posttoday
ด้านดีของพวกมือถือสากปากถือศีล

ด้านดีของพวกมือถือสากปากถือศีล

06 มิถุนายน 2558

ไม่กี่วันที่ผ่านมา กลไกการเมืองการปกครองของสหรัฐได้แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะพิเศษบางประการที่น่าศึกษายิ่ง

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

ไม่กี่วันที่ผ่านมา กลไกการเมืองการปกครองของสหรัฐได้แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะพิเศษบางประการที่น่าศึกษายิ่ง

รัฐสภาสหรัฐเห็นชอบให้ออกกฎหมายลดอำนาจสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐลง โดยเนื้อหาของกฎหมาย ระบุว่า ต่อไปนี้การจะไปดักฟังโทรศัพท์ของคนอเมริกันทั้งหลายต้องผ่านความเห็นชอบของศาลเสียก่อน มิใช่จู่ๆ บริษัทผู้เป็นเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งหลายจะดักฟังแล้วส่งข้อมูลให้หน่วยงานของรัฐอย่างที่ทำกันเป็นประจำมิได้แล้ว และประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ได้ทวีตข้อความว่า จะลงนามในกฎหมายฉบับนี้ทันทีที่เรื่องส่งมาถึงทำเนียบขาว

ความสำคัญของการออกกฎหมายฉบับนี้ คือ เป็นการทำให้อำนาจรัฐกลับไปอยู่ในแถวเป็นครั้งแรกหลังเกิดเหตุการณ์ 9/11

ท่านทั้งหลายคงพอจำกันได้ว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าวสหรัฐซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ เทิดทูนเสรีภาพส่วนบุคคลเป็นหลักการสำคัญยิ่ง กลับให้อำนาจฝ่ายบริหารของตัวมีอำนาจสอดแนมชาวบ้านร้านตลาดกันชนิดโจ๋งครึ่มชนิดเหล่าบิดรผู้ก่อตั้งคงร้องกรี๊ด

น่าสนใจว่า แม้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่จะได้อำนาจนั้นมาใช้แล้ว เขาก็ไม่เสพติดอำนาจ หากแต่พร้อมใจกันที่จะจำกัดอำนาจนั้นลงกลับไปอยู่ในตำแหน่งแห่งที่ที่ควรจะเป็นได้แบบไม่ต้องเตะหมูออกจากปากสุนัข

พูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องบอกว่า หลายเรื่องที่อเมริกันเป็นปีศาจคาบคัมภีร์ หลายเรื่องอเมริกันเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล พูดอย่างทำอย่าง แต่หลายครั้งอีกเช่นกันที่ระบบของเขาสามารถดึงอะไรที่บิดเบี้ยวให้กลับเข้าที่เข้าทางด้วยตัวของมันเอง ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองหรือระบบตุลาการของอเมริกาก็จะพบเห็นเรื่องราวเหล่านี้เสมอ

นั่นเป็นข้อดีที่เราน่าจะเรียนรู้จากเขาเช่นกัน

แค่เรื่องแบ่งแยกโดยสีผิวเรื่องเดียวก็ทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง เมื่อ พ.ศ. 2435 โฮเมอร์ เพลสซี อเมริกันผิวสีซื้อตั๋วรถไฟชั้นหนึ่งขึ้นไปนั่งในตู้สำหรับคนผิวขาว เพื่อเดินทางจากเมืองนิวออร์ลีนส์เพื่อไปเมืองโควินตัน เขาถูกจับและบังคับให้ลงจากรถ โฮเมอร์กับรัฐหลุยเซียนาจึงเป็นความกัน

เมื่อคดีนี้ไปถึงศาลสูงสหรัฐ ปรากฏว่าศาลสูงตัดสินว่า การที่รัฐหลุยเซียนามีกฎให้แยกรถโดยสารตามสีผิวนั้น มิได้เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะแม้เป็นการแบ่งแยกแต่ก็เป็นการเสมอภาค เพราะมี
รถสำหรับคนสีผิวทุกสี

สังคมอเมริกันต้องใช้เวลาหลังจากนั้นอีกกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อเรียนรู้ว่า ในการแบ่งแยกแต่เสมอภาคนั้นมีความไม่เสมอภาคและความไม่เท่าเทียมกันอีกมาก

4 ปีก่อน โรซา ปาร์ก จะไม่ยอมลุกจากที่นั่งในรถเมล์ประจำทางในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2498 ทำให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้สหรัฐอเมริกาและการแบ่งแยกสีผิวก็มาถึงการอวสานนั้น ใน พ.ศ. 2494 พ่อแม่เด็ก 20 คนในเมืองโทปิกาฟ้องคณะกรรมการการศึกษาของเมืองที่แบ่งแยกห้องเรียนเด็กผิวขาวกับเด็กมีผิว เป็นความกันหลายปี

ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2497 ถึงมีคำตัดสินว่าการแบ่งแยกห้องเรียนเช่นนั้น ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ผลของคำตัดสินนั้นส่งผลสะเทือนอย่างกว้างขวาง ผู้มีอำนาจในหลายรัฐไม่ยอมรับคำตัดสินนี้  ผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอระดมกำลังมาปิดกั้นไม่ให้เด็กผิวดำเข้าโรงเรียน จนประธานาธิบดีต้องส่งทหารเข้าไปแก้ไขปัญหา

บางรัฐประกาศปิดโรงเรียนเป็นการแก้แค้น บางรัฐสภานิติบัญญัติออกมติประณามคำตัดสินของศาล

การไม่ยอมรับคำตัดสินนั้นดำรงมาเกือบหนึ่งทศวรรษ ปี 2506 ผู้ว่าการรัฐอะลาบามาปิดหอประชุมในมหาวิทยาลัยอะลาบามาเพื่อขัดขวางการเข้าเรียนของนักศึกษาผิวสีสองคน ซึ่งใครเคยชมภาพยนตร์
เรื่อง ฟอร์เรสต์ กัมพ์ คงจำภาพที่ ฟอร์เรสต์ กัมพ์ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่โผล่เข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นได้เป็นอย่างดี

ใครอยากทราบเรื่องระบบตุลาการสหรัฐถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างไร นพ.วิชัย โชควิวัฒน เคยเขียนลงในโพสต์ทูเดย์เป็นตอนๆ และมีรวมเป็นเล่มชื่อเดียวกัน คือ ตุลาการภิวัฒน์ในสหรัฐอเมริกา ไปหาอ่านดูจะได้ความรู้มาก

ระบบที่สามารถดึงอะไรที่บิดเบี้ยวให้กลับเข้าที่เข้าทางด้วยตัวของมันเองนั้น ไม่ได้เกิดจากสภาปฏิรูปที่ไหน หากแต่มีปัจจัยหรือรากฐานที่สำคัญ เช่น คนที่จะมาเป็นตุลาการมีประสบการณ์หลากหลายหลายคนเป็นนักบริหาร เป็น สส. สว. เป็นรัฐมนตรี เป็นนายแบงก์ มาก่อน มีระบบเสนอตั้งแต่งและกลั่นกรองที่ดี มีการเปิดเผยคำตัดสินต่อสาธารณะ ฯลฯ หรือแม้แต่การอดทนรอคอยการเปลี่ยนแปลงโดยระบบ

ครับ หลายเรื่องอเมริกันเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล แต่เขาก็มีเรื่องดีๆ ที่เราต้องเรียนรู้เพื่อให้ระบบของเรามันสามารถทำงานอย่างนั้นได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นเอะอะก็แอ่นแอ้นกันยันเต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน