
พอเพียงเพื่อเพียงพอ
หลังจากมีเสียงร่ำลือและบอกต่อๆๆๆ ว่า “หนังโคตรดี” ในที่สุดเราก็ไปดูมาแล้ว
โดย...แจนยูอารี
หลังจากมีเสียงร่ำลือและบอกต่อๆๆๆ ว่า “หนังโคตรดี” ในที่สุดเราก็ไปดูมาแล้ว
ไม่เสียแรง (ที่ฝ่าน้ำสงกรานต์ไปดู) หนังเขาดีจริง ดีตรงที่ดูไปก็หิวไป (555) ก็จะไม่ให้หิวได้ไง นางเอกเล่นทำอาหาร เสร็จแล้วเธอก็หม่ำโชว์ตลอดทั้งเรื่อง ใครไม่หิวให้รู้ไปสิ (อย่างน้อยๆ ก็คงเผลอกลืนน้ำลายไปกับเธออยู่บ้างละ)
ใครจะว่าเป็นหนังชีวิต เราก็ยังยืนยันว่ามันเป็นหนังอาหาร เพราะอาหารเป็นแรงขับเคลื่อนเชื่อมโยงถึงวิธีคิดของตัวละคร การลงมือทำอาหารแต่ละเมนูของนางเอก สะท้อนบททดสอบชีวิตที่เธอกำลังเรียนรู้
ขอชมว่านางเอกแสดงเก่ง แล้วก็สวยมากกกก นักแสดงคนอื่นก็เก่งและดูเป็นธรรมชาติ แต่งานนี้นางเอกคือหัวใจของหนัง เธอแบกหนังไว้คนเดียวก็ไม่น่าจะผิด
ฉากหลังหนังก็สวย ชวนสะดุดตา สบายใจ อบอุ่น น่ารัก มันลงตัวในแง่ที่ว่ามันเป็นฉากที่มีอยู่จริง ไม่ได้ประดิษฐ์หรือปั้นแต่งกันขึ้นเพื่อหนัง ป่า หมอก ฝน คน ทุ่งข้าว แปลงผัก ฯลฯ ล้วนเชื่อได้ว่าคือบ้านไร่ปลายนาไกลปืนเที่ยงในญี่ปุ่น
คำว่า “น้อยแต่มาก” ใช้ได้กับหนังเรื่องนี้ แล้วคำว่า “เรียบง่าย” ก็ทำให้หนังแผ่รังสีเจิดจ้า ด้วยความน่าสนใจในตัวมันเอง จนเรารู้สึกว่านี่ละคือหนังที่เราและอีกหลายคนเฝ้าฝันหา ของแถมเวอร์ๆ ประเภทโปรดักชั่นล้ำเลิศ หรือสุดยอดวิชวลเอฟเฟกต์ ไม่ต้อง!?? (ในหนังแอบใส่วิชวลเอฟเฟกต์เล็กๆ ด้วย)
หนังแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ อีกส่วนอยู่ในช่วงออทัมน์ คล้ายจะเป็น 2 ภาคกลายๆ แต่ไม่น่าใช่ เพราะได้ข่าวว่ามีภาคต่อจากภาคนี้ และน่าจะได้ดูกันไม่นานเกินรอ (ขอบคุณอย่างยิ่งยวดสำหรับคนที่ซื้อหนังเข้ามาฉาย)
ว่าไปเนื้อหาหนังก็ไม่ได้เป็นเรื่องท้าทายความคิดใหม่ๆ สักเท่าไหร่ หญิงสาวหนีหน่ายจากชีวิตเมืองกรุงจึงมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด แล้วก็ทำมาหากินเลี้ยงชีพด้วยการเป็นชาวนา โชคดีหนังไม่อืดเอื่อยและนิ่งงัน จึงลบข้อด้อยตรงจุดนี้ไปได้ ยิ่งเมื่อหนังเล่าผ่าน14 เมนูอร่อยที่นางเอกเป็นผู้รังสรรค์จากวัตถุดิบที่หาได้ตามเรือกสวนไร่นา ความมีชีวิตชีวาก็บังเกิดขึ้น
มะเขือเทศ ผักโขม เป็ด ปลา ข้าว เกาลัด เฮเซลนัต แครอต สารพัดที่นางเอกภูมิใจนำเสนอ รวมทั้งผลไม้แปลก ซิลเวอร์เบอร์รี่ งงละสิว่ามันคือผลไม้อะไร ที่แท้มันก็ “หมากหลอด” (คนอีสาน) “บ่าหลอด” (คนเหนือ) “ส้มหลอด” (คนใต้) “สลอดเถา” (คนราชบุรี) นางเอกไปเก็บมาทำแยม ป้ายใส่ขนมปังกรอบจนฉ่ำเยิ้ม นั่งกินตอนเช้าแกล้มหมอกเมย สุโก้ย!!!
แค่เมนูเดียวก็หิวจะแย่ ดูจบทั้งเรื่องรับรองว่าจะต้องหิวมากกกกก นับเป็นความฉลาดที่ผู้กำกับหยิบเอาอาหารซึ่งคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญและเป็นภูมิปัญญายิ่งใหญ่ มาถ่ายทอดจนกลายเป็น “พลังแห่งรสชาติ”ซึ่งหนังญี่ปุ่นหลายเรื่องมักนำอาหารมาผูกเป็นเรื่องราว น่าประทับใจก็มากมาย นั่นเพราะความเข้าใจในวัฒนธรรม เขาจึงเล่าได้สนุก แบบว่าไม่ต้องเสแสร้งแกล้งเมกขึ้นเหมือนหนังไทยบางเรื่อง (เรื่องไหนก็ไปหาคำตอบเอาเองนะจ๊ะ)
เราไม่รู้หรอกว่าอาหารที่นางเอกทำอร่อยมากแค่ไหน แค่เรารู้ว่ามันคือ “วิถีความพอเพียง” ที่เธอเรียนรู้จากสิ่งที่เธอมีและทำมันได้จริง ลองผิดลองถูก แล้ววันหนึ่งเธอก็พบ “ความสุขแบบเพียงพอ” ที่อยู่ใกล้ๆ ตัวและหัวใจเธอ โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งไปหาจากที่ไหนให้เหนื่อยเลย
คำเตือน!!! ก่อนเข้าไปดูหนัง ควรกินข้าวไปให้เรียบร้อย ใครมีความคิดจะลองทำเมนูอร่อย ก็เริ่มเลย อย่ารีรอและอย่าได้แคร์ (มะเขือเทศดองกับสาเกจากข้าว มันน่าลองทำเหมือนกันนะ 555) ส่วนคนที่เบื่อกรุงเทพฯ อยากจะกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด ไปเป็นชาวนาชาวสวนชาวไร่ พร้อมเมื่อไหร่ไปเลย ถ้ายังไม่พร้อม ค่อยๆ มองหาลู่ทาง ระหว่างนั้นก็ลองหัดใช้ชีวิตพอเพียง เชื่อว่าคงสัมผัสความสุขแบบเพียงพอได้ไม่ยาก
เหมือนนางเอกเรื่องนี้ไง เธอพบแล้ว “พอเพียงเพื่อเพียงพอ” และใช้ชีวิตท่ามกลางกลิ่นอายธรรมชาติตามวิถีทางที่เธอเป็นคนเลือกเอง
Little Forest : Summer/Autumn
ปี 2014
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
ประเภท ชีวิต
ความยาว 111 นาที
เรตติ้ง ท (เหมาะสำหรับผู้ชมทั่วไป)
กำกับ จุนอิจิ โมริ
แสดงนำ ไอ ฮาชิโมโตะ/ทาคาฮิโระ มิอุระ/มายุ มัตสุโอกะ/คาเรน คิริชิมะ
(หนังเข้าฉายเฉพาะลิโด สยามสแควร์ และเฮ้าส์ อาร์ซีเอ)







