
เปมิกา สุนทรธรรมรัต คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ‘สุข’ ที่สุดในโลก
“กล้าพูดค่ะว่าเราเป็นซิงเกิ้ลมัม ‘สุข’ ที่สุดในโลก” เปมิกา สุนทรธรรมรัต คุณแม่ยังสาวของบิ๊กบอย “น้องลามูร์” วัย 6 ขวบ
“กล้าพูดค่ะว่าเราเป็นซิงเกิ้ลมัม ‘สุข’ ที่สุดในโลก” เปมิกา สุนทรธรรมรัต คุณแม่ยังสาวของบิ๊กบอย “น้องลามูร์” วัย 6 ขวบ บอกพร้อมรอยยิ้มพลางเล่าเรื่องราวการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสักวันจะเป็นซิงเกิ้ลมัม ใครๆ ก็อยากมีครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์แบบ แต่ในเมื่อไม่สามารถใช้ชีวิตครอบครัวในแบบที่หวังได้ จึงขอเลือกเดินหน้าฉายเดี่ยวมั่นใจ
เริ่มที่การทำงานค่อนข้างหนักเพื่อสร้างรายได้มั่นคง และเพียงพอกับการดูแลน้องลามูร์เปมิกา บอกพร้อมเสียงหัวเราะอาชีพที่ทำนั้นยากจะระบุ คือทำงานหลายด้านมาก ทั้งทำธุรกิจส่วนตัว ร้านค้าแฟชั่นเสื้อผ้าออนไลน์ ชื่อ minime เป็นนักเขียน นักแปลอิสระทั้งด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์และความงามให้กับนิตยสาร ELLE ประเทศไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี รวมถึงนิตยสารอีกหลายฉบับ นอกจากนี้ยังทำงานด้านศิลปะ เป็นนักวิชาการด้านศิลปะร่วมสมัย เป็น Art Blogger มีเพจให้ความรู้ทางด้านศิลปะ ดีไซน์และไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองในชื่อ Punch Pemika for Art Lovers นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ด้วย
“ลูกชายเหมือนเพื่อนคู่หูค่ะ น้องลามูร์-ด.ช.ภูดิศกุล จุฬาธนานนท์ ลามูร์เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ความรัก และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตั้งแต่น้องลามูร์เกิดมาเขาได้รับความรักแบบล้นๆ เสมอมาไม่เคยขาด
ลามูร์เป็นเด็กรักศิลปะมากเป็นพิเศษค่ะ ลูกได้เรียนศิลปะมาตั้งแต่อยู่ในท้อง ตอนนั้นดิฉันเรียนปริญญาโทก็เข้าห้องเรียนเลกเชอร์กับแม่มาตลอด พอเขาเกิดมาได้ 1 เดือนก็เริ่มออกตระเวนชมงานศิลปะกับคุณแม่ และเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มี ลุง ป้า น้า อา เป็นศิลปิน หรือทำงานในวงการศิลปะกันทั้งนั้นสิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมความเป็นตัวตนของเขาไปโดยปริยาย” เปมิกา กล่าวถึงลูกชายที่มีบุคลิก “ติสต์” อย่างที่คุณแม่บอกไม่มีผิด
เลี้ยงให้เขามีความสุขที่สุด
ลูกไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง หรือต้องเก่งที่สุด ดีที่สุด เปมิกา บอกขอเลี้ยงลูกแบบง่ายๆ สบายๆ ให้เขาเติบโตมาอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ชอบให้ลูกต้องแข่งขันกับใคร และไม่ได้คาดหวังว่าลูกเราจะต้องเพียบพร้อมเก่งกาจสมบูรณ์แบบรอบด้าน
“เป้าหมายของแม่คือ ต้องการให้เขารู้วิธีการหาความสุขจากสิ่งง่ายๆ สิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ดำเนินชีวิตอย่างมีรอยยิ้ม สังคมในปัจจุบันค่อนข้างใช้ชีวิตยากลำบากนะคะ เราแก้ไขสังคมส่วนรวมไม่ได้ เลยต้องการจะเริ่มต้นจากหน่วยย่อยของสังคมเล็กๆ คือ ตัวเราและลูกเราก่อน เลี้ยงให้เขามีความสุขที่สุด พอเขาได้รับความสุขจนเต็มล้นแล้ว เขาก็จะสามารถแบ่งปันความสุขนั้นไปยังบุคคลอื่นๆ ได้ตั้งแต่เขาเล็กๆ
ดิฉันจะคอยสังเกตว่าเขาทำอะไรแล้วมีความสุข ซึ่งศิลปะก็มาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่เคยยัดเยียดสิ่งที่เราชอบให้กับลูก ดิฉันมักจะปรึกษา ถามความคิดเห็น ความสมัครใจของเขาเสมอค่ะ ให้เขากล้าคิด กล้าเป็นตัวของตัวเองในทุกๆ เรื่อง ซึ่งเราจะรับฟังลูกมากๆ เรื่องไหนดีเราจะปล่อยให้เขาทำ แต่ถ้าไม่ดี ก็จะถามเขาก่อนว่าทำไมเขาจึงคิดเช่นนั้น และจึงสอนเขาด้วยเหตุผล ก่อนชี้แนะสิ่งที่ถูกต้อง
เน้นมากๆ เลยค่ะเรื่องมารยาทไทย การไหว้ การพูดจาอ่อนโยน ลามูร์เป็นลูกชายที่ไม่เคยสร้างความลำบากใจให้เลยค่ะ เขาปรับตัวเข้ากับทุกคนได้ แม่จึงพาเขาไปไหนด้วยตลอด” เปมิกา บอก หน้าที่หลักซิงเกิ้ลมัม คือ เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก แต่ขณะเดียวกันพ่อเขาก็ต้องทำหน้าที่ ซิงเกิ้ลแดด ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลามูร์ได้เช่นกันในยามที่จำเป็น
“ยังคงคุยกันเสมอเรื่องลูกของเราค่ะ ลูกควรได้รับความรักความเอาใจใส่จากทั้งพ่อและแม่ ไม่อยากให้เขารู้สึกขาดความอบอุ่น ดิฉันเช็กผลประกอบการในฐานะซิงเกิ้ลมัมอยู่เสมอ ล่าสุดสอบผ่านนะคะ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ให้ลามูร์ประเมิน ถามลูกว่า... ลูกมีความสุขไหม ที่ป๊ากับม้าไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่พวกเราก็รักและช่วยดูแลลามูร์เหมือนเดิม..? ลูกตอบกลับมาว่า “ม้า ลามูร์มีความสุข ป๊ากับม้าเลี้ยงลามูร์ดีที่สุดแล้วนะ ไม่ต้องดีกว่านี้แล้ว ลามูร์เป็นเด็กร่าเริง มีความสุขนะ” ฟังลูกพูดแบบนั้นก็สบายใจ เพราะลึกๆ แล้วกลัวลูกมีปัญหาครอบครัว กลัวจะขาดความอบอุ่น กลัวไปต่างๆ นานา
‘ลามูร์’ เกิดมาเป็นเด็กติสต์
คุณแม่เปมิกาชอบการแต่งตัว นิสัยนี้ก็ถ่ายทอดมาสู่ลามูร์เช่นกัน อย่างช่วงนี้เป็นช่วงซัมเมอร์ ลามูร์ไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน เขาก็จะตื่นมาเลือกชุดด้วยตัวเองแต่เช้า ไม่ยอมออกจากบ้านจนกว่าจะแต่งตัว
เต็มครบสูตรประกอบด้วย เสื้อยืดสำหรับใส่ข้างใน กางเกงยีนส์ขาบาน และต้องคลุมทับด้วยแจ็กเกต ไม่ว่าอากาศจะร้อนเพียงใดก็ตาม และเขาจะใส่อยู่แบบนั้นไม่ยอมถอดจนกว่าจะถึงบ้าน
เด็กชายสุดเนี้ยบ จะไม่ยอมใส่รองเท้าแตะออกจากบ้าน ต้องมีรองเท้าสีเจ็บๆ ใส่กับรองเท้าผ้าใบเท่ๆ เสมอ ลามูร์ค่อนข้างมีเทสต์ในการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่ดี คุณแม่บอกดูลูกแต่งตัวอย่างเพลิดเพลินทุกวัน ก็ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง
“กิจกรรมยามว่างของเราสองคนแม่ลูก คือ ไปชมนิทรรศการศิลปะด้วยกัน ซึ่งลูกชอบเรียนรู้โลกกว้างนอกสถานที่ค่ะ ได้เรียนจริงจากภาพที่เห็นทั้งอารมณ์ของงาน สีสันในงาน และสิ่งที่ศิลปินนึกคิด แต่ไม่ปล่อยให้ลูกชมเฉยๆ นะคะ แม่คอยสอนเทคนิคและแนวคิดของศิลปินสอดแทรกไปด้วย เวลาวาดรูปบางทีเขาก็จะอธิบายสิ่งที่เขาคิด หรือบางทีก็จะนิ่งเงียบ เป็นการฝึกสมาธิเด็กที่ดีมาก ดิฉันรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ลามูร์เป็นในทุกวันนี้มากๆ ค่ะ ไม่ซนจนแม่ปวดหัว เขานั่งเล่นคนเดียวงดใช้เสียงได้ในขณะที่แม่นั่งทำงาน เขาจะรู้ว่างานแม่ใช้ความคิดมาก ก็นั่งเล่นของเล่น นั่งวาดรูปคนเดียวเพลินๆ ไม่รบกวนเลย”
เปมิกา บอกจึงอยากแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคุณแม่ๆ ทั้งหลายด้วย จึงสร้างเพจสาธารณะขึ้นมาชื่อว่า “L’amour เกิดมาเป็นเด็กติสต์” มีเรื่องราวไลฟ์สไตล์โพสต์ข้อมูลทางด้านศิลปะ พาลูกไปชมงานตามพิพิธภัณฑ์ดีๆ
‘บิ๊กบอย’ วัยนี้อย่าคลาดสายตา!
วัยเริ่มโตยิ่งต้องระมัดระวังมาก คือ เรื่องอุบัติเหตุ ซึ่งล่าสุดเปมิกาถ่ายทอดประสบการณ์ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต เพราะประมาทเกินไป คุณยายพาลูกไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำโดยที่ไม่มีห่วงยางหรืออุปกรณ์เซฟความปลอดภัย ปรากฏว่าคุณยายคลาดสายตาไปไม่กี่วินาที ลูกจมน้ำ โชคดีที่ช่วยเหลือไว้ได้ทันเวลา
“เป็นบทเรียนมีค่าที่สุดค่ะ สอนให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีก แม้จะมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดก็ควรมีอุปกรณ์ช่วยรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ควรให้เด็กๆ ทุกคนเรียนว่ายน้ำ และตัวคุณพ่อคุณแม่เด็กวัยนี้ ก็ควรเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ควรหาเบอร์โรงพยาบาลใกล้ที่สุด พร้อมศึกษาแผนที่เส้นทางการเดินทาง หากมีเหตุฉุกเฉินจะได้ช่วยชีวิตเด็กๆ หรือผู้อื่นๆ ได้ทันท่วงที”
เวิร์กกิ้งมัมบอกกลับจากทำงานเหนื่อยๆ ลูกเข้ามากอดลามูร์รักหม่าม้านะ บางทีก็มีบริการแถมบีบนวดด้วย หรือบางครั้งแม่ลูกป่วยกันทั้งคู่ เขาก็ยังอุตส่าห์หายามาให้แม่ โดยที่ไม่ต้องบอกหรือขอให้เขาทำเลย







