posttoday
‘ฟอร์ด’ แนะวิธีเช็กยางรถก่อนเดินทาง

‘ฟอร์ด’ แนะวิธีเช็กยางรถก่อนเดินทาง

08 เมษายน 2558

โดย...สไปรท์

โดย...สไปรท์

เริ่มเข้าสู่เดือน เม.ย.-พ.ค. ที่เป็นเดือนแห่งการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับวันหยุดยาว อาทิ เทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น ถนนหลายสายอาจเปียกลื่นและเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ดังนั้น ความพร้อมของยางรถยนต์จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยฟอร์ด ประเทศไทย มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสอบและเตรียมยางรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทางในวันหยุดยาวที่จะมาถึงนี้

เบื้องต้นหากสงสัยว่ายางรถยนต์เสื่อมสภาพหรือไม่ เราสามารถตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ได้ง่ายๆ หลายวิธี ได้แก่

1.ตรวจสภาพทั่วไปของยางรถยนต์ว่ามีรอยแตกร้าว บวม หรือสึกหรอมากเกินไปหรือไม่

2.สังเกตด้วยตาเปล่าดูว่ายางรถยนต์มีเศษหิน เศษของมีคม หรือเศษแก้วแทรกอยู่ในร่องดอกยางรถยนต์หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้วัสดุไม่มีคมเขี่ยเศษเหล่านั้นออกจากร่องดอกยางให้หมดเพื่อป้องกันไม่ให้เศษเหล่านั้นทำลายพื้นผิวของยางรถยนต์

3.ตรวจเช็กสภาพวาล์วสูบลมยางรถยนต์อยู่เสมอ ต้องไม่มีรอยแตกร้าวที่อาจทำให้เกิดการรั่วไหลของลมยาง

อย่างไรก็ตาม สภาพของยางที่เสื่อมอาจไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยางรถยนต์จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เป็นต้นด้วยว่า สภาพอากาศ สถานที่เก็บยางรถยนต์ รวมไปถึงการใช้งานจากการขับขี่

ขณะที่แม้ว่าจะเป็นยางรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ยางเหล่านี้ก็จะเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไปเช่นกัน ดังนั้นจึงแนะนำให้หมั่นตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และใช้ยางรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี ไม่ว่าจะใช้งานบ่อยหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน

วิธีการสังเกตเบื้องต้นว่ายางรถยนต์ของเรามีอายุเกิน 6 ปีแล้วหรือไม่นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสังเกตดูจากตัวเลขกลุ่มสุดท้ายของรหัส DOT (the U.S. Department of Transportation) ที่ด้านข้างของล้อรถยนต์ ซึ่งจะเป็นกลุ่มตัวเลขสี่หลัก โดยตัวเลขสองตัวสุดท้ายของเลขกลุ่มนี้ คือ เลขปี ค.ศ. ที่ผลิตยางรถยนต์ แต่หากเลขรหัสกลุ่มนี้มีเพียงสามหลัก นั่นหมายถึงว่ายางรถยนต์นั้นผลิตขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2543 ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีอายุมากกว่า 15 ปีแล้ว จึงไม่ควรนำยางรถยนต์นี้มาใช้งานอีก

สภาพการใช้งานและวิธีการขับขี่รถยนต์ก็มีผลต่อสภาพยางเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถยนต์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง หรือบรรทุกของหนักเป็นประจำ ความร้อนและน้ำหนักที่บรรทุกนั้น จะทำให้ยางรถยนต์สึกหรอและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง นอกจากนี้การขับขี่รถยนต์ในสถาพพื้นผิวถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ จะมีผลทำให้ยางรถยนต์ถูกกระแทก ส่งผลให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

สำหรับวิธีการถนอมยางรถยนต์แบบง่ายๆ ได้แก่

1.หมั่นตรวจสอบความดันลมยางก่อนการเดินทางหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และไม่ขับขี่ด้วยความเร็วที่สูงเกินกว่าสมรรถนะของยาง

2.หลีกเลี่ยงการขับรถในสภาพถนนที่ขรุขระ เป็นหลุม บ่อ เบียดหรือชนฟุตปาท

3 นำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบความสมดุลของล้อและยางตามระยะที่กำหนด

4.สลับตำแหน่งยางรถยนต์เพื่อช่วยให้ยางรถยนต์ได้รับการใช้งานที่สม่ำเสมอกัน ซึ่งหลังจากที่สลับตำแหน่งยางรถยนต์แล้ว จำเป็นจะต้องตรวจเช็กความดันลมยาง เพื่อให้การทำงานของรถยนต์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมไปตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน เพื่อความมั่นใจและการขับขี่ที่ปลอดภัยตลอดการเดินทางกันเถอะ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน