
ค้ามนุษย์โรฮิงญา : ทางออกและการแก้ไข
เฟซบุ๊ก Surapong Kongchantuk
เฟซบุ๊ก Surapong Kongchantuk
ค้ามนุษย์โรฮิงญา : ทางออกและการแก้ไข
จากข่าวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาเข้าตรวจสอบค่ายที่พักพิงแห่งหนึ่งตามรายงานที่ได้รับแจ้ง โดยเจ้าหน้าที่พบศพ จำนวน 26 ศพ ในพื้นที่บ้านพะโต๊ะ ตำบลปะดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งคาดว่าเป็นศพชาวโรฮิงญาหรือชาวบังคลาเทศที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซียโดยผ่านกลุ่มขบวนขนชาวโรฮิงญาเข้ามาในประเทศไทย และยังมีข่าวปรากฏผ่านสื่อมวลชนเป็นระยะๆ ว่าอาจมีการพบศพของชาวโรฮิงญาและชาวบังคลาเทศเพิ่มเติมในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเพิ่มเติมอีกหลายจุด
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีการดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ และขบวนการขนชาวโรฮิงญาในสัดส่วนที่น้อยมาเมื่อเทียบกับจำนวนชาวโรฮิงญาที่ได้รับการคัดแยกว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และที่อยู่ในห้องกัก และยังไม่รวมถึงกลุ่มชาวโรฮิงญาที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยกลุ่มขบวนการนายหน้า
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยมีสถานะเป็นต้นทาง ทางผ่านและปลายทางของกระบวนการค้ามนุษย์ที่มีความซับซ้อน การแสวงหาแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาของชาวโรฮิงญาที่มีความหลากหลายในมิติมุมมองเพื่อหาทางออกและพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นกรณีผู้ลี้ภัยจากสถานการณ์การเมืองในประเทศหรือเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทางออกและการแก้ไขปัญหาจึงควรดำเนินการดังนี้
1. ควรประสานงานรัฐบาลและสถานทูตพม่ากับบังคลาเทศ เพื่อให้รัฐบาลทั้งสองประเทศเข้ามามีบทบาทและแก้ปัญหาร่วมกันทั้งปัญหาต้นเหตุในประเทศต้นทาง และปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับกลุ่มที่อยู่ในประเทศไทย อันนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป
2. ควรประสานงานสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้ามาดำเนินการคัดกรองและคุ้มครองระหว่างประเทศต่อชาวโรฮิงญาที่เป็นผู้ลี้ภัย หากพบว่าเป็นผู้ลี้ภัยก็ต้องประสานงานส่งต่อไปประเทศที่สาม
3. ควรดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการนำพาเข้ามาในประเทศไทยและขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนายหน้าที่เป็นคนไทย คนพม่า คนบังคลาเทศและเจ้าหน้าที่ไทยที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนำพาและค้ามนุษย์
4. ควรให้การคุ้มครองกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ อีกทั้งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดกรองเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างละเอียดถี่ถ้วน อาทิไม่ใช้ล่ามแปลภาษาที่นายหน้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนำพาและค้ามนุษย์จัดหามาให้ เนื่องจากล่ามเหล่านั้นอาจจะสื่อข้อมูลไม่ตรงตามความเป็นจริง ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับอาจผิดพลาดจากข้อเท็จจริงได้
5. ควรดำเนินการอนุญาตให้กลุ่มโรฮิงญาอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว ที่ไม่ใช่ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือตำรวจท้องที่ เพื่อคัดกรองและจำแนก หากพบว่าเป็นชาวบังคลาเทศก็ประสานงานรัฐบาลบังคลาเทศเพื่อรับคนเหล่านี้กลับ หากมาจากพม่าและเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ก็ส่งคนเหล่านี้กลับภูมิลำเนาฐานะเหยื่อของการค้ามนุษย์ และให้องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีโอกาสเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=966088970091513&set=a.271360549564362.72074.100000712583899&type=1&theater







