
โรคสมองเสื่อม : ภัยร้ายของผู้สูงวัยที่สามารถป้องกันได้ (ตอนที่ 1)
เรื่อง : รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ
ปัญหาสุขภาพที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และครอบครัว ที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งคือ โรคสมองเสื่อม สัปดาห์นี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.สุวิณี วิวัฒน์วานิช จากคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นแขกรับเชิญของคอลัมน์เพื่อให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม
โรคสมองเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกวัย แต่โอกาสการเกิดจะมีมากขึ้นในคนที่มีอายุมาก คนที่มีอายุตั้งแต่ 85 ปีขึ้นไป 100 คน มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ 25 คน ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 50 จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งโรคอัลไซเมอร์นี้จัดอยู่ในกลุ่มโรคสมองเสื่อม โรคสมองเสื่อมเมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาด ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุด คือ การให้ความช่วยเหลือ ความเข้าใจ และหาแนวทางในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับครอบครัว ผู้ดูแล และตัวผู้ป่วยเอง เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวเข้าใจและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
สมองเสื่อม...คืออะไร
ภาวะสมองเสื่อม จริงๆ แล้วเป็นแค่อาการแสดงอย่างหนึ่งของโรคซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ความหมายโดยทั่วไปของสมองเสื่อม คือ การด้อยประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง แบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ความสามารถในการเรียนรู้ ความจำ การคำนวณ หรือการใช้ความคิดที่สลับซับซ้อน รวมถึงประสิทธิภาพทางการสื่อภาษา และการแปลความหมาย ถ้าเป็นมากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเคลื่อนไหวแขนขาบิดเป็นอัมพาต ปัสสาวะ อุจจาระผิดปกติ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ในการประกอบกิจวัตรประจำวัน
อาการที่บ่งบอกของการมีภาวะสมองเสื่อม มีดังนี้
1.ความจำสิ่งใหม่ๆ บกพร่อง ในขณะที่ความจำเรื่องเก่าๆ ยังปกติดี ทำให้ผู้สูงอายุนั้นถามซ้ำๆ ซากๆ ในคำถามเดิมบ่อยๆ
2.บกพร่องในการรับรู้ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น พูดทวนเรื่องเก่า จำเหตุการณ์ปัจจุบันหรือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
3.บกพร่องในการประกอบกิจกรรมที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน เช่น เคยจ่ายกับข้าวมาประกอบอาหารได้ก็กลายเป็นซื้อส่วนประกอบขาดๆ เกินๆ หรือใช้ส่วนประกอบแปลกๆ ในการปรุงอาหาร หรือไม่สามารถต่อโทรศัพท์หรือพูดโทรศัพท์ได้ ทั้งที่เคยทำได้มาก่อน
4.บกพร่องในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา เช่น นั่งดูน้ำล้นอ่างเฉยๆ เพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดในหน้าที่การงาน แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่สามารถทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้
5.หลงทาง เช่น เดินออกจากบ้านแล้วหาทางกลับบ้านไม่ได้
6.บกพร่องในการใช้ภาษา ได้แก่ พูดตะกุกตะกัก หรือพูดเพี้ยนไป เพราะนึกชื่อสิ่งของที่เรียกไม่ได้ เช่นเรียกเสื้อเป็นแสง
7.บกพร่องในการประกอบกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน เช่น เคยเปิดโทรทัศน์ได้ ก็ไม่สามารถหาวิธีเปิดช่องที่ต้องการได้
8.มีการประกอบกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองบกพร่อง เช่น ไม่อาบน้ำ ไม่แต่งตัว ญาติต้องคอยเตือนให้ทำอยู่เสมอ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ ปัสสาวะราดหรือปัสสาวะในที่ที่ไม่ควร
9.มีพฤติกรรมแปลกๆ และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เช่น กลายเป็นคนเฉยเมย เฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น โมโหฉุนเฉียวง่ายเมื่อใครทำอะไรให้ไม่ถูกใจ หลีกเลี่ยงการออกไปพบปะเพื่อนฝูง ทั้งที่เคยไปมาหาสู่กันเสมอ เดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย
สาเหตุของโรคสมองเสื่อม
สาเหตุใหญ่ๆ ของการเกิดภาวะสมองเสื่อม แบ่งได้ดังนี้
1.อายุที่สูงวัยขึ้น สมองเสื่อมจากวัยชรา มักพบในคนสูงอายุวัย 65
–70 ปีขึ้นไป2.ความผิดปกติของเซลล์สมองซึ่งเสื่อมลงก่อนวัยอันควร คือ เกิดในผู้ที่อายุไม่เกิน 65 ปี การที่จะรู้แน่นอนว่ามีความผิดปกติของเซลล์สมองเสื่อมลงเหมือนคนอายุ 70
–80 ปีหรือไม่ ต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อสมอง ในเมืองไทยยังมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้น้อย จึงดูเหมือนว่าพบการเกิดโรคนี้น้อยกว่าความเป็นจริง3.โรคสมองเสื่อมที่เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มักเกิดจากหลอดเลือดเส้นเล็กๆ ทั่วไปอุดตันซ้ำๆ มานาน ทำให้เซลล์สมองตาย และการทำงานของสมองโดยรวมเสื่อมลง คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงมานาน โดยไม่ควบคุมให้ดี มักมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ง่าย
4.โรคติดเชื้อที่มีผลทางสมอง เช่น ซิฟิลิส ไวรัส สมองอักเสบ ไวรัสเอดส์ ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้
5.สมองเสื่อมจากการติดสุราเรื้อรังนานๆ
สัปดาห์หน้าจะนำเสนอให้ท่านทราบแนวทางการป้องกันนะคะ







