posttoday
โทนี่ จา

โทนี่ จา

15 เมษายน 2558

โดย...พรเทพ เฮง

โดย...พรเทพ เฮง

“มันจบแล้วครับนาย” คงเป็นคำที่ โทนี่ จา หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ อยากพูดดังๆ ออกมาอย่างนี้

เขาคงอยากทิ้งคำว่า จา พนม ซึ่งเป็นชื่อแจ้งเกิดในวงการหนังบู๊แบบไทยๆ หรือถ้าเรียกให้โก้หรูตามฮอลลีวู้ดก็ต้องเป็นหนังแอ็กชั่น ทิ้งไว้เป็นแค่อดีต

แล้วเดินไปข้างหน้าด้วยตระกูลหนังแอ็กชั่นฮอลลีวู้ดและฮ่องกงกลิ่นอายเอเชียแปซิฟิกแทน

กรณีศึกษาจากหนังฮอลลีวู้ด “Fast and Furious 7” ที่มี โทนี่ จา ร่วมแสดง ได้สะท้อนภาพของอุตสาหกรรมหนังไทยได้เป็นอย่างดีว่ายังเดินวนอยู่ในเขาวงกต โดยที่มีผ้าดำผูกปิดตาตัวเองไว้ด้วย

การฟ้องร้องห้ามหนังเรื่องนี้ฉายในประเทศไทย ด้วยข้อหาละเมิดสัญญาของนักแสดง ซึ่งในที่นี้คือ โทนี่ จา ก็จบลงไปด้วยแนวทางที่วงการธุรกิจหนังรู้กันดีอยู่ เพราะถ้าส่งผลเสียต่อเม็ดเงินหรือผลประโยชน์เมื่อไหร่ต่างก็ยอมถอยไปอยู่ตรงจุดเดิมของตัวเองทันที

จากจุดนี้กลับสร้างมิติใหม่ที่เรียกว่ากึ่งบังเอิญก็ได้ นั่นคือไวรัล มาร์เก็ตติ้ง ชั้นดีที่ส่งผ่านโลกโซเชียลมีเดียที่คาดกันไม่ถึง

เพราะโดยหน้าหนังนั้นคนไทยสนใจอยู่แล้ว จากการเสียชีวิตของ พอล วอล์กเกอร์ นักแสดงนำ ในช่วงเวลาที่ยังถ่ายทำกันอยู่ โทนี่ จา ที่คนไทยอยากเห็นเขาโลดแล่นในหนังแอ็กชั่นระดับบ็อกซ์ออฟฟิศของฮอลลีวู้ด ทำให้คนที่ไม่สนใจหรือเฉยๆ ถูกกระตุ้นให้เดินเข้าโรงไปดูโดยไม่ยากเย็น

อย่างที่ว่าหากเป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้ จา พนม ที่คนดูหนังทั้งโลกรู้จักในนาม โทนี่ จา จากหนังแอ็กชั่นสายพันธุ์ไทยอย่าง “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ว่านี่คือดาวดวงใหม่ของดาราแอ็กชั่นเอเชีย ซึ่งมีจุดขายหลักที่ความสามารถและการดีไซน์การแสดงแอ็กชั่นที่มีกลิ่นอายมวยไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและใช้ตัวแสดงแทนน้อยมากที่สุดหากไม่จำเป็น

โทนี่ จา น่าจะไปถึงระดับของ เจ็ต ลี หรือยืนใกล้กับเฉินหลง ในโลกเซลลูลอยด์ของฮอลลีวู้ดได้ตั้งนานแล้ว แต่ด้วยบ่วงทางธุรกิจที่ติดกันอยู่ การสานผลประโยชน์แบบไทยๆ ซึ่งกติกาสากลรับไม่ค่อยไหว ทำให้เขาพลาดโอกาสดีๆ ที่ยื่นเข้ามามากมาย

ดราม่าของ โทนี่ จา เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจจึงเป็นข่าวผ่านทางหน้าหนึ่งและข่าวบันเทิงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องราวภายในครอบครัวที่มองดูเหมือนมีการแย่งผลประโยชน์ผ่านตัวของเขากันยุ่งเหยิงและมีคนที่ต้องช่วยแก้ปัญหากันอย่างปวดหัวคือ ต้นสังกัด

สำหรับการมาถึงของ “Fast and Furious 7” น่าจะมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเขาก็ได้ ภาพข่าวที่ออกมาในงานเปิดตัวรอบปฐมฤกษ์ ต้องบอกว่า โทนี่ จา ผ่องแผ้วนพคุณศรีอย่างมาก ราศีดาราระดับอินเตอร์จับอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งการวางตัวและการสัมภาษณ์ต่างๆ ซึ่งต้องบอกว่า กุนซือดีมาก ในการสร้างภาพลักษณ์ออกมาได้เนี้ยบเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจก็เป็นธุรกิจอยู่วันยังค่ำ การปรับกลยุทธ์จากต้นสังกัดเดิมที่ยังอยู่ในกระบวนการฟ้องร้องที่ดูเหมือนถือไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือ ก็ต้องอ่อนลงตามกระแสสังคมที่พ่วงมากับความนิยมในตัวของโทนี่ จา ที่จะมีหนังอีก 2 เรื่องรอลงโรงอยู่ คือ “Skin Trade” หนังแอ็กชั่นฮอลลีวู้ด ในฐานะดารานำที่เล่นประกบกับ ดอล์ฟ ลันด์เกรน จากฝีมือการกำกับของ เอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับการแสดงคนไทย รวมถึงหนังแอ็กชั่นฟอร์มยักษ์ของอ่องกง “SPL 2 Time For Consequences” ที่เล่นเป็นดารานำตัวเอก รวมไปถึงหนังอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย

เพราะเล่นไม้แข็งก็น่าจะมีจุดลงเอยที่ไม่สวยกันทั้งสองฝ่ายและทางต้นสังกัดเดิมคงรู้แล้วว่า ยากที่จะทานกระแสคนดูหนังได้ แม้จบไปแล้วสำหรับ “Fast and Furious 7” แต่สายสัมพันธ์ยังอยู่ เพราะทั้งโทนี่ จา และเสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ คงตัดกันไม่ขาด ถ้ามองลงไปให้ลึกกว่านั้น นี่คือการยื้อเพื่อให้ถึงจุดที่ “สมประโยชน์” มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้า โทนี่ จา ดังเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการหนังแอ็กชั่นระดับเอเชียแปซิฟิกและระดับโลก คนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดก็คือ ต้นสังกัดเดิม เพราะวัวเคยค้า ม้าเคยขี่ ใช้ไม้นวมคุยกัน พูดจาภาษาดอกไม้แบบไทยๆ ไม่ทันไรก็จูบปากกันซะแล้ว

เชื่อเถอะภายในปีหรือสองปีนี้ โทนี่ จา จะกลับมาเป็น จา พนม เล่นหนังไทยส่งขายตลาดโลกกันเรื่องสองเรื่องอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน