
ดีใจสุดโต่ง บทเรียนราคาแพง
เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ชนะในเกมกีฬาต้องแสดงอาการดีใจ เนื่องจากอะดรีนาลินที่สูบฉีดอยู่เต็มร่าง มันช่วยบิ้วอารมณ์เต็มที่ โดยเฉพาะวินาทีได้รับชัย หลายคนแสดงท่าทางอันเป็นซิกเนเจอร์ตามปกติ แต่ก็มีไม่น้อยที่หลุดสะใจจนเกิดผลเสีย
เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ชนะในเกมกีฬาต้องแสดงอาการดีใจ เนื่องจากอะดรีนาลินที่สูบฉีดอยู่เต็มร่าง มันช่วยบิ้วอารมณ์เต็มที่ โดยเฉพาะวินาทีได้รับชัย หลายคนแสดงท่าทางอันเป็นซิกเนเจอร์ตามปกติ แต่ก็มีไม่น้อยที่หลุดสะใจจนเกิดผลเสีย
ลูอิส แฮมิลตัน นักซิ่งชาวสหราชอาณาจักร สังกัดเมอร์เซเดส เอเอ็มจี กลายเป็นนักกีฬาคนล่าสุดที่เจอสังคมรุมประณาม จากกรณีสะใจเกินเหตุหลังไปฉีดแชมเปญใส่หน้าหญิงสาวแดนมังกรผู้เชิญรางวัล ระหว่างงานฉลองแชมป์ฟอร์มูลาวัน “ไชนีส กรังด์ปรีซ์” ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 12 เม.ย.
แม้เรื่องราวจะผ่านมาหลายวัน แต่กระแสเชิงลบกลับมีไม่หยุด ล่าสุด รอซ ฮาร์ดี ผู้นำกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการเหยียดเพศ ตราหน้านักซิ่งวัย 30 ปี ว่ามีพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมแก่สายตาชาวโลก และเรียกร้องให้เจ้าตัวแสดงความรับผิดชอบด้วยการแถลงขอโทษ
“แน่นอนมันเป็นสถานการณ์น่าอึดอัดที่ต้องทำหน้าที่กริดเกิร์ล เธอถูกบีบบังคับให้ยืนตรงนั้น เขากระทำเหมือนเหยียดหยามงานของเธอ นับเป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้”
ขณะที่แฟนเอฟวันทางสื่อสังคมออนไลน์หลายคน ก่นด่านักซิ่งเมืองผู้ดีว่าทำตัวน่ารังเกียจ ที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าวใส่ผู้หญิงบนโพเดียม พร้อมรณรงค์ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย







