
ดรีมไฟต์...มูลค่าสูงสุด
เหลือเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียว ศึก “ดรีมไฟต์” ระหว่าง “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์
โดย...ราชันเบอร์ 23
เหลือเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียว ศึก “ดรีมไฟต์” ระหว่าง “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ยอดนักชกไร้พ่ายชาวสหรัฐ กับ แมนนี ปาเกียว แชมป์โลก 8 รุ่น คนแรกของโลกชาวฟิลิปปินส์ จะระเบิดกำปั้นกันช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ค. (ตามเวลาไทย) ที่สังเวียนเอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เด้น อารีน่า ประเทศสหรัฐ
ยิ่งใกล้วันชกสื่อแต่ละสำนักต่างเกาะติดรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ล่าสุด นิวยอร์ก ไทมส์ สัมภาษณ์ บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์ที่รวยที่สุดในโลก ถึงรายได้ของ ดรีมไฟต์ครั้งนี้
“เราลองมาคำนวณกัน หลังจากรวมรายได้ทุกอย่างแล้ว ผมคิดว่านักมวยทั้งคู่จะฟันเงินรายได้ รวมกันราว 300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9,600 ล้านบาท) แบ่งเป็น 60% สำหรับเมย์เวเธอร์ 180 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,760 ล้านบาท) และ 40% เป็นของปาเกียว เป็นเงิน 120 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,840 ล้านบาท)” อารัม กล่าว
นอกจากนี้ โปรโมเตอร์มือทองสมองเพชรยังระบุว่า ตัวเลขของ ผู้ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อชมการถ่ายทอดสดการชกไฟต์นี้ ในระบบสิทธิในการรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ภายในสหรัฐ (เปย์เปอร์วิว) น่าจะพุ่งสูงถึง 4-5 ล้านครัวเรือน คิดเป็นเงินราว 270 ล้านเหรียญสหรัฐ (8,640 ล้านบาท) ซึ่งจะ ทำลายสถิติเดิมไฟต์ที่ฟลอยด์ชกกับ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา เมื่อปี 2007 ทำเอาไว้ 2.5 ล้านครัวเรือน
ในจำนวนนี้จะแบ่งให้นักชก 2 คน รวม 50-60% คิดเป็น 150-233 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,800-7,456 ล้านบาท) ผู้ให้บริการดาวเทียม รับไป 30-40% และสถานีโทรทัศน์โชว์ไทม์ (ปาเกียว) และเอชบีโอ (ฟลอยด์) ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอด ได้ส่วนแบ่ง 7.5%
ขณะที่การขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดระดับนานาชาติ คาดว่าจะทำเงินได้อย่างน้อย 35 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,150 ล้านบาท) และการขายลิขสิทธิ์ตามร้านอาหาร ผับ บาร์ 13 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 416 ล้านบาท) ที่เหลือมาจากสปอนเซอร์ 12 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 384 ล้านบาท) และการขายสินค้าที่ระลึกอีก 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 32 ล้านบาท)
สำหรับวันแรก “ทิกเกตมาสเตอร์” จำหน่ายตั๋ว 1,000 ใบ ขายหมดเกลี้ยงแค่นาทีเดียว และมีคนซื้อไปขายต่อทันที ราคา 1,500 เหรียญสหรัฐ (ราว 4.8 หมื่นบาท) แต่เอาไปขายสูงถึง 8,500 เหรียญสหรัฐ (ราว 272,000 บาท) หรืออาจจะสูงถึง 7.6 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 2.43 ล้านบาท) ทำให้มีการคาดการณ์ว่ารายได้จากการขายตั๋วไฟต์นี้จะสูงถึง 72 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,304 ล้านบาท) และน่าจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงใกล้วันแข่งขัน สังเวียนแห่งนี้จุคนได้ 15,500 ที่นั่ง ส่วนตั๋วที่เหลือเป็นโควตาของนักชก กาสิโน สปอนเซอร์ และโปรโมเตอร์
นอกจากค่าตัว ทั้งฟลอยด์และปาเกียวจะได้รับส่วนต่างราว 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,920 ล้านบาท) จะเอามาแบ่งสรรอย่างเหมาะสม ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ชนะ หากใครชนะจะได้ 30.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 966.4 ล้านบาท) ส่วนผู้แพ้ได้ 29.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 953.6 ล้านบาท)
นอกจากนี้ สภามวยโลก (ดับเบิ้ลยู บีซี) สั่งทำเข็มขัดรุ่นเวลเตอร์เวตขึ้นมาใหม่โดยฝังมรกตลงไป คิดเป็นมูลค่ารวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 32 ล้านบาท)
ขนาดเข็มขัดคาดเอวยังต้องทำให้สมฐานะกันเลย ใครชนะไฟต์นี้จะได้รับการขนานนามว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันอีกต่างหาก...ได้ทั้งเงิน...ทั้งกล่อง







