posttoday
ดร.นงนุช อธิพันธ์ุอำไพ ส่งเสริมความเป็นไทยให้โลกรู้

ดร.นงนุช อธิพันธ์ุอำไพ ส่งเสริมความเป็นไทยให้โลกรู้

29 เมษายน 2558

เวลาเราไปซื้อของที่ตลาดไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ หรืออาหารสดต่างๆ แล้วแม่ค้าห่อใบตองมาให้ เราจะรู้สึกดีมากๆ เพราะรู้สึกถึงความใกล้ชิดธรรมชาติ

โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เวลาเราไปซื้อของที่ตลาดไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ หรืออาหารสดต่างๆ แล้วแม่ค้าห่อใบตองมาให้ เราจะรู้สึกดีมากๆ เพราะรู้สึกถึงความใกล้ชิดธรรมชาติ ความใส่ใจของแม่ค้า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเวลานำใบตองไปเป็นส่วนประกอบของอาหารอะไรก็ตาม จะทำให้อาหารนั้นหอมน่ากิน ภาพลักษณ์ดูดีขึ้นมาเลยทีเดียว และตอนนี้ใบตองกำลังเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมจนออร์เดอร์ล้นไม่พอส่งออก...จริงดิ

ใครจะคิดออกไหมว่ามีธุรกิจที่ส่งออกใบตอง ใช่ใบตองสดเป็นกำๆ ที่แม่ค้าเอาไปห่อของนี่ล่ะ เขาส่งออกไปยุโรปและสหรัฐ ปีละร้อยกว่าล้านบาท ที่สำคัญของไม่พอส่งออกด้วยนะ ต้องจองต้องออร์เดอร์ล่วงหน้ากันนานเลยทีเดียว ทำกันเป็นโรงงานส่งออกกันเป็นเรื่องเป็นราว

นอกจากใบตองแล้วยังมีใบจาก ใบเตย ที่กลุ่มคนไทยในต่างประเทศเขาเอาไปประกอบการทำอาหารนั่นเอง มีทำกันอยู่ไม่กี่ราย หนึ่งในนั้นคือ ผึ้ง-ดร.นงนุช อธิพันธุ์อำไพ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้จัดการฝ่ายโรงงาน บริษัท โกลเบิลฟู้ด เทรดดิ้ง และยังมีบริษัทในเครืออีกร่วม 10 บริษัท เธอนับเป็นกลไกของธุรกิจดังกล่าวข้างต้น ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ 3 ของธุรกิจนี้ที่เติบโตมาจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ขยายมาทำธุรกิจเรื่องอาหารในรุ่นที่ 2  และทำทุกอย่างเป็นระบบอย่างมืออาชีพมากขึ้น ขยายไลน์ไปสู่อาหารสดมากขึ้นในรุ่นที่ 3

ด้านการศึกษานั้นเธอก็เป็นเลิศทีเดียว เพราะเรียนดีจนมีทุนการศึกษารองรับตลอด เธอจบปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีทางอาหารด้วยเกรด 4 เกียรตินิยมเหรียญทอง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทุนฟูลไบรท์ไปเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร และได้ทุนจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ไปต่อปริญญาเอกทางด้านวิศวกรรมทางอาหาร ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์

ตอนจบปริญญาตรีเธอได้พักทำงานอยู่ไม่ถึงปี ก็ได้ทุนไปเรียนต่อ หลังจากเรียนจบปริญญาเอกด้วยวัยเพียง 28 ปี จบออกมาก็มาเป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมๆ กับช่วยธุรกิจของครอบครัวไปด้วย

ดร.นงนุช อธิพันธ์ุอำไพ ส่งเสริมความเป็นไทยให้โลกรู้

 

ฟังประวัติการศึกษาของเธอแล้วต้องยกนิ้วให้จริงๆ มีเคล็ดลับอะไรนะ เธอบอกว่าไม่มีอะไรมากถึงเวลาเรียนก็ตั้งใจฟัง มีสมาธิจดจ่อกับการเรียนไม่วอกแวกคิดเรื่องอื่น เรียนจบชั่วโมงกลับไปบ้านทบทวนสิ่งที่เรียนมาอีกครั้ง ถึงเวลาสอบก็อ่านอีกสักรอบสองรอบ

นึกไม่ถึงใช่ไหมว่า แค่ใบตองกำละ 20 กว่าบาทนั้น สามารถส่งออกเป็นเรื่องเป็นราวกันถึงปีละเป็น 100 ล้านบาท แถมของยังไม่พอขายเสียด้วยสิ เธอเล่าว่าที่ยุโรปและอเมริกานั้น อาหารไทยเป็นที่นิยมเป็นอันดับ 3 รองจากอาหารญี่ปุ่นและอาหารสเปนกะเม็กซิโก และมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจจนเป็นนิยมเพิ่มขึ้นทุกวัน ชาวต่างชาติกล้าที่จะลองเมนูของคาวของหวานของไทยมากขึ้น จากเดิมที่จะรู้จักแค่เพียงผัดไทย แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง

“ตอนนี้รู้จักลอดช่องน้ำกะทิ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนของเราด้วยนะคะ ที่บริษัทเราก็มีบริษัทในเครือชื่อ โอชาฟู้ดส์ ที่จะส่งอาหารสดพวกนี้ออกไปมากขึ้น เช่น ขนมหวานอย่างลอดช่องสิงคโปร์ ขนมตาล ข้าวต้มมัด ข้าวเหนียวน้ำกะทิขนุน เราเริ่มส่งออกไปสักพักใหญ่แล้วค่ะ ตอนนี้กำลังมองหาเมนูใหม่ๆ พวกสมุนไพร หรือน้ำสมุนไพร น้ำอัญชัน เนื่องจากประชากรทั่วโลกล้วนมีผู้สูงวัยเยอะขึ้น อาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจมากค่ะ” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ขอบข่ายงานของเธอ ก็คือพยายามหาสินค้าใหม่ๆ เพื่อป้อนตลาดส่งออกแบบครบวงจร ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง สมุนไพร ขนมหวานของไทย เช่น ทองหยอด ฝอยทอง ขนมประเภทกะทิ ที่เราจะต้องไปพาสเจอไรซ์ เพื่อยืดอายุของขนมให้อยู่ได้นานขึ้นโดยที่รสชาติยังคงเดิม เรียกว่าสิ่งที่เรียนมาก็ตรงกับงานที่เธอทำจริงๆ เธอจึงมีความสุขกับการทำงานที่ได้คิดอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เวลาที่ส่งขนมไทยของเราออกไปแล้วเป็นที่สนใจขายดี ก็จะภูมิใจมากว่าฝรั่งจะรู้จักอาหารไทยเพิ่มขึ้นอีกอย่างแล้ว เพราะอาหารไทยเรามีของอร่อยและมีประโยชน์อีกเยอะแยะเลย

ดร.นงนุช อธิพันธ์ุอำไพ ส่งเสริมความเป็นไทยให้โลกรู้

เพราะความรู้ใหม่ๆ มีเข้ามาทุกวัน เราต้องเรียนรู้อยู่เสมอไม่สิ้นสุด ตราบใดที่โลกยังไม่หยุดหมุนเราก็อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ เราหยุดคนอื่นแซงหน้าเราทันที ดังนั้นเธอจะเข้าคอร์สอบรมอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอๆ เพื่อช่วยเป็นการต่อยอดธุรกิจ เปิดโลกทรรศน์ด้านต่างๆ ให้ฉับไว โครงการล่าสุดที่เธอไปเข้าคอร์สดีๆ จนอยากบอกต่อ ก็คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจซัพพลายเชนของธนาคาร TMB สิ่งที่เธอได้จากการไปเรียนรู้เพิ่มเติมนั้นเอามาใช้ได้จริง สามารถนำไปปรับใช้ ที่สำคัญทำให้พนักงานเปลี่ยนความคิดเดิมๆ จากที่เคยทำงานตามความถนัดของตัวองมาเป็นการทำงานอย่างมีระบบ และมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานเดียวกัน

พูดให้เห็นภาพชัดๆ ก็คือ ลดขั้นตอนการทำงานลงจากเดิม ผลิต 3 ไลน์ ก็เหลือเพียง 2 ไลน์ ลดเวลาการผลิตลงจาก 3 วัน เหลือ 2 วัน มีการปรับวิธีการตัดแต่ง สามารถวางใบตองให้ทำได้ 2 ด้านพร้อมกัน ประหยัดงบเพราะลดการจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาลงไปได้ถึงปีละเกือบ 1.5 ล้านบาท ทางด้านหลักการทำงานนั้น เธอบอกว่าต้องเรียนรู้อยู่เสมอ

หากจะทำอะไรต้องรู้ให้ลึก รู้ให้จริง เมื่อเจอปัญหาต้องพยายามแก้ไขให้ถูกจุด เปิดใจรับฟังเพื่อนร่วมงานทั้งระดับบนและระดับล่างเพื่อรู้ข้อมูลให้ครบทุกด้าน เลือกการสื่อสารกับคนให้เหมาะสม บางทีเรื่องใกล้ๆ ตัวแบบนี้เห็นทุกวันจนชินเลยมองข้ามไป การได้ไปเรียนอะไรแบบนี้ทำให้เรามองได้ละเอียดครอบคลุมขึ้น ทุกอย่างย่อมมีตัวช่วยได้เสมอ

ดร.นงนุช บอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนฯ เป็นแม่แบบของเธอในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องการทำงาน เรื่องการเรียนรู้อยู่เสมอ ท่านไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ และทรงมีเมตตากับทุกคน

ดร.นงนุช อธิพันธ์ุอำไพ ส่งเสริมความเป็นไทยให้โลกรู้

 

เธอเล่าว่า ผู้ที่ได้รับทุนก่อนจะไปเรียนจะต้องไปกราบทูลลา ท่านก็จะประทานโอวาทให้กำลังใจว่าเราอยู่บ้านเราก็ว่าเก่งแล้ว แต่พอไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็จะมีคนเก่งๆ อีกมาก การที่เราจะได้เรียนรู้จากเขาเมื่อเจออุปสรรคอย่าท้อ “ระหว่างที่เรียนจะมีรายงานผลการเรียนของผู้ที่ได้รับทุนให้พระองค์ทรงทราบ ใครเรียนตกลง ใครเรียนดีขึ้น ท่านจะทรงทราบหมด พอเรียนจบกลับมา มาเข้าเฝ้า พระองค์ก็จะไตร่ถาม แผนการอนาคตของเรา พร้อมมีคำแนะนำดีๆ ที่เสริมสร้างกำลังใจให้เป็นอย่างดี และพระองค์จะสอนว่าเราจะช่วยชาติได้ในแบบไหนได้บ้าง พระองค์ทรงเมตตาและน่ารักที่สุดค่ะ”

ทางด้านหลักการทำงานของเธอนั้น ก็คือ ต้องเรียนรู้ใหม่ๆ เสมอ หากจะทำอะไรต้องรู้ให้ลึก รู้ให้จริง เมื่อเกิดปัญหาต้องพยายามแก้ให้ตรงจุด รวมทั้งเปิดใจรับฟังปัญหาให้รอบด้าน ที่สำคัญควรมีวิสัยทัศน์มองเห็นภาพรวมของงานตั้งแต่ต้นจนจบ พยายามใช้เหตุผลให้มากกว่าอารมณ์ และเนื่องจากบริษัทของเธอส่งออกสินค้าประเภทอาหารหลากหลายแบรนด์ ทั้งผลิตเป็นยี่ห้อของตัวเอง และส่งเป็น OEM ให้ลูกค้าไปติดแบรนด์เอง นับจากนี้ต่อไปเธอจะพยายามมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้มากขึ้น ให้แข็งแรงขึ้น

แม้จะทำงานหนักเพียงใด เธอจะแบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังกาย และไปดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอยู่เสมอ เพราะสุขภาพที่ดีถือว่าเป็นต้นทุนในการทำงานของเราด้วยเช่นกัน เธอพยายามหาเวลาไปออกกำลังกายให้ได้วีกละ 3 ครั้ง ดูแลเรื่องอาหารการกิน ดูแลรูปลักษณ์ให้ดูดีสมวัย และเธอยังแบ่งเวลาไปเรียนภาษาจีนทุกอาทิตย์ เรียกว่า 7 วันของเธอนั้นเต็มแน่นไปด้วยคุณภาพจริงๆ ถือว่าเป็นสาวรุ่นใหม่ ไฟในการทำงานไม่เคยมอดเลยทีเดียว

ด้านสไตล์การแต่งตัวนั้น เธอเน้นเรียบร้อยสุภาพ สมวัย ไม่มากเกินไป ชอบแบบน้อยๆ แต่งดงาม เนื่องจากเธอต้องเป็นอาจารย์ด้วย จะเปรี้ยวหวือหวาไม่ได้ ที่สำคัญก็คือนั่นไม่ใช่สไตล์ของเธอ คนเราตามแฟชั่นมากไปแล้วไม่ใช่ตัวเองก็คงไม่เหมาะ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน