
ซิ่งเรียกทรัพย์
กีฬามอเตอร์สปอร์ตอาจยังใหม่สำหรับคนไทยหลายคน แต่ขณะที่หลายประเทศกลับทำทุกอย่างให้ได้สิทธิการเป็นเจ้าภาพ
โดย...มิวโกโตะ
กีฬามอเตอร์สปอร์ตอาจยังใหม่สำหรับคนไทยหลายคน แต่ขณะที่หลายประเทศกลับทำทุกอย่างให้ได้สิทธิการเป็นเจ้าภาพ เมื่อมีโอกาสได้ไปนั่งฟังเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่กำลังใช้ประลองศึก “ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์” ในสุดสัปดาห์นี้ จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปร่วมพูดคุยกับ เนวิน ชิดชอบ เจ้าของแทร็กมาตรฐานโลกชาวบุรีรัมย์ กับคำถามคาใจที่ว่า วงการซิ่ง ... คุ้มหรือไม่
นับถึงเวลานี้ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ณ จ.บุรีรัมย์ เพิ่งมีอายุครบ 7 เดือน แต่ตัวเลขหลายอย่างสะท้อนให้เห็นความน่าพอใจ
“ผมถือว่าประสบความสำเร็จนะ เพราะโดยทั่วไปในโลกนี้สนามทั่วไปที่เปิด 2-3 ปีแรก ถ้าเทียบกันถือว่าเรามาเร็วกว่าที่คิด ทั้งอีเวนต์การแข่งขัน สปอนเซอร์ และยอดคนดู สิ่งสะท้อนที่น่าสนใจคือ หนึ่ง เมืองนี้ (บุรีรัมย์) ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ฉะนั้นการที่จะให้คนมาดูกีฬาในเมืองที่ไม่เคยมา นับเป็นเรื่องยากมาก แต่ว่าอีเวนต์หลักๆ ที่จัดไปอย่างเวิลด์ ซีรี่ส์ ทั้งรถยนต์และมอร์เตอร์ไซค์ ประสบความสำเร็จทั้งหมด”
เจ้าพ่อวงการกีฬาแห่งบุรีรัมย์ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ อย่างรายการซูเปอร์จีทีที่มียอดคนดูถึง 1.3 แสนคน นับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ญี่ปุ่นจัดแข่ง นั่นหมายความว่า ผู้คลั่งไคล้ความเร็วในเมืองไทยมีอยู่มหาศาล
“ตัวเลขมันสะท้อนแล้ว ในไทยมีแฟนมอเตอร์สปอร์ตเยอะ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการทำความเข้าใจ และไม่มีจุดหมายให้คนกลุ่มนี้ดูในบ้านเรา ยกตัวอย่างเพิ่ม เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ที่จัดมาเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ยอดคนดูก็ทะลุแสน เราก็ยังสูงสุดอีก เพราะสถิติเดิมของอิตาลีอยู่ที่ 7 หมื่นเศษ ทุกอย่างมันได้รับการพิสูจน์เรียบร้อย”
ขยับมาดูตัวเลขสปอนเซอร์ ก็ถือว่าสอบผ่านฉลุย เพราะทะลุเป้าตั้งแต่สนามยังไม่ครบขวบเต็ม
“เรื่องสปอนเซอร์เรามาไกลกว่าที่คิด ตอนนี้แตะๆ อยู่ที่ 300 ล้าน ซึ่งทีแรกตั้งเลขนี้ไว้ตอนผ่าน 3 ปี ต้องถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนเรื่องจัดการแข่งขันในสายตาชาวโลกถือว่าสอบผ่านทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ อย่างมอเตอร์ไซค์หลังจบเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ถึงวันนี้เริ่มมีการพูดกันเรื่องโมโตจีพีแล้ว เหลือแค่เพียงเจรจาตัวเลขเท่านั้น”
เมื่อโอกาสมาถึง ... มีหรือลูกผู้ชายสไตล์ขาลุยจะปล่อยผ่าน ล่าสุดมีการหารือกับ “รองเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยป้ายแดงเรียบร้อยในเบื้องต้น ซึ่งในฐานะคนเคยดูภาพยนตร์เรื่อง “Godfather” ผู้เขียนขอเรียกมันว่า “ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้”
“ผมเคยพูดกับผู้ว่าคนใหม่ไปแล้วว่า ขอ 200 ล้านจากรัฐบาล ที่เหลือทางสนามกับเอกชนพร้อมจัดการ ลำพังเอกชนทำได้เพียงจัดซูเปอร์ ซีรี่ส์ แต่ถ้าจะก้าวไประดับโมโตจีพี หรือ เอฟวัน ต้องให้รัฐบาลดีล สองรายการนี้ต้องช่วยเหลือกัน ส่วนใหญ่ประเทศอื่นรัฐบาลจะเดินหน้าและภาคเอกชนตาม แต่ต้องยอมรับในเมืองไทยเอกชนแข็งแรงไปแล้ว ซึ่งถ้าร่วมมือกันรับรองสำเร็จชัวร์”
หากทั้ง 2 ภาคส่วนร่วมใจจับมือ อนาคตไทยพร้อมยึดหัวแถวมอเตอร์สปอร์ตของอาเซียนได้ไม่ยาก และสิ่งที่ประเทศจะได้ เนวิน ชิดชอบ มั่นใจเกินคุ้ม
“ไม่ว่าจะจัดเอฟวัน หรือโมโตจีพี ประเทศได้ประโยชน์มากกว่าสนามอยู่แล้ว อย่าไปคิดว่าค่าผ่านประตูมันคุ้ม เม็ดเงินเรื่องท่องเที่ยวมหาศาลกว่า บาห์เรนมีโรงแรมแค่ 5,000 ห้อง เขาก็จัดได้ สนามเซปังอยู่ห่างจากเมืองหลวงมาเลเซียชั่วโมงครึ่ง แต่เขาก็จัดได้ ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ดีล”
เมื่อก่อนเราคิดว่าบุรีรัมย์ต้องเพิ่มโรงแรม เพิ่มเสน่ห์ให้เมือง แต่พอลงมือทำจริงกลับพบว่ามันไม่ใช่ปัญหา โคราช เขาใหญ่ สุรินทร์ จังหวัดพวกนี้อยู่ห่างไม่เกินชั่วโมงครึ่ง ถ้าร่วมกันช่วยพัฒนาประเทศมีแต่ได้กับได้ ส่วนที่มั่นใจว่าเราก้าวเป็นเบอร์หนึ่งอาเซียน เนื่องจากไทยไร้ข้อจำกัด
“บาห์เรน กาตาร์ พวกนี้มีแค่ทะเลทราย มาเลเซียมีข้อจำกัดเรื่องศาสนา หลายชาติแฟนๆเดินทางคนมาดูเรซแล้วก็กลับ สมมติคุณสามารถเรียกเงินคนมาดูมอเตอร์สปอร์ตได้ 100 บาท แต่ไทยมีทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย ภูกระดึง และเมืองท่องเที่ยวเยอะแยะ ถ้าเราดึงให้กลุ่มท่องเที่ยวที่มีกำลังจ่ายฟุ่มเฟือยให้อยู่ในเมืองไทยต่ออีกซักอาทิตย์ เราอาจดึงเงินไว้ในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อยๆ 3-5 เท่า ซึ่งแน่นอนคนกลุ่มนี้ไม่ใช้จ่ายแค่ 100 บาท”
“ผมยังยืนยันคำเดิม ไม่ว่าเอฟวัน หรือโมโตจีพี ไม่ให้บุรีรัมย์เอี่ยวเลยก็ได้ ยกสนามให้ใช้ฟรีๆ รัฐบาลก็ไปหาค่าใช้จ่ายมาเอง นั่นอาจเป็นที่แรกของโลกที่เอกชนให้ใช้สนามฟรีๆ เพราะชาติอื่นรัฐบาลลงทุนสร้างสนามเองจัดเองด้วยซ้ำ แต่ถึงผมยกสนามให้ใช้ฟรีๆ สิ่งที่บุรีรัมย์จะได้รับก็ประเมินค่าแทบไม่ได้ เมืองเราจะได้รู้จักสู่สายตาชาวโลก เม็ดเงินหมุนเวียนภายในตัวจังหวัดจะสะพัด แค่คิดแค่นี้มันก็คุ้มแล้ว”
นอกจากเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจที่จะได้เมกมันนี่ให้บ้านเมือง ประโยชน์ทางอ้อมของการมีสนามแข่งระดับสากล คือ การผลิตนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตชาวไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ไม่แน่อนาคตเราอาจมีนักซิ่งระดับโลก นอกเหนือจากที่มีอยู่ก็เป็นได้
บทสนทนาเดินทางมาถึงช่วงท้าย ซึ่งไม่น่าเชื่อจากคำถามที่เตรียมมาชั่งน้ำหนักว่า “คุ้มไม่คุ้ม???” จู่ๆ ในหัวผู้เขียนกลับมีแต่คำว่า ... จัดเถอะ จัดเถอะ!!!







