posttoday
ทางลัดไปสู่ฝัน

ทางลัดไปสู่ฝัน

11 เมษายน 2558

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้อื่นนั้นมีค่าและช่วยร่นระยะเวลาลองถูกลองผิดให้กับผู้เดินตาม

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้อื่นนั้นมีค่าและช่วยร่นระยะเวลาลองถูกลองผิดให้กับผู้เดินตาม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่คนเรามักจะแสวงหาผู้นำทาง ผู้รู้จริง เพื่อที่จะก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้อง ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของวิธีคิดที่ถูกต้องสำหรับมือใหม่และมือเก๋าที่สนใจจะมีอีกหนึ่งอาชีพ ที่ถือได้ว่าเป็นนายตัวเอง และรับรางวัลตามผลงานที่ตัวเองทำ ซึ่งคุ้มค่าและน่าลอง นั่นคือนักลงทุนที่สามารถเรียนทางลัดจากแนวคิดของนักลงทุนและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว

นักลงทุนตัวเป้ง

1.รู้ว่ากำลังลงทุนในอะไร และเข้าใจมันจริงๆ

จากประสบการณ์ที่ได้คุยกับนักลงทุนมากหน้าหลายตาสามารถแยกได้ว่า นักลงทุนทั่วไปมักจะพึงพอใจที่จะพูดถึงกำไรที่ตนได้รับ มากกว่าที่จะยินดีอธิบายถึงเหตุผลของการลงทุนนั้นๆ แต่สำหรับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้น เขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุน เพราะทั้งแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในการลงทุน แบบที่ผู้ฟังสามารถรู้สึกได้ว่า ผ่านการศึกษาคัดกรองมาแล้วอย่างดี

2.พร้อมรับความเสี่ยงและมองความเสี่ยงคือเพื่อนแท้ตลอดการลงทุน

น่าแปลกใจมากนะ ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ การค้าขายไม่ดี การลงทุนไม่คึกคัก เวลาแบบนี้คนทั่วไปมักคิดว่าเป็นความเสี่ยง และสมควรหลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน แต่มันกลับตรงกันข้ามกับนักลงทุนผู้มากประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปี เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะใช้จังหวะดังกล่าวในการเฟ้นหาสินทรัพย์ราคาถูกที่คุณภาพดี เพราะเขาเหล่านั้นเข้าใจสัจธรรมว่า ทุกๆ สิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นวัฏจักร เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หากธุรกิจที่เขาสนใจลงทุนเป็นธุรกิจที่มีคุณภาพดี มีอนาคตยาวไกล การตกต่ำก็เป็นเรื่องชั่วคราวที่เปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่มองเห็น

3.รู้ว่าการไม่รับความเสี่ยง คือความเสี่ยงอย่างหนึ่ง

งงใช่ไหมเอ่ย… แต่ถ้าลองอธิบายในอีกมุมหนึ่งคุณผู้อ่านจะเข้าใจมากขึ้น นั่นก็คือ การฝากเงินรับดอกเบี้ยกับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็รู้ว่า มันเป็นแหล่งออมเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดในระบบทุนนิยม แต่เงินส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในนั้น มันเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่กล้าให้เงินของตัวเองรับความเสี่ยง แต่นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จ รู้ว่าการฝากเงินในธนาคารเฉยๆ ก็มีความเสี่ยงในแง่ของ “ค่าเสียโอกาส” ที่จะทำเงินได้มากกว่านั้นอีกหลายเท่า ซึ่งเขาเหล่านั้นไม่ยอมเสียแน่นอน

4.ลุยเมื่อรู้จริง แต่ถึงรู้ไม่จริงก็ยังลุย

อย่างที่บอกในข้อแรกว่า นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้นรู้และเข้าใจการลงทุนจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า อะไรที่เขาไม่รู้ เขาจะเมินเฉยต่อมันไป เพราะอีกชุดความคิดที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ บทเรียนในข้อที่ 3 ที่ว่า การไม่รับความเสี่ยง คือ ความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ดังนั้นแทนที่จะปฏิเสธการลงทุนอื่นๆ เขาจะใช้วิธี คือ ศึกษาให้เข้าใจในระดับหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่าการลงทุนนั้นมันมีอนาคตจริงๆ แล้วเลือกใช้กลยุทธ์ คือ “การกระจายความเสี่ยง” ในสัดส่วนที่เหมาะสม และใช้โอกาสนี้เพื่อขยายขอบเขตขององค์ความรู้ที่ตัวเองมีเรียกว่า เรียนรู้ควบคู่ไปกับประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นการเรียนที่มีประสิทธิภาพกว่าการท่องตำราวิชาการเป็นไหนๆ

5.ฝันถึงภาพใหญ่ แล้วค่อยๆ เดินไปทีละก้าว

มีนักลงทุนมืออาชีพในตลาดหุ้นท่านหนึ่งเคยบอกไว้ว่านักลงทุนที่อยู่ในตลาดมาเกิน 5 ปี ทุกคนในตลาดเคยมีประสบการณ์เฉียดรวยมาแล้วทั้งนั้น แต่สิ่งที่แยกผู้แพ้และผู้ชนะ ก็คือ ความอดทน เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่อดทนรอให้การลงทุนของเขาทำงานเต็มที่ด้วยการรอเวลาให้ผลประกอบการสะท้อนบริษัท ทั้งๆ ที่วิเคราะห์มาดีแล้วอย่างในเคล็ดลับข้อที่ 1 พร้อมรับความเสี่ยงด้วยการซื้อหรือลงทุนในจังหวะที่ดีอย่างข้อที่ 2 และกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมในข้อที่ 4 แต่กลับกลัวใจตัวเองและตัดสินใจขายก่อนเวลาอันควร ซึ่งกลยุทธ์ที่ต้องใช้ ก็คือฝันให้เห็นภาพใหญ่ในวันที่ประสบความสำเร็จ ฝันมันทุกวันเพราะถ้าฝันของเรามันใหญ่พอ ปัญหาทุกอย่างระหว่างทางมันจะเล็กไปเอง ที่เหลือก็แค่ค่อยๆ เดิน และรอเวลาสุกงอมเท่านั้น

พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนหลักธรรม ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะการงานใดๆ นั่นก็คือ

- การค้นเข้าไปศึกษาในจิตใจของเรา (รู้ว่ากำลังลงทุนในอะไร และเข้าใจมันจริงๆ)

- ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในใจ รู้ตามความเป็นจริง (พร้อมรับความเสี่ยง และมองความเสี่ยงคือเพื่อนแท้ตลอดการลงทุน)

- รู้ว่าหากไม่ภาวนาปฏิบัติธรรม นั่นเท่ากับตั้งตนอยู่ในความประมาท (รู้ว่าการไม่รับความเสี่ยง คือความเสี่ยงอย่างหนึ่ง)

- รู้สึกตัวเท่าที่รู้ได้ สิ่งใดเกิดขึ้นชัดดูสิ่งนั้นไปก่อน (ลุยเมื่อรู้จริง แต่ถึงรู้ไม่จริงก็ยังลุย)

- และสุดท้าย ขี้เกียจก็ภาวนา ขยันก็ภาวนา ทุกอิริยาบถไม่ว่าจะทำอะไรก็ภาวนา (ฝันถึงภาพใหญ่ แล้วค่อยๆ เดินไปทีละก้าว)

สุดยอดของชีวิต

 

ทางลัดไปสู่ฝัน

1. ในโลกนี้ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาลวันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้อาจมีคนเก่งกว่าคุณเพราะฉะนั้นคนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า “ตนเองเก่ง”จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้วความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว

“ธนินท์ เจียรวนนท์”

 

ทางลัดไปสู่ฝัน

2. ผมพร้อมที่จะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้าแต่ถ้าวันใดที่เขื่อนนั้นเปราะบาง และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึงผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้นแม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม

“เจริญ สิริวัฒนภักดี”

 

ทางลัดไปสู่ฝัน

3. ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่แบงก์กรุงเทพฯ เคยถูกกระทบตลอดเวลา และไม่เคยท้อถอย

“ชาตรี โสภณพนิช”

 

ทางลัดไปสู่ฝัน

4. กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือและก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น ลูกๆ ทุกคนก็ปฏิบัติอย่างนี้

“บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา”

5. เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตามหากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมันคุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนแต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย

“ชัยยุทธ กรรณสูต”

6. อย่าลืมว่า ในการประกอบธุรกิจเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วยและเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วยและเรื่องนี้ผมก็สอนลูกๆ ผมอยู่เสมอ

“อุเทน เตชะไพบูลย์”

7. ถ้าคุณอดทนเพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จคุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจังแต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงมากเช่นกัน

“อนันต์ กาญจนพาสน์”

8.จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเราเราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา

“พรเทพ พรประภา”

9.มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุดเพราะคนที่ดีที่สุด และเลวที่สุด ได้ตายจากโลกนี้นานแล้วคนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียงชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว

“ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ”

10.หลักในการบริหารงาน 3 ประการ

1.ต้องลับคมอยู่เสมอ

2.ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำทันที

3.ต้องรักษาคำพูด

“คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย”

11.ไม่ว่าแนวคิดธุรกิจใดที่ว่าดีที่สุดจะไม่มีทางสำเร็จเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่ลงมือทำ

“ChatTalks…ฉัตรชัย ธรรมประเสริฐ”

ที่มา: http://www.iammrmessenger.com/?p=847และ“ChatTalks”

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้