมป์ปี 2011 เร่งเครื่องขึ้นมาจบอันดับ 9 ร่วม สกอร์ 280 (72-72-70-66)
ส่วน “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี และ “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ ที่ไม่ผ่านตัดตัวศึกยูเอสฯ แรงกิงส์ร่วงทั้งคู่ โดยมือ 1 ไทย รั้งมือ 34 โลก (เดิม 33) ซึ่งยังดีกว่าอดีตมือ 1 โลก เจ้าของแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย ที่หลุดท็อป 200 ไปอยู่อันดับ 205 โลก (เดิม 195)
เล็งเหมา 4 เมเจอร์ปีนี้
สปีธ ที่เพิ่งผงาดซิวเมเจอร์เป็นหนแรกใน “เดอะ มาสเตอร์ส” เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สร้างสถิติอีกมากมายหลังชูถ้วยศึกยูเอสฯ ทั้งแชมป์อายุน้อยสุด (ต่อจาก บ็อบบี โจนส์ ปี 1923), เป็นนักกอล์ฟคนที่ 6 ที่ได้ 2 เมเจอร์แรกในปีเดียว (ต่อจาก ไทเกอร์ วูดส์, แจ็ก นิคคลอส, อาร์โนลด์ พัลเมอร์, เบน โฮแกน, เคร็ก วูด) และแชมป์เมเจอร์ 2 รายการวัยละอ่อนสุด (ต่อจาก จีน ซาราเซน ปี 1922)
เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนต่างมอง
สปีธไปที่ “แกรนด์สแลม ออฟ กอล์ฟ” (แชมป์ 4 เมเจอร์ติดต่อกัน) ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้ โดยไทเกอร์เคยทำได้แค่ใกล้เคียง กวาด 3 เมเจอร์หลังของปี 2000 แต่ไปพลาดศึกมาสเตอร์ส ปี 2001
“ผมคิดว่ามันอยู่ในขอบเขตที่พอจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ขอมุ่งไปที่ถ้วย คลาเร็ต จัก (ดิ โอเพ่น) ก่อน ค่อยเป็นค่อยไป เพราะมันยากมาก ผมรู้สึกตื่นเต้น แต่จะพยายามไม่กังวลกับมันนัก” หนุ่มน้อยจากเทกซัส กล่าวถึงการกวาด 4 เมเจอร์ในปีนี้ ซึ่งยิ่งยากสุดๆ
ทั้งนี้ ศึกเมเจอร์ที่ 3 ของปี “ดิ โอเพ่น” ณ สนามเซนต์ แอนดรูว์ส, สกอตแลนด์ จะมีขึ้นวันที่ 16-19 ก.ค.นี้







