posttoday
เบื้องหลังภาพเขียนดัง กุสตาฟ คลิมต์

เบื้องหลังภาพเขียนดัง กุสตาฟ คลิมต์

03 พฤษภาคม 2558

มาเรีย อัลท์มันน์ แม้อยู่ในวัย 80 แล้ว ยังต้องมีเรื่องบู๊ทางกฎหมายกับรัฐบาลออสเตรีย

โดย...อฐิณป ลภณวุษ artofmylifeasafrog.blogspot.com

มาเรีย อัลท์มันน์ แม้อยู่ในวัย 80 แล้ว ยังต้องมีเรื่องบู๊ทางกฎหมายกับรัฐบาลออสเตรีย เพื่อที่จะทวงคืนภาพเขียนดัง ผลงานของ กุสตาฟ คลิมต์ Portrait of Adele Bloch-Bauer I รวมทั้งอีกหลายภาพที่ถูกนาซีปล้นไประหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

ภาพเขียนชื่อดังได้ถูกปลดไปจากฝาบ้านของเธอ หลังจากที่มาเรียต้องอพยพออกจากออสเตรียในฐานะผู้ลี้ภัยชาวยิวในระหว่างสงคราม ซึ่งเธอบอกว่า การที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิในวันที่จะตายมิตายแหล่อยู่นี้ หาใช่เพราะเธออยากได้เงินชดเชยใดๆ ทว่าเพียงต้องการตีแผ่ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่สูญเสียที่เกิดกับครอบครัวของเธอ

เรื่องราวมีอยู่ว่า... ภาพเขียน Portrait of Adele Bloch-Bauer I นี้ได้ถูกผู้ทรงอำนาจของพรรคนาซียึดไปจากลุงของมาเรีย - เฟอร์ดินานด์ บล็อก-บาวเออร์ และในที่สุดก็ตกเป็นของรัฐบาลออสเตรียในขณะที่นาซีเยอรมันได้เข้ามายึดครองออสเตรียเอาไว้

มาเรีย อัลท์มันน์ ได้ต่อสู้เพื่อที่จะขอภาพพอร์เทรตของคุณป้าสะใภ้ อะเดล บล็อก-บาวเออร์ มาตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990ซึ่งในขณะนั้นภาพเขียนดังกล่าวได้ตกเป็นของกาเลรีเบลเวแดร์ในกรุงเวียนนา ที่รู้จักภาพเขียนดังในนาม Women in Gold

ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครรู้ที่ไปที่มาของภาพเขียนดังกล่าว จึงตั้งฉายาภาพสีน้ำมันของ กุสตาฟ คลิมต์ ซึ่งแสนวิจิตรงดงามPortrait of Adele Bloch-Bauer IIภาพนี้ว่า Mona Lisa แห่งออสเตรีย

เบื้องหลังภาพเขียนดัง กุสตาฟ คลิมต์

 

สำหรับมาเรีย ขณะที่เริ่มการต่อสู้นั้น อาศัยอยู่ในลอสแองเจลิส เธอไม่คิดหรอกว่าจะได้ภาพเขียนมากมูลค่ากลับมาเป็นของครอบครัวจริงๆ เพียงแค่ยื่นคำร้องไปครั้งแรกก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย หรือแม้แต่ทนายความของเธอเอง อย่าง อี.แรนดอล เชินแบร์ก หลานชายของเพื่อนสนิทของเธอ วาทยากร อาร์โนลด์ เชินแบร์ก ก็ยังไม่มั่นใจว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะต่อสู้กับรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม อี.แรนดอล ก็หัวใสเมื่อเห็นความหวังริบหรี่ เขาจึงอาศัยความพยายามทางกฎหมายของพวกเขาเป็นการพีอาร์ให้ใครๆ ได้รู้เรื่องราวของครอบครัวมาเรีย อัลท์มันน์ ซึ่งจริงๆแล้วก็คือสิ่งที่เธอต้องการอย่างแท้จริง

“ผมบอกกับเธอ ทุกๆ คนในโลกนี้จะต้องรู้เรื่องราวของเธอ ทุกๆ คนจะต้องรู้เรื่องราวเกี่ยวกับภาพเขียนชื่อดังภาพนี้ นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” อี.แรนดอล กล่าว

ขั้นตอนการต่อสู้ทางกฎหมายค่อนข้างซับซ้อน อี.แรนดอล เชินแบร์กที่ดูท่าที่เป็นมิตรทว่ากัดไม่ปล่อย ทั้งขุดค้นลงลึกไปที่รายละเอียดปลีกย่อยถ้าพูดกันคร่าวๆ ก็คือพบหลักฐานที่ว่า ตัวของ อะเดล บล็อก-บาวเออร์เอง แสดงความจำนงว่า ต้องการให้สามีของเธอ (ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างกุสตาฟคลิมต์ วาดภาพและเป็นเจ้าของที่แท้จริง) บริจาครูปภาพดังกล่าวให้กับหอศิลป์แห่งชาติเบลเวแดร์อยู่แล้ว หลังจากที่เฟอร์ดินานด์เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม อะเดล เสียชีวิตก่อนที่ภาพเขียนทั้งหลายจะถูกขโมยและเฟอร์ดินานด์ได้ทำพินัยกรรมมอบมรดกทั้งหมดให้หลานๆ -- นั่นเป็นเรื่องที่ อี.แรนดอล ต้องพิสูจน์ว่า เจตนารมณ์ของอะเดลเกิดขึ้นโดยไม่รับรู้มาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์น่าสะพรึงต่อครอบครัวของเธอ

“ถ้าเธอรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเธอรู้ว่ามีเพื่อนๆ ของเธอต้องตายไปไม่รู้กี่คน ทั้งโดนฆ่า ทั้งฆ่าตัวตาย เธอคงไม่บอกให้ลุงบริจาคภาพเขียนให้หอศิลป์แห่งชาติ (ออสเตรีย) หรอกค่ะ ฝันไปเถอะ เธอไม่ทำอย่างนั้นแน่ๆ ฉันหมายถึงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบายจริงๆ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรในโลกนี้” มาเรีย กล่าว

คดีฟ้องร้องข้ามชาติของมาเรียอัลท์มันน์ เริ่มต้น ณ ศาลแขวงเล็กๆ ในแคลิฟอร์เนียกลาง ไปจนถึงศาลสูงของสหรัฐ ซึ่งมีผลผูกพันกับอนุญาโตตุลาการในออสเตรีย แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะมีความเสี่ยงที่จะผลักดันต่อไปเรื่อยๆอี.แรนดอลหวั่นว่า ร่างกายของมาเรียจะสู้ไม่ไหว

“ผมปรึกษากับมาเรียตามลำพังบอกว่า ฝ่ายรัฐบาลออสเตรียต้องการขอไกล่เกลี่ยกับเธอ เธอบอกว่า จะบ้าเหรอ ไม่มีทางหรอก ผมก็บอกอีกว่ามาเรีย คุณอายุ 85 แล้วนะ คุณน่าจะได้อยู่อย่างสบายๆ ยกภาระออกจากอกได้แล้ว คุณน่าจะรับโอกาสนี้แต่จะว่าไปฝั่งเรามีภาษีดีกว่า รัฐบาลออสเตรียจึงออกมาวิ่งเต้นในทำนองนั้น” อี.แรนดอล เล่า

จริงดังว่า มาเรีย อัลท์มันน์ ชนะคดีในปี 2006 และได้ภาพ Portrait of Adele Bloch-Bauer I ที่ถูกขโมยไปจาก ครอบครัวกว่า 70 ปี กลับมาครอบครอง ในปีเดียวกันเธอขายภาพดังกล่าวให้แกลเลอรี่นอยเออ ในนิวยอร์กด้วยราคา 135 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ขณะนั้น สำหรับการขายภาพเขียนภาพเดียวโดยไม่ผ่านสถาบันประมูล

ถามว่า เธอทำไมจึงขายภาพเขียนที่เธอต้องต่อสู้อย่างหนักที่จะได้คืนมาทนายความของมาเรียบอกว่า ในแง่กฎหมาย เธอจะต้องแบ่งสมบัติกับพี่น้องและทายาทที่เหลือด้วย นอกจากนี้ ตัวเธอเองก็ไม่มีปัญญาจะจ่ายค่าเก็บรักษาและค่าประกันภาพเขียนซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

“อย่างไรก็ตาม เธอได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพเขียน Mona Lisaแห่งออสเตรีย เป็นผลสำเร็จแล้ว แล้วก็อย่างที่ว่าคือ ไม่มีใครจะเชื่อว่าเราจะสู้คดีชนะรัฐบาลออสเตรียได้” เหนือสิ่งอื่นใด เธอสามารถที่จะแบ่งเงินมรดกที่ได้มาให้กับทายาททุกคนของอะเดล และเฟอร์ดินานด์ บล็อก-บาวเออร์ ได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในปี 2011

ล่าสุด เรื่องราวของมาเรีย อัลท์มันน์ กำลังจะปรากฏในหนังของไซม่อน เคอร์ติส เรื่อง Woman inGold หลังจากที่เขาประทับใจเรื่องราวของเธอจากที่ได้เห็นหนังสารคดีของบีบีซี โดยจะมี เฮเลน มีร์เรน มารับบทมาเรีย ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้นิทรรศการพิเศษ Gustav Klimt andAdele Bloch-Bauer: The Woman inGold ก็จัดแสดงให้ชมอยู่ที่แกลเลอรี่นอยเออ (Neue Galerie) กรุงนิวยอร์กจนกระทั่งวันที่ 7 ก.ย.ศกนี้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน