
กระเป๋ามันส์ๆ ธุรกิจมันส์ๆ ของคนมันส์ๆ ดีเจ.ฮอน คงศิลป์
“เริ่มต้นยังไงดีล่ะ” พูดพลางหัวเราะพลาง ดีเจ ฮอน-คงศิลป์ ล้อเลิศรัตนะ จากคลื่นวิทยุ FresZ 91.5 FM (เฟรซ 91.5 เอฟเอ็ม)
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
“เริ่มต้นยังไงดีล่ะ” พูดพลางหัวเราะพลาง ดีเจ ฮอน-คงศิลป์ ล้อเลิศรัตนะ จากคลื่นวิทยุ FresZ 91.5 FM (เฟรซ 91.5 เอฟเอ็ม) ในเครือโมโนกรุ๊ป เล่าให้ฟังด้วยท่าทีสบายๆ ถึงธุรกิจของเขา อันเดอร์ ชาโดว์ (UNDERSHADOW) แบรนด์กระเป๋าของคนมีสไตล์ ที่แม้เพิ่งเริ่มต้น หากผลตอบรับเรียกได้ว่าหายเหนื่อย!
ไม่เคยใกล้ชิดหรืออยู่ในแวดวงคนทำธุรกิจมาก่อนก็จริง แต่เพราะความรักความชอบ ทำให้ค่อยๆ แกะบทเรียนบนโลกธุรกิจ ถือว่ามือใหม่หัดขับ จึงค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ประคับประคอง ทดลองตลาด ย้อนกลับไปสู่บทเริ่มต้น เด็กหนุ่มเล่าให้ฟังว่า จับพลัดจับผลูเพราะช่วงนั้นเดินแบบอยู่ในวงการแฟชั่น มองเห็นธุรกิจกระเป๋าผ้าว่ามีช่องทาง จากนั้นก็ลุยเลย
ฮอน เรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ สาขาเอกคอมมิวนิเคชัน ดีไซน์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างเรียนก็ไฟแรง (ฮา) อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง เขามองว่าธุรกิจกระเป๋าผ้ามีดีไซน์มีแนวโน้มสดใส มองเห็นความเป็นไปได้ในตลาดที่มีมูลค่าไม่น้อย ก็เริ่มมีไอเดีย เริ่มมีดีไซน์ (ฮา) เริ่มที่จะทดลองทำดีไซน์ขึ้น จุดประกายที่จะทำธุรกิจ
“ผมมีความรู้เรื่องกราฟฟิกอยู่บ้าง และหลายๆ อย่างที่เรามองว่าเราน่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจได้ ผมและเพื่อนอีกคนตกลงเป็นหุ้นส่วนกัน เราก็มานั่งคิดกันว่า เราจะทำอะไรดี ซึ่งโจทย์ที่เริ่มต้นคือ เราอยากทำในสิ่งที่เราชอบ เราใช้เองอยู่แล้ว เรารู้จักมันอยู่แล้ว”
ฮอนเล่าว่า ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นักศึกษาที่นี่นิยมใช้กระเป๋าแนวถุงผ้าใบใหญ่ๆ เพราะต้องการใช้งานจริงๆ ใส่ของใส่อุปกรณ์การเรียนกันคนละเยอะๆ (ฮา) กระเป๋าผ้าจึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ได้ดี มองอยู่แถวๆ คณะนั่นเองเดี๋ยวเดียวก็ได้ไอเดีย ศึกษาธุรกิจไม่นานก็ลุยเลยอย่างที่บอก
“ไฟแรงกันมากๆ เด็กรุ่นใหม่คิดแล้วลุยเลยครับ (ฮา)” ฮอนเล่า
ด้วยเงินลงทุนก้อนแรก 6 หมื่นบาท กับหุ้นส่วนอีก 2 คน ที่ลงมือดีไซน์แบบกันเอง และบล็อกอัพกระเป๋าตัวอย่างกันเอง ทั้งๆ ที่ในช่วงแรกไม่มีจักรเย็บผ้าด้วยซ้ำ หากใช้ตัวแม็กเย็บกระดาษนี่แหละ ค่อยๆ พลิกด้านผ้าแล้วเย็บแนวทำให้เป็นกระเป๋าเลย (หัวเราะ) ทำอย่างนั้นเพื่อให้ช่างเย็บตัวจริงได้เข้าใจอารมณ์กระเป๋าของพวกเขา
“ครั้งแรกเริ่มต้นทดลองขาย ก็บังคับขาย เอ๊ย ไม่ใช่ ก็ขายให้เพื่อนๆ พี่ๆ รุ่นน้องที่สนใจที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์นั่นเอง ปรากฏว่าขายดีมากๆ (หัวเราะ)”
มาร์เก็ตติ้งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการทำแบรนด์ ฮอนเล่าว่า สำหรับเขาแล้วคือมาร์เก็ตติ้งที่ต้องมาก่อน ที่มหาวิทยาลัยมีการสอนในเรื่องของการทำแบรนด์ดิ้ง อันดับแรกต้องดูทาร์เก็ตกรุ๊ปหรือกลุ่มเป้าหมายของสินค้าก่อนว่า จะขายลูกค้ากลุ่มไหน มองไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีสไตล์ แต่งตัวเรียบหรู
นี่เป็นคำตอบว่า ทำไมกระเป๋าที่ผลิตออกมา จึงดีไซน์ออกมาแบบเรียบๆ ทั้งหมด ไม่มีลายเลย จะเน้นสีผ้า ขาว-ดำ-เทา-น้ำตาล ที่ดูคลาสสิก โดยมีเนื้อผ้าที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีเป็นจุดเด่น นั่นคือผ้ายีนส์จากญี่ปุ่น แถมพ้องกับชื่อแบรนด์ด้วย
“ผ้ายีนส์ญี่ปุ่น ปกติจะใช้สำหรับตัดกางเกง แต่เรานำมาทำเป็นวัตถุดิบตัดกระเป๋า เนื่องจากเห็นถึงความสวยงาม ขณะเดียวกันก็มีความทนทานกว่าผ้าธรรมดา เทกซ์เจอร์หรือผิวสัมผัสมีความมัน แลดูเด่นคล้ายกับผ้าแคนวาส สามารถใช้แบบลุยๆ ทนทานต่อการใช้ ทนต่อการซัก ได้ทุกอย่าง” หนุ่มฮอนเล่าอย่างอารมณ์ดี
อันเดอร์ ชาโดว์ จะมีทรงกระเป๋าในแต่ละคอลเลกชั่น ที่เก๋ไก๋ แตกต่าง หากก็เหมือนกันอยู่ในที ถือเป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋า สำหรับจุดเด่นคือ ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ตอกย้ำถึงความเรียบง่าย แพตเทิร์นหรือแบบไม่ยุ่งยาก เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ของอันเดอร์ ชาโดว์
ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายหลัก ฮอนเล่าว่า เขาใช้อินสตาแกรมเป็นหลัก โดยนอกจากจะขายเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มหาวิทยาลัยแล้ว กระเป๋าของอันเดอร์ ชาโดว์ ไม่มีหน้าร้าน แต่จะเน้นขายในอินสตาแกรม ในชื่อ undershadow_ltd ซึ่งเวิร์กมาก ได้รับความนิยมและผลตอบรับดีทีเดียว กำหนดราคากระเป๋าขึ้นอยู่กับแบบ หรือประมาณ 450-1,600 บาท
“ก็จะมีลูกค้าที่เคยซื้อแล้ว ติดตามและบอกต่อ ลูกค้าต่างชาติสั่งซื้อก็เยอะครับ เขาชอบการดีไซน์ที่เรียบคลาสสิก ซึ่งในไอจี ผมและเพื่อนจะพยายามอัพรูปให้เห็นกระเป๋าของเรา ทุกมุมมอง ในลักษณะที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ โดยผมมีเพื่อนนางแบบ-นายแบบ ที่อุดหนุนกระเป๋าเราไปจริงๆ คอยส่งรูปตอนใช้กระเป๋ามาให้ เป็นเสน่ห์และสีสัน ซึ่งก็ช่วยให้สินค้าของเราน่าสนใจขึ้น” ฮอนเล่า
ฮอนบอกว่า เขาเองก็ใช้กระเป๋าของตัวเอง อันเดอร์ ชาโดว์อยู่แล้ว (ฮา) ปกติจะมีน้องๆ เด็กๆ เข้ามาถามไถ่เสมอว่า โอ้โห! กระเป๋าสวยจัง (ฮา) ซื้อที่ไหน (คะ) จากนั้นก็พรีเซนต์ หรือนำเสนอด้วยตัวเองเลย แปลงร่างเป็นพ่อค้าเดี๋ยวนั้น ก็สนุกดี เป็นธุรกิจที่มีเอกลักษณ์และใช้งานได้จริง รับรองใครเห็นก็สะดุดตา
แล้วมองอนาคตต่อยอดธุรกิจอย่างไร หนุ่มน้อยเล่าว่า ปัจจุบันเขาและหุ้นส่วนรู้สึกพอใจกับธุรกิจมาก เพราะตอนแรกที่คิดไว้จริงๆ อยากจะทำเป็นแค่งานพาร์ตไทม์เท่านั้น ตั้งใจจะเอามาผนวกเป็นพอร์ตโฟลิโอหรือแฟ้มผลงานที่สนับสนุนทางการเรียนมากกว่า แต่เพราะธุรกิจฉลุย คนทำก็ฉลุยและไปต่อแน่
“ผมและเพื่อนก็สนุกกับมันอยู่ อนาคตพวกเราจะต่อยอดธุรกิจนี้ด้วยการเพิ่มสินค้าประเภทเสื้อผ้าผู้ชาย-ผู้หญิงในสไตล์เรียบง่าย คงเอกลักษณ์ของอันเดอร์ ชาโดว์ไว้เพราะตลาดรู้จักเราแล้ว”
สุดท้ายที่อยากฝากไว้ คือ หลักการบริหาร ฮอนบอกว่า ทำอะไรต้องจดบันทึกทุกอย่าง เขาและเพื่อนเริ่มจดตั้งแต่แรกเริ่มว่าเงินลงทุนไปเท่าไร ผ้าญี่ปุ่น-ซิปร้านไหนราคาถูกกว่ากัน ลดต้นทุนกว่ากัน รวมไปถึงการใส่ใจทุกรายละเอียดสินค้า ไม่ว่าจะหัวซิปหรือถุงผ้าหีบห่อบรรจุภัณฑ์ เพราะมันหมายถึงการใส่ใจ ซึ่งลูกค้าสัมผัสได้
“ตอนแรกเริ่ม ผมและเพื่อนต้องลองผิดลองถูกมาเยอะเหมือนกัน บางทีซื้อวัสดุอุปกรณ์เหลือเผื่อเกินความจำเป็นไปมาก ทุกอย่างคือบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ การทำธุรกิจต้องกล้าตัดสินใจ กล้าเสี่ยง และกล้าทดลอง หาจุดเด่นของสินค้าของเราให้เจอ ถ้าสินค้าดีจริง รับรองไปได้ครับ”







