posttoday
ลูกไม้ใต้ต้น

ลูกไม้ใต้ต้น

25 เมษายน 2558

เป็นอีกหนึ่งลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น สำหรับสองพ่อลูกนักธุรกิจ “เย็บ ซู ชวน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH)

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง ภาพ... เสกสรร โรจนเมธากุล

เป็นอีกหนึ่งลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น สำหรับสองพ่อลูกนักธุรกิจ “เย็บ ซู ชวน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) บริษัท ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์รายใหญ่ของประเทศ ที่ปัจจุบันอายุ 67 ปีแล้ว กับผู้ช่วยคนสำคัญคือลูกสาว “เย็บ ซิน หรู”

ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร วัย 35 ปีที่เธอเข้ามาช่วยงานบริษัทมาเป็นเวลา 10 ปีแล้วแต่แม้บริษัทจะมีการก่อตั้งขึ้นมาโดยครอบครัว ขณะเดียวกันก็เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย ทว่าการบริหารงานและการปลูกฝังให้ทายาทเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นนั้นไม่ได้ปูด้วยพรมแดง สอนให้ลูกต่อสู้ และโชว์ฝีมือในการทำงาน

 

ลูกไม้ใต้ต้น

‘เย็บ ซิน หรู : พ่อคือตัวอย่างที่ดี’

สิ่งที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ กับน้องสาวคือภาพที่คุณพ่อและคุณแม่ทำงานกันอย่างหนักมาตลอดและเป็นคนขยันทั้งคู่ จนกระทั่งย้ายมาทำธุรกิจที่เมืองไทย เธอต้องอยู่กับญาติที่มาเลเซียก่อนแล้วค่อยตามมา ซึ่งเขาก็สอนเราให้มองโลกอย่างเข้าใจว่า เขาเสียดายเรื่องภาษาจีนที่ได้มา พ่อไม่เคยโอ๋ลูกไปในทางที่ทำให้ลูกเคยตัวสอนให้ต่อสู้ รู้จักประหยัดอดออมและปลูกฝังมาตลอดว่า บริษัทที่สร้างขึ้นมาไม่ใช่ของลูก ฉะนั้นลูกต้องรู้จักทำงาน บริษัทเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน และลักษณะการสอนคือไม่ได้มาบอกกล่าวว่าต้องทำอะไอย่างไร แต่จะลงมือทำให้เราดูและคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

เราค่อนข้างเคารพในความคิดของพ่อที่ถอดมาแบบวิศวกรจริงๆ เพราะเขาคิดอะไร วางแผนอะไรเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอนไปหมด ทำให้เราเห็นภาพรวมการกระจายงานไปสู่ในส่วนต่างๆ ก็มีความต่อเนื่องและเป็นระบบจริงๆ

“แรกๆ ที่มาช่วยงานก็บอกเราเลยว่า ให้ทำเยอะๆ อย่าขี้เกียจ บางวันไม่ค่อยได้เจอกันในออฟฟิศ ต่างคนต่างทำงานของตัวเองกันเต็มที่ บางทีเจอกันตอนประชุมรวมและถ้าฝ่ายที่เรารับผิดชอบทำงานผิดพลาดหรือทำไม่ได้ตามกำหนดก็จะว่าในที่ประชุมเลย ซึ่งก็ต้องยอมรับเพราะนั่นคือบทบาทหน้าที่ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง มิใช่ลูกกับพ่องานคืองาน คนละเรื่องกับความสัมพันธ์ และเข้าใจว่าพ่อกำลังสอนเรื่องความเป็นมืออาชีพ”

สิ่งที่เขาเคร่งครัดและให้ความสำคัญมากคือ เรื่องความซื่อสัตย์ ความโปร่งใสของการทำงาน หรือห้ามโกงใครเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน และเหมือนเป็นเครดิตทั้งของตัวเองและบริษัทที่จะมาพร้อมกับความน่าเชื่อถือ และก็ต้องโชว์ฝีมือในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำงานได้ ไม่ใช่ว่าพ่อจะยกบริษัทให้ลูกดูแลต่อเลย ถ้าไม่มีฝีมือก็อย่าหวังว่าจะได้การยอมรับ รวมถึงพยายามทำให้ทุกอย่างให้ถึงที่สุดอย่าไปกลัว ถ้าไม่ได้ตอนนี้เดี๋ยวข้างหน้าก็ได้ เชื่อว่าทุกอย่างสามารถเป็นไปได้หมด

พ่ออายุ 67 ปีแล้ว เขาก็ยังสนุกกับการทำงานอยู่ซึ่งก็แล้วแต่เขา ถ้าทำแล้วสนุกก็คงต้องให้เขาทำต่อไป แต่สิ่งที่เราทำได้คือ สานต่อเจตนารมณ์ของพ่อที่ต้องการให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนไปอีก 50-100 ปีให้ได้

 

ลูกไม้ใต้ต้น

‘เย็บ ซู ชวน : ลูกสาวผมเก่ง’

ต้องยอมรับว่าลูกสาวคนนี้เขาเก่งกว่าผมเยอะ ผมเรียนวิศวะมาก็ไม่จบเพราะต้องทำงาน เขาเรียนบัญชีมาแถมได้เกียรตินิยมมาอีก พอมาทำงานบริษัทก็ขาดทุนตั้งนานกว่าจะมีการฟื้นตัว มีกำไรและเติบโตอย่างทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าผมมีผู้ช่วยหลักสำคัญในการช่วยดูแลลูกสาวทั้งสองคนคือ ภรรยาผม เขาทำหน้าที่ได้ดีทั้งสองอย่าง ทั้งเป็นแม่ที่ดีที่ดูแลลูก พอลูกโตเขาก็เป็นผู้ช่วยเรื่องงานที่ดี

เรื่องลูกเราไม่ค่อยมานั่งสอนกันตรงๆ จะทำให้เขาดูมากกว่า พ่อทำงานหนัก แม่ทำงานหนัก เขาเห็นว่าสิ่งที่ควรทำคือ ต้องขยัน ซื่อสัตย์ และอย่าไปโกงใครเขา เพราะถ้าเราไม่โกงใครก่อนเขาก็จะไม่โกงเรา และถ้าทำทุกอย่างโปร่งใสตั้งแต่แรกก็ช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นไปได้

ถ้าพ่อแม่ทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาดู เขาก็จะรับรู้สิ่งดีๆเหล่านั้นไป เราไม่มีอะไรต้องปิดบังเขา เขาเห็นเราเป็นแบบไหน เขาก็จะเรียนรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี และก็รู้สึกว่าโชคดีที่ลูกสาว 2 คนเขารักดี ไม่มีทำเรื่องให้พ่อหรือแม่เสียใจ เขาคงเห็นและเข้าใจว่าพ่อแม่เขาทำงานหนักมาโดยตลอด พยายามให้มองทุกปัญหาที่เข้ามาคือโอกาสทั้งหมด

แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกเขาคือ ต้องซื่อสัตย์และมุ่งมั่นการทำงาน ขณะที่อีกมุมหนึ่งคือต้องรักครอบครัว อย่างลูกสาวคนเล็กเขาเรียนด้านวิศวะมาเหมือนพ่อก็มาช่วยพ่อทำงานได้ แต่วันหนึ่งที่เขามีครอบครัวและแฟนเขาต้องย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศ คนเป็นภรรยาก็ต้องย้ายไปด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ใช่ครอบครัว ครอบครัวไม่ควรที่จะแยกกันอยู่ ต้องมีให้ครบพ่อแม่ลูก ถือว่าทุกคนต่างต้องรู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเองให้ดีที่สุด เรื่องงานที่บริษัทค่อยกลับมาช่วยก็ได้ ท้ายสุดก็ต้องรักประเทศชาติและคนไทยด้วย เพราะทำให้เรามีอาชีพทำมาหากินได้

“ความจริงการใช้ชีวิตหรือการทำงาน หลักคิดไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมาย มันมีส่วนสำคัญหมดว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ การไม่โกง การสื่อสารที่ดีทั้งกับคนในครอบครัวหรือจะเป็นกับพนักงานที่บริษัท การประหยัดไม่ทำอะไรที่เกินตัว โดยสรุปทั้งหมดคือ การเป็นคนดี เพราะถ้าเป็นคนดีแล้วทำอะไรก็มีบุญ คนดีทั้งในฐานะเป็นพ่อแม่ที่ดีแล้ว ก็ต้องเป็นลูกที่ดี พนักงานที่ดี ลูกน้องที่ดี และเจ้านายที่ดี การเป็นคนดี อะไรๆ หรือสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวก็จะดีตามไปด้วย”

ถึงวันนี้ถือว่าลูกสาวคนนี้ก็เข้ามาช่วยงานเราได้เยอะ เขาดูแลงานหลายฝ่ายทั้งฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายพัฒนาบุคลากร รวมถึงเป็นนักลงทุนสัมพันธ์ในวันที่ต้องคอยตอบคำถามผู้ลงทุน และเราก็เข้าใจวันหนึ่งเขาต้องมีชีวิตของเขาเอง มีคนที่มาช่วยเขาคิด มีเวลาให้กับคนอื่นมากขึ้น มากกว่าพ่อและแม่ แต่วันนี้พูดได้ว่า ก็ไม่มีอะไรจะห่วงเขาแล้ว เขาดูแลตัวเองได้ดี

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา