posttoday
สุขสันต์วันครอบครัว

สุขสันต์วันครอบครัว

11 เมษายน 2558

ประเทศไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่ภาวะการเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

ประเทศไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่ภาวะการเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว

จากการศึกษาขององค์การสหประชาชาติพบว่า ประเทศพัฒนาแล้วจะใช้เวลา 70-100 ปี  จำนวนประชากรผู้สูงวัยถึงจะเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งเท่าของจำนวนที่มีอยู่ แต่ประเทศไทยจะใช้เวลาเพียง 20 ปีเท่านั้น

กล่าวคือ จากร้อยละ 8 ในปี พ.ศ. 2543 จะเพิ่มเป็นร้อยละ 16 ในปี พ.ศ. 2563 หรืออีก 5 ปีข้างหน้านี้แล้ว

นั่นแปลว่า เราต้องปรับตัวกันอย่างมหาศาล ตั้งแต่ลักษณะความเป็นอยู่ในครอบครัว และการจัดการอื่นๆ ในสังคม รวมทั้งการค้าการขายด้วย

โดยบังเอิญเพราะวันหนึ่งรถติดในซอยเข้าบ้าน เลยทำให้ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า มีสถานที่รับดูแลผู้สูงวัยอยู่ใกล้บ้าน อ่านจากป้ายมีบริการทั้งแบบชั่วคราวและระยะยาว ที่ไม่บังเอิญคือ การปรับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ครั้งที่ผ่านมา มีเสียงสะท้อนจากผู้อ่านมาจากหลายๆ ทางว่า ช่วยเพิ่มขนาดตัวอักษรขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ไหม

ถ้าสังเกตสักนิดเราจะพบว่า ความเป็นครอบครัวของคนไทยได้เปลี่ยนไปมากจากในอดีต

ทุกวันนี้คนอยู่คนเดียวมากขึ้น มีครอบครัวช้าลง อัตราการหย่าร้างก็สูง

โชคดีของสังคมไทยประการหนึ่งคือ เรามีหลักธรรมคำสอนทางศาสนาเป็นเครื่องค้ำชูจิตใจกันอยู่พอสมควร เราอาจจะสับสน มึนงงกับภาวะที่เปลี่ยนไปของสังคม อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องหาที่พึ่งทางจิตใจแล้วเรายังมีทางเลือกอยู่มากในสังคม และถ้าไม่โชคร้ายเกินไป การหาที่พึ่งทางจิตใจที่ถูกต้องไม่ทำให้หลงทางหลงบุญก็ไม่ได้เป็นเรื่องเกินแรงนัก

ถึงกระนั้นก็ยังมีเรื่องที่น่าตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะหลายคนมาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้มีผู้อาศัยช่องว่างอันเนื่องจากลูกหลานไม่มีเวลาไปใกล้ชิดพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เข้าไปดูแลผู้สูงอายุที่มีเงินมีทองเพื่อหวังทรัพย์สมบัติของท่าน กำลังเป็นเรื่องเป็นราวกันในหมู่คนมีสตางค์กันไม่น้อย

ปัญหาของผู้สูงวัยที่มีเงินมีทองแต่ไม่มีลูกมีหลานมาดูแลก็เป็นอย่างหนึ่ง ปัญหาของคนสูงวัยที่พึ่งตัวเองไม่ได้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน มันก็บ่งชี้ว่า ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี การใช้ชีวิต
เมื่อยามสูงวัยก็มิใช่เรื่องน่าสนุกนัก

ยิ่งถ้าไม่เตรียมใจไว้ก่อนก็ยิ่งจะเป็นเรื่องยาก

แม่ของผมสอนบทเรียนที่สำคัญเรื่องนี้ให้ซึ่งถ้าไม่โชคร้ายเกินไปนัก วันหนึ่งผมคงได้เอามาใช้แน่ๆ

แม่ผมเป็นคนแข็งแรง พร้อมๆ กับเป็นคนแข็งแกร่ง

แข็งแรงเพราะออกกำลังกาย และเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ แม่ชอบศึกษาว่า อะไรดีเอามาทำรับประทานแบบไหน แล้วก็ทดลองทำ นั่นทำให้ลูกมีโอกาสได้รับประทานน้ำมะพร้าวใบย่านางคั้น ฯลฯ เป็นประจำ ช่วงไหนกินข้าวไม่ได้ แม่ก็บอกว่า พยายามฝืนเอากินพอให้ธาตุขันธ์มันอยู่ได้ เพราะจะได้อยู่กับลูกหลาน และทำบุญทำทานไป

แข็งแกร่งเพราะแม่เป็นคนช่วยเหลือตัวเองมาตลอดชีวิต แม้จะเจ็บจะปวดเนื่องจากธาตุขันธ์ไม่อำนวยแต่ก็น้อยครั้งเหลือเกินที่จะร้องโอดร้องโอย ให้คนนั้นช่วยคนนี้ประคอง อะไรทำเองได้แม่ทำเองหมด ทำจนกระทั่งว่า คนอื่นก็ลืมไปว่า บางอย่างแม่ไม่ควรทำแล้ว

วันหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดโรงพยาบาลในจังหวัด น้องสาวมาถามว่า แม่ทำมะขามคลุกทูลเกล้าฯ ถวายได้ไหม แม่ผมรีบตอบรับด้วยความดีอกดีใจ

แม่เล่าให้ฟังว่า หามะขามได้แล้วเอามาทำอย่างไร ปิดประตูบ้าน ทำทุกขั้นตอนด้วยความเอาใจใส่ระมัดระวังเรื่องความสะอาด แม่ทำอยู่ทั้งวัน เช้ายันเย็น ทำเสร็จเอาไปให้กรรมการเขาลองชิม พอถึงวันก็ไปเข้าเฝ้าฯ

แม่เล่าเรื่องทำมะขามคลุกและเรื่องเข้าเฝ้าฯ ด้วยความสุข ผมถามว่า แม่ไม่เหนื่อยหรือ แม่บอกแปลกมาก ไม่เหนื่อยเลย

ขณะที่ผมฟังอยู่เป็นเวลานานนั้นผมก็ได้ข้อสรุปว่า คนเราถ้ามีเป้าหมายของชีวิต ได้อุทิศตนเพื่อสิ่งนั้นอย่างไร ความกังขา พลังชีวิตมันก็จะพวยพุ่งโชติช่วงออกมา และเมื่อไหร่ที่พลังชีวิตโชนแสงออกมา ความเจ็บป่วยเมื่อยล้า หรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่รบกวนจิตใจและร่างกายอยู่ก็จะปลาตไปสิ้น

ครับ ถ้าเราออกจากเส้นทางประจำเสียบ้าง การได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นโดยปราศจากความคาดหวังว่าจะได้อะไรตอบแทน ฯลฯ ล้วนแต่จะทำให้เรามีความสุขและมีชีวิตยืนยาว

นี่เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ ถ้ามันช่วยให้คนอื่นมีความสุขได้ยิ่งดี แต่ช่วยให้ตัวเองอยู่ได้และมีความสุขก็เป็นเรื่องสำคัญ

ขอให้มีความสุขในวันครอบครัวกันทุกคนครับ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา