posttoday
เหลือที่ให้ตัวเองบ้าง...

เหลือที่ให้ตัวเองบ้าง...

25 เมษายน 2558

มันมีความมัวๆ อยู่ประการหนึ่งซึ่งสำคัญมากที่เราต้องทำความเข้าใจกับมันให้แจ่มชัด

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

มันมีความมัวๆ อยู่ประการหนึ่งซึ่งสำคัญมากที่เราต้องทำความเข้าใจกับมันให้แจ่มชัด ไม่เช่นนั้นเราอาจจะไม่มีที่ยืนอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป

การที่องค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือที่มีชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า ICAO ได้ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานในการกำหนดมาตรฐานการบินของไทยคือ การบินพลเรือน แล้วตัดสินลดอันดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานนี้ลงเพราะหลายอย่างที่กรมการบินพลเรือนได้ทำไปนั้นไม่ได้มาตรฐานเสียเอง
ทำให้ผู้ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานนี้ซึ่งก็คือ สายการบินต่างๆ ต้องอลหม่าน เพราะเมื่อมาตรฐานที่ได้มาไม่เป็นที่ยอมรับของสากลก็จะใช้สิทธิให้บริการเหมือนกับสายการบินอื่นๆ ที่เขาได้มาตรฐานไม่ได้

อันนี้ ไม่ได้มีเรื่องอื่นมาแทรกแต่เป็นเพราะเราทำตัวของเราเอง

สาเหตุนั้นไม่ต้องจาระไนกันให้เสียเวล่ำเวลา หลักใหญ่ก็คือ ความไม่ซื่อสัตย์ ไม่ตรงไปตรงมา นั่นล่ะเป็นเหตุหลัก

ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เอ๊ะ...จะว่าไปมันก็อาจจะมาไล่เลี่ยกันนั่นล่ะเพราะเรื่องหลังนี้มีคำเตือนมาล่วงหน้าเป็นระยะๆ แล้ว นั่นคือ คณะกรรมาธิการยุโรปมีมติขึ้นบัญชีประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย โดยให้เวลาไทยแก้ไขปัญหา 6 เดือน หรือที่สื่อมวลชนรายงานว่า อียูให้ใบเหลืองประมงไทย นั่นล่ะครับ

เรื่องหลังนี้ มีประเด็นกีดกันทางการค้าเข้ามาปนด้วย แต่ไม่ว่าเจตนาเขาจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องยอมรับคือ การประกอบธุรกิจนี้ของเราไม่ได้มาตรฐานหลายอย่างซึ่งหลังการรัฐประหารเป็นต้นมาก็เริ่มมี
การจัดระเบียบใหม่ ออกแนวทางปฏิบัติใหม่ ไม่ว่าการขึ้นทะเบียนเรือประมง การขึ้นทะเบียนลูกเรือ วิธีการจ้างงาน การกำหนดขั้นตอนการนำเข้าและออกเรือ การปรับปรุงกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งว่ากันตามตรงว่า ถ้ารัฐบาลนี้มิได้เอาจริงเอาจังตั้งแต่ต้น ถ้าภาคเอกชนไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน มันก็เกิดความเสียหายต่อธุรกิจประมงอย่างใหญ่หลวง

ดูทรงแล้วเรื่องหลังนี้พอจะรับมือได้เพราะทำกันอย่างเอาจริงเอาจังมาพักหนึ่งแล้ว ที่ต้องหวั่นใจไม่ได้อยู่ที่อียูจะยอมรับและกลับมติหรือไม่ จะกีดกันสินค้าเราหรือไม่ แต่คือ หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว การรักษามาตรฐานนั้นยังจะดำรงอยู่ต่อไปหรือไม่

มิใช่เพราะว่าเราทั้งหลายล้วนแต่มีเชื้อสายของศรีธนญชัยอยู่ในสายเลือดหรอก แต่เพราะเราไม่ค่อยแยกประโยชน์ตนออกจากประโยชน์สาธารณะอีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายก็ไม่เสมอหน้า ไม่ได้ผลและไม่เอาจริงเอาจังต่างหาก

ก่อนหน้านี้ประเทศเกาหลีใต้นั้นมีการทุจริตกันอย่างเอิกเกริก แต่เขาก็สามารถสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาได้ โมเดลนี้เราพูดถึงกันบ่อยครั้ง บินไปดูงานก็มากจนเขาเบื่อหน้า แต่ทำไมยังไม่เกิดขึ้นอีกน่าคิดไหม ?

ไม่กี่วันที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ เพิ่งลาออกจากตำแหน่ง เพราะนักธุรกิจคนหนึ่งซึ่งถูกเล่นงานเรื่องติดสินบนแขวนคอตายแล้วทิ้งจดหมายไว้ว่า มีคนรับเงินจากเขา 8 คน หนึ่งในนั้นคือ นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ “ลี วาน กู” ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งมาได้เพียง 2 เดือน

เรื่องการบินพลเรือนและเรื่องกรรมาธิการยุโรปให้ใบเหลืองประมงไทยเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่เพิ่งจะโผล่พ้นน้ำมาให้เราเห็นเท่านั้นเอง ไอ้ที่อยู่ข้างล่างนั้นมหึมา

ถ้าไม่ตามัวหรือเคยชินกับสภาพที่เป็นอยู่มากไป ไอ้ภูเขาน้ำแข็งนี้มันไม่ได้ลึกลับอะไรนักหนาหรอกครับ

การบุกรุกที่ดิน ที่กำลังไล่เปิดโปงกันนั้นก็ใช่ การยึดทางเท้าเป็นที่ทำมาหากินนั้นก็ใช่ ฯลฯ มีตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ยันไปเรื่องใหญ่ๆ เต็มไปหมด

คือ เรายังอยู่แบบเดิมที่คิดว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอา อยู่แบบคิดว่า ใครจะมองไม่เห็นหรือทำอะไรไม่ได้ แต่ที่เราต้องตระหนักคือ ความมีธรรมาภิบาลและกฎเกณฑ์กติกาของการค้าขายหรือการอยู่ร่วมกันนั้นมันต้องมีและต้องปฏิบัติตาม จะทำกันแบบมั่วๆ อยู่กันแบบมั่วๆ ก็พอได้อยู่แต่ที่ยืนแบบนี้ในโลกสมัยใหม่มันจะหดตัวลงทุกวัน

สิ่งที่ทำให้หดตัวบางทีมิใช่กฎเกณฑ์เรื่องกีดกันทางการค้าหรืออะไรเลย พลังของกล้องถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถืออย่างเดียวก็เหลือเฟือแล้วครับ

ถ้าเราเป็นอัยการแล้วเราเมาเลยอยากจะพูดจาอะไรกับตำรวจก็ได้ เป็นทหารแล้วนึกว่าสมัยนี้ข้าใหญ่ไม่ใส่หมวกกันน็อกเอ็งจะทำอะไรได้ หรือเป็นข้าราชการในหน่วยงานที่มีชื่อเสียงแล้วไปเบ่งใส่คนอื่น ฯลฯ ตายสถานเดียวครับ

ประเทศเราต้องรื้อและปรับเปลี่ยนการจัดการอะไรเก่าๆ ให้เข้าระบบสมัยใหม่อีกหลายอย่าง ผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มแข็ง ให้เข้าใจว่า บางทีไม่ต้องพูดจากเรื่องปฏิรูปอะไรให้ใหญ่โตเลย
แค่ทำอะไรพวกนี้ก็เปลี่ยนประเทศได้แล้ว องค์กรต่างๆ ก็ต้องระวังว่า จะต้องไม่ม่อยกระรอกจอดไม่ต้องแจวเพราะเรื่องที่เป็นฟางทำให้หลังลาหัก

สำหรับหลายคน หลายแห่ง ถ้าไม่เพ่งพินิจเรื่องราวเหล่านี้ให้ดี ก็จะเห็นแต่ความมัวซัว กว่าจะชัดอีกทีก็เสียหายเกินกว่าจะคณานับ ดังที่เรากำลังวุ่นวายแก้ไขเรื่องราวต่างๆ อยู่ในขณะนี้

คนที่แจ่มชัดก็ตระหนักว่า หลายอย่างที่เคยทำตามอำเภอใจต่อไปนี้ทำมิได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่เหลือที่ยืนอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI