คุณค่าทางใจ พ.ท.ธนิต พฤกษ์พนาเวศ
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ชายชาติทหารกับอาวุธนั้นดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน ทั้งในหน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งความหลงใหลในของสะสมก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายของความแข็งแกร่งของศาสตราภรณ์ ของ พ.ท.ธนิต พฤกษ์พนาเวศ นักวิชาการสังกัดกองฝึกจำลองยุทธ์ กองทัพบก ที่เริ่มสะสมกริชและดาบมาเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา สมัยที่ได้ไปเรียนเสนาธิการที่ประเทศอินโดนีเซีย ผู้ชายที่นั่นจะพกกริชติดตัว จึงเริ่มศึกษาหาความรู้มากขึ้นว่า กริชมีที่มาที่ไปอย่างไร เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ตอนไปราชการทหารทางใต้ก็เห็นมีคนเก่าคนแก่ในพื้นถิ่นเขามีกริชประจำบ้านอยู่เหมือนกัน ก็นึกชมว่าสวยดี
จนกระทั่งครั้งหนึ่ง จ.สงขลา ที่เกาะยอ มีจัดนิทรรศการเรื่องศาสตราภรณ์แล้วมีกริชโบราณหลายยุคสมัยมาแสดง เห็นแล้วเกิดความประทับใจ คือ กริช ไม่ใช่แค่อาวุธเอาไว้ป้องกันตัว แต่ยังเป็นดั่งอาภรณ์ประดับกาย แม้ปัจจุบันนี้ในประเทศอย่างบรูไน อินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย เวลามีงานใหญ่แต่งตัวแบบเต็มยศก็จะมีการสะพายกริชไว้ที่เอว เพราะเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะระดับชั้นยศได้อีกทางหนึ่ง ถ้าเป็นกริชของระดับเจ้านายก็มีทำจากวัตถุดิบมีค่าเช่น ทองคำ งาช้าง เงิน ประดับด้วยอัญมณีมีค่าหลายชนิด หรือแกะสลักลงยาสวยงาม ถ้าเป็นของชาวบ้านธรรมดาก็จะทำจากเงิน ทองเหลือง เหล็ก สลักเป็นลวดลายต่างๆ ที่จะบ่งบอกความเป็นมาของคนจากเมืองหรือหมู่บ้านนั้นๆ ที่เขาจะรู้ว่าสลักแบบนี้ ขึ้นรูปแบบนี้มาจากเมืองใด หมู่บ้านไหน
“ลวดลายการแกะสลัก การตีกริชขึ้นรูปเป็นลวดลายต่างๆ นั้น มันแฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศแต่ละชุมชนได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ชายในอดีตที่ยังไม่ใช้ปืนเขาก็ใช้ดาบใช้กริชเป็นอาวุธป้องกันตัว เป็นเครื่องรางป้องกันภัย การตีกริชขึ้นมาแต่ละด้าม เขาดูฤกษ์พานาที การเลือกวัตถุดิบต่างๆ ก็มีความหมายเป็นมงคลมีการปลุกเสกอะไรต่างๆ เหมือนชาวพุทธปลุกเสกหรือหล่อพระแบบนั้นเลย คนโบราณเชื่อว่าแค่เอาปลายกริชไปชี้ที่เงาของศัตรูก็สามารถทำให้มีอันเป็นไปได้แล้ว”
ดังนั้น คำว่า ศาสตราภรณ์ จึงเป็นคำเรียกที่ฟังดูเหมาะสมสำหรับกริช เพราะไม่ใช่แค่อาวุธแต่เป็นเหมือนเครื่องอาภรณ์ประจำกายชายหนุ่มในอดีต และส่งต่อจากปู่ถึงพ่อ จากพ่อไปให้ลูก ตกทอดเป็นมรดกกันไปจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเขามีทั้งกริชและดาบอยู่ประมาณ 10 ด้าม มีตั้งแต่อายุ 60-100 ปี
ด้ามแรกเขาได้มาตอนไปเรียนที่ประเทศอินโดนีเซีย พ่อแม่บุญธรรมที่นั่นแนะนำมาให้ 2 เล่ม เป็นกริชเก่า ด้ามทำจากไม้มะค่า
สีน้ำตาลแก่ มันขึ้นเงาเห็นลายเนื้อไม้สวยงาม เป็นกริชตัวผู้คือด้ามตรง ถ้ากริชตัวเมียใบมีดจะเป็นลอนโค้ง อีกด้ามเป็นกริชตัวเมียเป็นลอนโค้ง ถึง 33 คด ปกติกริชทั่วไปจะมีเพียง 15 คด แต่นี่ถือว่าทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ได้ 2 ด้ามนี้มาจากประเทศอินโดนีเซียเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ไปตอนนั้นก็เห็นอยู่หลายด้ามมีคนพาไปดูตามบ้าน แต่เฉยๆ มาสะดุดตากับ 2 ด้ามนี้ ก็ได้มาในราคาที่ไม่แพงมากพอรับได้ ตามความเชื่อของคนโบราณนั้นเขาเชื่อกันว่าไม่ใช่เราเลือกกริชอย่างเดียว แต่กริชจะเป็นฝ่ายเลือกเจ้าของด้วย
ด้ามต่อมาได้มาจากทางภาคใต้บ้านเรา เป็นด้ามเงินลงยาด้วยสีแดง เป็นกริชตัวเมียมีลอนโค้ง ตัวด้ามทำจากไม้สีดำเป็นเงา อีกด้ามเป็นไม้สีแดงขึ้นเงา ตัวด้ามจับแกะสลักเป็นรูปศีรษะผู้หญิงก้มหน้าเป็นกริชตัวผู้ตัวมีดเป็นเงิน คนโบราณเขาเชื่อว่ากริชที่มีด้ามสลักเป็นรูปผู้หญิงจะให้ผู้ที่ได้ครอบครองมีเสน่ห์ จะช่วยทำให้เป็นหนุ่มเนื้อหอม (หัวเราะ) อีกด้ามคือฝักทำด้วยไม้แกะสลักสีดำตัวด้ามเป็นเงิน หุ้มมุมด้วยสีทองลงยาตัวใบมีดกริชเป็นลอนโค้ง
พ.ท.ธนิต กล่าวว่า การดูแลรักษาก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ปกติเขาจะวางไว้หน้าพระพุทธรูปเพราะถือเป็นศาสตราวุธของสูง ทุกปีจะนำมาทำความสะอาดสักครั้งหนึ่งคือช่วงประมาณเดือน 10 นำมาล้างด้วยน้ำมะนาวถูที่ตัวใบมีดแล้วทิ้งให้แห้งทำแบบนี้ติดต่อกัน 7 วัน แล้ววันสุดท้ายให้ชโลมด้วยน้ำมันหอมน้ำมันมะกอกของหอมต่างๆ แล้วเก็บ ทำแบบนี้ทุกปี ปีละครั้ง เพราะเขาเชื่อกันว่ากริชแต่ละด้ามจะมีจิตวิญญาณ การป้องกันกริชไม่ให้ขึ้นสนิมหรือดำ คือเอาน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวมาเช็ดถูใบมีดสัก 2-3 เดือนครั้ง
“ที่ผมได้มาบางด้ามอายุกว่า 100 ปี สมัยนี้ไม่ค่อยมีคนทำกริชใหม่ๆ ขึ้นมาแล้ว เพราะคนหันมาใช้ปืนกันหมด คนโบราณใช้กริชเป็นอาวุธนี่จิตใจต้องแน่วแน่แข็งแกร่ง เพราะกริชด้ามสั้นต้องเข้าประชิดถึงตัว ไม่เหมือนปืนยิงมาจากระยะไกลได้ แต่กริชนี้ต้องเข้าถึงตัว ใจคอต้องหนักแน่น คนยุคหลังพกกริชไม่ได้เพื่อเป็นอาวุธอีกแล้ว แต่พกกริชเพื่อเป็นสัญลักษณ์ตามธรรมเนียมโบราณมากกว่า”
กริชที่ได้รับความนิยมของนักสะสมมากที่สุด จะเป็นกริชจากชวา (อินโดนีเซีย) ถือว่าเป็นกริชคุณภาพดี สวยงาม นักสะสมจะนิยมมากกว่ากริชจากที่อื่น ซึ่งหายาก เพราะกริชถือเป็นสมบัติตกทอด เขาจะเก็บไว้ให้ลูกชายรุ่นต่อไป ไม่นิยมเอามาขาย หายากขึ้นทุกวัน


