
‘รักแรก’ ไม่เคยลืม
“โอ๊ต” เป็นนักเรียนใหม่ชั้น ม.4 ของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอชื่อดัง ในแถบจังหวัดภาคกลาง เพราะเป็นเด็กสายวิทย์-คณิต ที่ค่อนข้างเรียนดี เขาจึงได้อยู่ชั้น ม.4/2 ซึ่งถือว่าเป็นห้องเด็กเก่งของโรงเรียน โอ๊ตเป็นหนุ่มหน้าตาดี ผิวสองสี นิสัยค่อนข้างเรียบร้อย แต่ก็ร่าเริงและมีอารมณ์ขัน
“โอ๊ต” เป็นนักเรียนใหม่ชั้น ม.4 ของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอชื่อดัง ในแถบจังหวัดภาคกลาง เพราะเป็นเด็กสายวิทย์-คณิต ที่ค่อนข้างเรียนดี เขาจึงได้อยู่ชั้น ม.4/2 ซึ่งถือว่าเป็นห้องเด็กเก่งของโรงเรียน โอ๊ตเป็นหนุ่มหน้าตาดี ผิวสองสี นิสัยค่อนข้างเรียบร้อย แต่ก็ร่าเริงและมีอารมณ์ขัน
เท่าที่จำได้ ตั้งแต่ 5 ขวบ โอ๊ตก็รู้ตัวว่าเขาต่างจากเด็กผู้ชายทั่วไป เพราะเขามีความรู้สึกว่ารักและชอบเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง จนมาแน่ใจที่สุดก็ตอนเข้า ม.4 เพราะได้เจอกับ “ต้น” นักเรียนใหม่ห้องข้างๆ ที่ย้ายมาจากโรงเรียนในตัวจังหวัด ต้นเป็นคนรูปหล่อ ผิวขาว ตัวสูง หุ่นดี สาวๆ จึงพากันกรี๊ดกร๊าดกันทั้งอาคารเรียน เมื่อเห็นต้นครั้งแรกโอ๊ตก็รู้สึกแอบชอบทันที
“ต้นกับเราได้รู้จักกันตอนที่เรียนพิเศษวิชาคณิต-ฟิสิกส์ ด้วยความที่เราเป็นเด็กใหม่ทั้งคู่ เราจึงมีเรื่องให้คุยกันได้ตลอดจนเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกเย็นหลังเลิกเรียนพิเศษ เราจะรับอาสาขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งต้นที่บ้านทุกวัน”
ด้วยความที่โอ๊ตไม่ใช่เกย์ที่ออกสาว ทำให้สาวๆ พากันกรี๊ดเด็กใหม่หน้าตาดีทั้งสองคน แต่ต้นจะเป็นที่สนใจมากกว่า โอ๊ตเองก็ไม่ได้แคร์หรอกว่าสาวๆ จะมาชอบตัวเองหรือไม่ เพราะในใจโอ๊ตก็แอบกรี๊ดต้นอยู่เหมือนกัน
“ที่จริงแล้วเราคิดว่าต้นก็คงรู้ว่าเราแอบชอบเขา แต่เนื่องจากเราสองคนสนิทกัน อีกอย่างต้นก็เป็นผู้ชายจริงๆ และอาจเห็นว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีในสายตาเขา รู้สึกว่าเราเหมือนน้องชาย ต้นจึงคบกับเราเรื่อยมาโดยไม่ได้พยายามตีตัวออกห่างแต่อย่างใด แต่สำหรับเราแล้ว ยิ่งนานวันที่ได้ใกล้ชิดต้น เราก็ยิ่งแอบฝันไปไกล ก่อนนอนยังเห็นหน้าเขาลอยมาในความคิดทุกคืน”
วันหนึ่งต้นก็เดินมาถามโอ๊ตว่า เสาร์นี้ว่างมั้ย ตอนสายๆ ไปขี่มอเตอร์ไซค์เล่นกันนะ ขี่ไปไกลๆ เลยยิ่งดี ตอนเย็นๆ ค่อยกลับ โอ๊ตจึงรีบตอบรับด้วยความดีใจ เช้าวันเสาร์หลังกินข้าวเช้าเสร็จ โอ๊ตก็ไปรับต้นที่บ้าน แล้วทั้งคู่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวไปตามท้องถนนแบบวันเดย์ทริปด้วยกัน
พอขี่ไปได้สักระยะ ต้นก็ถามโอ๊ตว่าเมื่อยมั้ย สลับให้เขาขี่บ้างก็ได้ ซึ่งโอ๊ตก็โอเค สักพักนึงต้นก็คว้ามือโอ๊ตไปโอบรอบเอวเขาไว้ แล้วบอกให้จับแน่นๆ เดี๋ยวจะหงายหลังตกลงไป ตอนนั้นใจโอ๊ตเต้นไม่เป็นจังหวะ ต้นอาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่สิ่งที่ต้นทำมันยิ่งตอกย้ำให้โอ๊ตคิดเกินเลยไปไกล ทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีวันจะเป็นจริงได้
ตอนนั้นทั้งคู่เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก จนเพื่อนๆ แอบแซวว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน โอ๊ตยังคงไปกินข้าวกับต้นทุกวันตอนพักเที่ยง ไปเรียนพิเศษด้วยกันทุกเย็น ช่วงที่ต้นฝึก รด. โอ๊ตก็รับอาสาทำรายงานให้…แต่แล้วช่วงเวลาแห่งความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะมีรุ่นพี่ผู้หญิง ม.6 ชื่อ “พี่กุ้ง” หญิงสาวตัวเล็กๆ ผิวขาว หน้าตาสะสวย มาแอบปิ๊งต้นเข้า
“เราจำได้ว่าพี่กุ้งเป็นฝ่ายเริ่มจีบต้นก่อน โดยฝากขนม ฝากการ์ดวาเลนไทน์มาให้ จนเพื่อนห้องเดียวกับต้นพากันแซวหนักขึ้นเรื่อยๆ ต้นเองก็ยิ้มหน้าบานแบบเขินๆ นาทีนั้นเองเรารู้ตัวเลยว่า เราคงอกหักซะแล้วล่ะ มันเป็นความรู้สึกปวดใจที่บรรยายออกมาไม่ถูกเลยละ”
เมื่อแน่ใจแล้วว่าต้นเองก็สนใจในตัวพี่กุ้งเช่นกัน โอ๊ตจึงเฟดตัวเองออกมาโดยเลิกเรียนพิเศษตอนเย็น ซึ่งต้นเองก็รู้สึกงงๆ และผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ชิน เพราะยังมีเพื่อนๆ รายล้อมรอบตัว…ผิดกับโอ๊ตที่ทำใจอยู่นานและคอยหลบหน้าต้นตลอดเวลา
กระทั่งเรียนจบ ม.6 ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปเข้ามหาวิทยาลัยตามทางของตน ตอนเรียนอยู่ปี 1 โอ๊ตได้ยินข่าวจากเพื่อนๆ ว่า ต้นไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนกับแฟนสาวคนใหม่ชื่อ “จ๋า” ซึ่งเป็นสาวทอมกลับใจหันมาใส่กระโปรง สวมรองเท้าส้นสูง แต่งหน้า เพราะตกหลุมรักต้นเข้าอย่างจัง
“แม้เราจะรู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินว่าต้นมีแฟนเป็นสาวทอมกลับใจ แต่เราก็แอบดีใจที่รู้ว่าต้นมีความสุข เพราะใครๆ ก็บอกว่าจ๋ารักต้นมาก และทั้งคู่น่าจะลงเอยด้วยการแต่งงาน…แต่ก็ผิดคาด ช่วงที่เราเรียนจบใหม่ๆ เราได้ยินว่าต้นเลิกคบกับจ๋าซะแล้ว และตอนนี้ต้นได้ไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจำอยู่ที่ต่างจังหวัดตามรอยเท้าคุณพ่อของเขา แถมกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ทางบ้านหาไว้ให้ด้วย”
เมื่อรู้ว่าต้นกำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ โอ๊ตก็รู้สึกยินดีด้วยจากใจจริง ส่วนตัวเขาเองหลังจากเรียนจบก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ในกรุงเทพฯ โอ๊ตได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในแบบของเกย์ ได้เรียนรู้ในเรื่องความรัก ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการรักๆ เลิกๆ จนโอ๊ตต้องบอกกับตัวเองว่า ควรหันมารักและดูแลตัวเองให้มากๆ น่าจะเวิร์กกว่า แต่ในส่วนลึกของหัวใจแล้ว โอ๊ตก็ยังไม่เคยลืม “ต้น” ซึ่งเป็นรักแรกไปจากหัวใจได้เลย
ก็ได้แต่หวังว่า ถ้ามีโอกาสได้พบกัน ต้นจะยังคงจดจำมิตรภาพที่แสนดีในครั้งนั้นได้







