posttoday
ทัศนา ‘Making Traces’ ที่ เทต โมเดิร์น ลอนดอน

ทัศนา ‘Making Traces’ ที่ เทต โมเดิร์น ลอนดอน

03 พฤษภาคม 2558

ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เดินเลียบฝั่งมาจากทาวเวอร์ ออฟลอนดอน อันเลื่องชื่อ ไม่ไกลนัก

โดย...พรเทพ เฮง

ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เดินเลียบฝั่งมาจากทาวเวอร์ ออฟลอนดอน อันเลื่องชื่อ ไม่ไกลนัก ตรงบริเวณตีนสะพานมิลเลเนียมที่เชื่อมกับฝั่งตรงข้ามอันเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์พอล มีหอศิลป์ระดับโลกที่ชื่อ เทต โมเดิร์น ถือเป็นหอศิลป์ที่ดีที่สุดในโลกที่หนึ่งในยุคปัจจุบันจัดแสดงศิลปะสมัยใหม่ นำเสนอทั้งผลงานของศิลปินชื่อดังในแวดวงศิลปะสมัยใหม่และผลงานของศิลปินใหม่ที่กำลังมาแรงจากทั่วโลก

มีโอกาสได้เข้าไปชมนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยระดับโลก “Making Traces” เป็นนิทรรศการศิลปะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเน้นย้ำไปที่เส้นทางของศิลปินในช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างกระบวนการพัฒนางานที่เห็นรอยทางไปสู่จุดสูงสุด ถือเป็นงานที่อยู่ในช่วงก้ำกึ่งของการค้นหาความเป็นเลิศในแนวทางของตัวเองของศิลปินแต่ละคนในช่วงเทคโนโลยียุคใหม่กำลังเข้ามาในชีวิตประจำวันของมนุษย์

นิทรรศการศิลปะชุดใหม่นี้ทางปีกอาคารฝั่งตะวันออกของชั้น 2 ของเทต โมเดิร์น ซึ่งเป็นการจัดแสดงงานศิลปะที่เก็บสะสมไว้ของที่นี่ จากการอ่านในรายละเอียดของที่มาที่ไปนิทรรศการชุดนี้ หัวหน้าฝ่ายจัดแสดงงาน แมทธิว เกล บอกว่า เป็นการรวบรวมงานศิลปะสมัยใหม่ที่มีความหลากหลายมาจัดแสดงรวมกัน โดยผ่านการคัดสรรของภัณฑารักษ์หอศิลป์ (curators) ที่ทำงานร่วมกับทีมผู้ดูแลและอนุรักษ์งานศิลปะ

ทัศนา ‘Making Traces’ ที่ เทต โมเดิร์น ลอนดอน

 

ใจความสำคัญหรือธีมของนิทรรศการศิลปะ “Making Traces” คอื การสำรวจรอยทางของการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ห้อง “Rothko Room”โดยนำงานชุดที่ลือลั่นคือ Seagram muralsจำนวน 9 รูปของ มาร์ค รอธโก มาจัดแสดงครั้งแรกในรอบ 3 ปี รวมถึงศิลปินคนอื่นๆที่อยู่ร่วมสมัยโดยวางไว้ทั้งหมด 10 ส่วนคือ1.แม็กดา คอร์เดล และ ลี บัล 2.เทรซ 3.มโนโครมส์ 4.มาร์ค รอธโก 5.จอร์จ คอนโด 6.รีเบ็คกา ฮอร์น 7.เพนติ้ง อาฟเตอร์เทคโนโลยี 8.ทอร์น เปเปอร์ แอนด์ วอลล์สเปเปอร์ 9.แซม ฟรานซิส และ เบรตต์ เวสตัน 10.เกอร์ฮาร์ด ไรช์เตอร์

เวลาช่างเร่งรัด ทว่าหัวใจไม่เร่งร้อนเดินชมไปเรื่อยๆ ผู้คนค่อนข้างหนาตาที่เดินกันขวักไขว่ บ้างหยุดชมอย่างเพ่งพินิจ บ้างเดินผ่านๆ ไปอย่างไม่เคร่งครัด

ทั้งหมดที่จัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ได้เพ่งความสนใจไปที่ประวัติศาสตร์ของภาพ เพื่อมองกลับไปทบทวนแง่มุมของการสร้างสรรค์และการสร้างแรงบันดาลใจและส่งอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นต่อมา จะเห็นได้ถึงรูปแบบศิลปะที่ก่อตัวขึ้น ซึ่งต่อมาได้พัฒนาจนกลายเป็นศิลปะร่วมสมัย เห็นได้ถึงการทำงานที่แตกต่างและมีบุคลิกเฉพาะมีความพิเศษที่สะท้อนออกมาอย่างต่อเนื่องและทรงพลังซึ่งอยู่ระหว่างอดีตและปัจจุบัน

ทัศนา ‘Making Traces’ ที่ เทต โมเดิร์น ลอนดอน

 

คงต้องกล่าวถึง มาร์ค รอธโก ซึ่งเป็นศิลปินชาวอเมริกันเป็นหลัก เพราะเป็นห้องยอดนิยม จัดแสงทึมมัวซัว เพื่อให้คนได้ละเมียดละไมกับภาพอย่างมีสมาธิ เขาถือว่าเป็นศิลปินที่มีภาพถูกประมูลซื้อไปด้วยมูลค่าที่สูงมากมายหลายภาพ โดยสถิติติดอยู่ที่อันดับ 9 ของโลก กับภาพที่ชื่อ “Orang,Red, Yellow” ที่มีมูลค่าราว 2,754.73 ล้านบาท ในงานประมูลของ บริษัท คริสตีส์ ที่มหานครนิวยอร์ก เมื่อปี 2555 แต่ไม่ได้ถูกจัดแสดงในครั้งนี้

มาร์ค รอธโก เกิดในรัสเซียและอพยพตามครอบครัวมาลงหลักปักฐานที่พอร์ตแลนด์ โอเรกอน ตอนอายุ 10 ขวบเขาเรียนศิลปะเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนออกมาค้นหาเส้นทางการวาดภาพด้วยตัวเองทำงานศิลปะแนวแอบสแทรกต์ อิมเพรสชันนิสม์ หรือมีศัพท์ทางศิลปะเป็นภาษาไทยว่า ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรม

ศิลปินในกระแสนี้ได้พัฒนารูปแบบจิตรกรรมแบบอเมริกันจากอิทธิพลบางประการของลัทธิบาศกนิยม (Cubism)และลัทธิเหนือจริง (Surrealism) มาสู่การใช้กรรมวิธีในการวาดภาพตามทัศนะส่วนตัว สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดร่วมสำคัญของงานจิตรกรรมที่ศิลปินอเมริกันได้จุดกระแสความเคลื่อนไหวขึ้นในมหานครนิวยอร์กระหว่างทศวรรษที่ 1940-1950 ก็คือการรวมเอาการแสดงออกทางอารมณ์อันเข้มข้นเข้ากับลักษณะงานนามธรรมเฉพาะตน

ทัศนา ‘Making Traces’ ที่ เทต โมเดิร์น ลอนดอน

 

มาร์ค รอธโก ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มจิตรกรรมสนามสี (Colour-field painting)ที่มุ่งถ่ายทอดด้วยอารมณ์ความรู้สึก ปฏิเสธการเขียนหรือทำภาพแบบลวงตา 3 มิติฝีแปรงแบบภาพเขียนงานจิตรกรรม ไม่มีการใช้พู่กันระบายสี โดยจะใช้วิธีการเทหรือราดสี แล้วปล่อยให้ไหล เป็นวิธีการแบบกึ่งบังคับ กึ่งปล่อยอิสระ จนเกิดเป็นร่องรอยของสี ความเด่นของการใช้สี หรือการให้ความสำคัญกับความเป็นสีสันในภาพการทำร่องรอยของสีให้มีขนาดใหญ่ แบนแผ่ไปทั่วภาพราวกับท้องทุ่งได้กลายเป็นจุดเด่นที่ถูกนำไปขนานนามแนวศิลปะว่าคัลเลอร์-ฟิลด์ เพนติ้ง

แค่ห้องของมาร์ค รอธโก ห้องเดียวก็ดูดพลังของการเสพชมภาพอย่างมากมายเพราะเห็นได้ถึงรอยอารมณ์ความรู้สึกด้านมืดและความเศร้าที่ส่งออกมาจากรูปแต่ละรูป แม้จะเป็นเพียงสีที่ดูแบนราบวางซ้อนเหลื่อมกันเพียงเท่านั้น

ห้องอื่นๆ ก็ได้แต่ทัศนาแบบผ่านเลย ไม่ได้ดำดิ่งแบบลุ่มลึกอย่างเต็มที่ แต่ก็รับได้ถึงแรงดึงดูดของภาพแต่ละภาพที่มีประวัติศาสตร์ของกาลเวลาถมทับอยู่ในรอยทางของศิลปะสมัยใหม่ในยุคหลังศตวรรษที่ 20 อันทรงพลัง และอยู่ร่วมสมัยกับพวกเรา

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา