
คุณว่าจริงไหม?
หลังจากที่ทราบข่าวจากทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
โดย...จตุรภัทร หาญจริง
หลังจากที่ทราบข่าวจากทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ว่างานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปยอดการซื้อหนังสือต่อคนลดลงครึ่งต่อครึ่ง จากที่เคยซื้อกันคนละประมาณ5-10 เล่ม เหลือประมาณคนละ 3-6 เล่ม เพราะมีการไตร่ตรองและพิจารณามากขึ้น อีกทั้งเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ตัวเองสนใจหรือต้องการจริงๆ เท่านั้น
โอว ถือว่าประเด็นนี้น่าคิดตามมากถึงมากที่สุดครับ
ที่ต้องน่าคิดตาม นั่นเป็นเพราะการที่คนเราซื้อหนังสือลดลง สภาพปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือนที่ดิ่งลงเหว นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้ว คนเริ่มตระหนักรู้แล้วว่า การซื้อหนังสือมาตุนไว้เยอะๆ ซื้อไปก็อ่านไม่หมดสู้ซื้อหนังสือเล่มที่เราอยากอ่านจริงๆ เพื่อทำให้เราอ่านเพลิน อ่านสนุก ได้สาระครบถ้วน จนอ่านจบไว แล้วจะได้ไปอ่านเล่มต่อไปจนจบน่าจะเป็นหนทางที่ดีกับตัวเองมากกว่า
ผมยอมรับว่า
ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้ตระหนักรู้กับสภาวการณ์นี้ครับ
ผมได้ตระหนักรู้ และได้เรียนรู้ว่า การซื้อหนังสือภายในงานสัปดาห์หนังสือ หากเราไม่ได้พิจารณาไตร่ตรองกับเนื้อหาของหนังสือ หรือผู้แต่งอย่างถ้วนถี่ แถมไม่ได้ชั่งใจอย่างดีว่า เราอยากอ่านจริงๆ เวลาเราเดินเข้าไปในงานเราจะหลงกลกับอะไรต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ง่ายเสียจนทำให้เราเผลอซื้อหนังสือมาตุนไว้เป็นสิบๆ เล่ม พอกลับมาที่บ้าน อ่านเล่มนี้ เอ๊ะไม่สนุก อ่านไปอ่านมา เอ๊ะ ไม่ใช่ อ่านไปอ่านมา เฮ้อ ไม่ใช่ตั้งหลายเล่ม เบื่อจัง ไปทำอย่างอื่นดีกว่า
อีกข้อที่ผมอยากบอกคือ คนเรามักมีตัวแปรเข้ามาหลากหลายอยู่ตลอดเวลา การที่เราซื้อหนังสือมาตุนไว้เป็นสิบๆ เล่ม ใช่ว่าเราจะมีเวลาเหลือเฟือในการอ่านหนังสือที่ซื้อมาจนหมดครบทุกเล่ม มันอาจมีสื่ออื่นๆ หรือมีหน้าที่การงานอื่นๆ หรือมีปัญหาอื่นๆ มาล่อหลอกเราให้ถอยห่างออกจากการอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งระยะทางจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ไปสู่งานสัปดาห์หนังสือครั้งต่อไป อาจมีหนังสือออกใหม่ที่น่าสนใจ แถมถูกใจใช่เลย มาทำให้เราต้องซื้อกลับไปอ่านที่บ้าน และทำให้เราเผลอลืมไปว่ายังมีหนังสือที่เพิ่งซื้อจากงานสัปดาห์หนังสืออีกตั้งหลายเล่ม ซึ่งกำลังรอเราอ่านอยู่
ของเก่า ย่อมสู้ของใหม่ไม่ได้ ฉันใด
หนังสือใหม่ในวันนั้น ย่อมสู้หนังสือใหม่ในวันนี้ ไม่ได้ฉันนั้น
คุณว่าจริงไหม?
ท้ายที่สุด ผมคิดว่า เมื่อผลลัพธ์ของการจัดงานมันออกมาในสภาวการณ์แบบนี้ เราต้องมาโห่ร้องยินดีกันให้มากๆ ครับ ในเมื่อคนซื้อหนังสือน้อยลงย่อมดีกว่าคนซื้อหนังสือมากขึ้น แต่อ่านไม่จบสักเล่ม หรืออาจจะไม่ได้อ่านเลยก็ได้ ซื้อเพราะสวย เก๋ เท่ ไปอย่างงั้นๆ ก็ได้ ผมว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพของการอ่านหนังสือเล่มที่เราสนใจจริงๆ ต้องการจริงๆ ดีกว่าให้ความสำคัญกับปริมาณ ที่ผลสุดท้าย เรากลับไม่ได้อะไรเลยจากหนังสือเล่มที่เราซื้อเก็บไว้
คุณว่าจริงไหม?
อีกทีครับ







