posttoday
‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

08 เมษายน 2558

วงการเครื่องสำอาง “เมดอินไทยแลนด์” ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ...เติบโตแบบก้าวกระโดด

โดย...ปอย

วงการเครื่องสำอาง “เมดอินไทยแลนด์” ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ...เติบโตแบบก้าวกระโดด คอนเฟิร์มประโยคนี้ในฐานะเจ้าใหญ่วงการเครื่องสำอาง รองเอ็มดี โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติกส์ ณรงค์ ศรีเกรียงทอง บอกตลาดผู้ผลิตมีเจ้าใหม่ๆ ที่เรียกว่า เพลย์เยอร์ บริษัทหน้าใสใหม่กิ๊กแกะกล่องเริ่มเข้ามาในตลาดความงามมากหน้าหลายตา

สร้างความคึกคัก ซึ่งในมุมมองผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่มองว่าวันนี้การแข่งขันสูง ก็ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนามากขึ้นเช่นกัน และหลายเจ้าทั้งรายใหม่-รายเก่า จะมาเจอประชันปล่อยของกันในงานแฟร์ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ “อาเซียน บิวตี้ 2015(ASEANbeauty2015)” เจ้าภาพคือสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย จับมือกับยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) ผู้นำด้านการจัดนิทรรศการและงานแสดงสินค้าระดับโลก จัดงานบิวตี้แฟร์ขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย

ตั้งแต่วันนี้-10 เม.ย. ใครกำลังมองหาช่องทางก้าวสู่วงการธุรกิจความงาม ไม่ควรพลาดงานนี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค มีผู้ประกอบการจาก 15 ประเทศทั่วโลกนำแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 แบรนด์มาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ความงาม มีทั้งแฮร์โชว์ และสาธิตการแต่งหน้าจากเมกอัพอาร์ตทิสต์ดัง นับเป็นงานบิวตี้แฟร์สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเข้มแข็งในอนาคต แล้วน่าสนใจคือหลายแบรนด์โด่งดังสู่ตลาดอินเตอร์ฯ มีจุดกำเนิดขึ้นที่เมืองไทย

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

ความงามในไทยขยายสู่อาเซียน

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือผู้สนใจเริ่มธุรกิจด้านความงาม มาเที่ยวชมงานบิวตี้แฟร์อาจได้จับคู่ค้าทางธุรกิจทั้งในและระหว่างประเทศ แล้วงานนี้ยังเอาใจคนรักสวยรักงาม มีให้ชมทั้งการสาธิตนำเสนอองค์ความรู้และเทคนิคในการแต่งหน้าและทำผม เช่น เวที The Power of Asia Hair Show โชว์ทำผมและแต่งหน้าแฟนตาซี โชว์เซตผม Hair by Night โดยแฮร์สไตลิสชื่อดัง

“ผมคาดหวังอิมพอเตอร์จากตลาดนอกอาเซียนเลยนะครับ เพราะตลาดเออีซีแบรนด์ของไทยเราครอบคุลมวางขายไปทั่วทุกประเทศแล้ว และน่าตื่นเต้นคือมีกลุ่มดิสทริบิวเตอร์ทั้งจากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และจีน บินมาดูมางานนี้ด้วย” ณรงค์ ผู้บริหารโมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ เริ่มต้นบอกเล่าถึงสเกลงานบิวตี้แฟร์ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่หัววันเริ่มไตรมาสสองของปีนี้เลยทีเดียว        

โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ ถือเป็นเจ้าใหญ่ในวงการเครื่องสำอางผู้ผลิตสินค้ายอดฮิต ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมยี่ห้อ ดีแคช (Dcash) และคอสเมติกยี่ห้อ ไลฟ์ฟอร์ด (Lifeford) สองแบรนด์นี้เป็นของคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หาซื้อง่ายทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านสุขภาพความงาม ไปจนวางเรียงรายในห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ สาวๆ ไทยล้วนคุ้นเคยแบรนด์โลคัลที่มีแพ็กเกจจิ้งคุณภาพสินค้ามาตรฐานสากล

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

“โรงงานอยู่ที่สวนหลวง ร.9 และมีโรงงานในเวียดนาม (โฮจิมินห์) ส่วนการส่งไปขายทั่วเอเชียเวลานี้ก็มีตัวแทนจำหน่ายครบคลุมทั้งเออีซี เอเชีย ซึ่งกำลังขยายตลาดไปยังย่านตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ แต่ในเวลานี้ยังไม่ได้วางแผนเจาะตลาดยุโรปเพราะนอกจากมีกฎเข้มเรื่องส่วนผสมแล้ว ก็ยังต้องฟาดฟันกับแบรนด์ระดับโลกของยุโรปที่กำเนิดมาร่วมร้อยปีแล้วนะครับในวงการแฮร์แคร์ เจาะตลาดเอเชียสนุกกว่าเยอะครับ” ณรงค์ กล่าว และแจงรายชื่อผู้ผลิตในไทยที่เป็นเพลย์เยอร์ขนาดใหญ่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำสีผม ก็น่าจะนับได้ 4 เจ้า คือ ดีแคช โลแลน เบอริน่า ดิฟโซ แบรนด์ไทยแท้ครองตลาดมายาวนาน

“แบรนด์ในอาเซียนที่ผมสนใจในฐานะคู่แข่ง คือแบรนด์ลาว็อก (Lavox) จากเวียดนามครับ ผมอยากเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของเขา เพราะในตลาดเออีซีบอกเลยว่าเราโค่นเขายากมาก ส่วนคนไทยผมเชื่อว่าหลายคนไม่รู้ว่าเราเป็นแบรนด์ไทยที่อยู่ในธุรกิจนี้กันมาหลายสิบปี” ณรงค์ บอกการแข่งขันในวงการนี้ต้องถือว่าดุเดือด

เมื่อ 30 ปีก่อน ดีแคช เริ่มต้นธุรกิจระดับเอสเอ็มอีจากพนักงาน 10 กว่าคน มีโรงงานเล็กๆ ผลิตน้ำยาดัดผม ก้าวสู่ธุรกิจขนาดกลางในวันนี้มีพนักงานร่วม 800 คน ซึ่งแผนการในระยะสามปีนี้บริษัทจะนำทั้งดีแคช และไลฟ์ฟอร์ดเข้าตลาดหลักทรัพย์

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

“ไลฟ์ฟอร์ดเกิดเร็วมากครับ เมื่อปี 2550 นี้เอง สาวๆ การันตีไลเนอร์เจ้านี้กรีดตาได้เฉี่ยวคม ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดคิดค้นสูตรขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวและภูมิอากาศของเมืองไทยโดยเฉพาะ หญิงสาวของเรากลุ่มใหญ่มากๆ ครับ Medium-range เริ่มตั้งแต่กลุ่มสาววัยเรียน วัยทำงาน ซึ่งก็มีทั้งสาวออฟฟิศ ไปจนถึงสาวโรงงานที่อยากเลือกใช้ของเกรดดี คนซื้อของเรากว้างมากเพราะราคาไม่ถูก แต่ก็ไม่แพงเกินไป” ณรงค์ กล่าว แล้วถ้าใครสนใจมาเดินชมงานก็น่าจะได้กระทบไหล่พูดคุยเรื่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารแบรนด์ดังบอกพร้อมแนะนำได้หมดเปลือก ตั้งแต่เรื่องการพัฒนาสินค้า ไปจนการวางแผนธุรกิจ ใครอยากรู้ รองเอ็มดีคนนี้คอนเฟิร์มตอบได้หมด

“อย่างที่ผมบอกว่าตลาดยุโรปเรายังไม่บุกเรื่องแฮร์แคร์ แต่ผมก็ยังไม่ทิ้งงานวิจัยเรื่องสมุนไพร ขิง ข่า ตะไคร้ ซึ่งยุโรปชอบพวกออร์แกนิกมากๆ แต่ถ้านำมาใช้กับเส้นผมเม็ดสีไม่เข้มข้นพอที่ซึมซาบเข้าเส้นผมได้ติดทนนานเท่ากับเคมี เรื่องนี้ต้องมีการอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ด้วยนะครับ ผลิตภัณฑ์ทำสีผมออร์แกนิกคือการเคลือบในแบบที่เรียกว่าเทมโพรารีไม่คงทนถาวร”  ณรงค์ บอกว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เจ้าของแบรนด์อย่ามองข้าม

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

แล้วเมื่อถามว่า เป็นแบรนด์คนไทยแท้ๆ แต่ทำไมรูปโลโก้บนกล่องจึงมีแต่สาวสวยผมสีบลอนด์ล่ะ???

“ผมเคยเลือกใช้นางแบบไทยบนกล่องนะครับ โนเนมไม่ใช่ดารา ผลลัพธ์คือขายไม่ดีเลย โดยพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยชื่นชมฝรั่งอยู่ในใจ เรามีดรีมอยู่ในใจโดยไม่รู้ตัวนะครับว่าฉันอยากสวยเหมือนสาวผมสีทองคนนี้ ประกอบกับราคาที่เราขายตามร้านสะดวกซื้อแล้วได้แพ็กเกจจิ้งดูอินเตอร์ฯ ก็ให้ความรู้สึกคุ้มค่า แต่ผมบอกได้เลยว่าไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งป็นเคมีออกซิไดซ์เปลี่ยนสีผมนั้นก็จากโรงงานไม่กี่แห่ง เพราะฉะนั้นคุณภาพเราเมื่อเทียบกับของแพงกว่า ก็ไม่ต่างกันเลยนะครับ” ณรงค์ ผู้บริหารแบรนด์เครื่องสำอางไทยแท้ บอกน่าสนใจ

ผลักดันสู่ศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ความงามโลก

ในงานมีทั้งกูรูด้านธุรกิจ เจ้าของธุรกิจความงามที่ประสบความสำเร็จมาให้ความรู้มากมาย ฟังเสวนาวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคและอัพเดทเทรนด์ใหม่ โดย ศักรัช เปี่ยมวรนันท์ ความสำเร็จของตลาดออนไลน์ต่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยสถาบันวิจัย ประสิทธิภาพของเมือกหอยทากในการแก้ปัญหาริ้วรอย โดย ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี อาจได้ไอเดียสร้างแบรนด์ความงามกลับไปได้ไม่ยาก ลงทะเบียนฟังฟรี www.aseanbeautyshow.com

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

อีกนักธุรกิจที่ผู้สร้างแบรนด์ต้องขอคำแนะนำ ประสาน เกตุสว่าง จีเอ็ม คอนิแม็ก ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งขวด กระปุก หลอด ส่งให้แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำทั่วโลก และเอสเอ็มอีในไทยหลายๆ เจ้าล้วนใช้ของที่นี่ แนะนำว่า การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้พิจารณาฟังก์ชั่นใช้งานได้ง่ายเป็นอันดับแรก และเลือกความเรียบหรูคือเทรนด์ตลอดกาล

“เรียบ หรู ใช้งานได้ง่าย คือสูตรสำเร็จของบรรจุภัณฑ์สวยครับ ผมแนะนำว่าแบรนด์ใหม่ๆ อย่าไปดึงดูดความสนใจเลือกขวดทรงแปลกๆ ประหลาดแต่ไม่เอื้อเรื่องฟังก์ชั่น เสียหายกันไปเยอะแล้วและจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นไปอีกโดยไม่จำเป็นด้วย อีกเรื่องคือของที่เลือกใช้ต้องผ่านมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) หมายถึง ระบบการผลิตที่ดี กระบวนการผลิตสะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน ขวดที่ดีต้องเก็บเครื่องสำอางโดยไม่หมดอายุอย่างน้อย 2-3 ปีครับ ราคาบรรจุภัณฑ์ก็ไม่ควรแพงเกินไปเพราะจะกินเกือบ 60% ของต้นทุน

จากรายได้การส่งออกสินค้าด้านความงามสู่ตลาดโลกปีละ 2.5 แสนล้านบาท/ปี ไทยติดอันดับท็อปเทนผู้ส่งออกสินค้าความงามของโลก และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เครื่องสำอางเป็นธุรกิจอินเทรนด์ ตลาดออนไลน์ก็ยิ่งทำธุรกิจเครื่องสำอางกันได้ง่าย คนซื้อไม่ต้องมีเงินมาก วันนี้ก็สวยได้เพราะมีตัวเลือกกันเยอะ ตลาดใหญ่มากครับ”  ประสาน กล่าว

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

แบรนด์ไทยโตแข็งแกร่งในตลาดอินเตอร์ 

สาวไทยผิวนีออนแบบเกาหลี วันนี้หยิบ Cushion make-up ผลิตภัณฑ์ประเภทรองพื้นชนิดน้ำ ใช้แตะซับใบหน้าเพิ่มความวาววิ้งแบบสาวกิมจิ แต่ถ้าถามถึงแป้งชนิดน้ำแบบนี้ ก็เป็นเคล็ดลับความนวลเนียนมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่คุณป้า (ยังสาว) เมื่อ 50 กว่าปี ล้วนรู้จักคุ้นเคยกับ “แป้งเค้กเสริมสวยแฮปปี้" รองพื้นไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันจึงเหมาะกับผิวสาวเมืองร้อน เป็นสินค้าภายใต้ไทยแลนด์แบรนด์เนมที่ส่งออกไปขายทั่วอาเซียนมาร่วม 3 ทศวรรษแล้ว 

เกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท แอดว๊านส์ คอสเมติคส์ ผู้ผลิตแป้งน้ำแฮปปี้ บอกว่าสาวๆ วันนี้ยังก็หาซื้อได้ตั้งแต่ร้านขายยาข้างบ้าน ไปจนห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ความที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการจึงมั่นใจว่าจะเป็นอีกแรงช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการในไทยเดินหน้าขยายธุรกิจบิวตี้ได้อย่างยั่งยืน

“ขวดแป้งแฮปปี้ก็ยังใช้ขวดกลมสีเนื้อเหมือนเดิมค่ะ เปลี่ยนไม่ได้ค่ะคนจำไปแล้ว กำเนิดของแป้งเค้กชนิดน้ำแฮปปี้ มาจากคุณพ่อของดิฉันที่มีแนวคิดต้องการสร้างโอกาสให้สาวไทยสวยใสได้โดยไม่ต้องสั่งซื้อแป้งผัดหน้าจากห้างนายฝรั่ง ซึ่งมีราคาแพงมาก

เราส่งออกตั้งแต่ไม่มีใครสนใจเออีซี และได้รับความนิยมทั้งในพม่า เวียดนาม ลาว ในมาเลเซียมียอดขายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน บริษัทมีการต่อยอดธุรกิจเป็นผู้ผลิตสกินแคร์ส่งออกไปทั่วโลก ยี่ห้อ ดีเวเน่ (D’VINE) ดิฉันจบด้านเคมีจากออสเตรเลียแล้วได้ไปทำงานในแล็บของเครื่องสำอางยุโรปแบรนด์ดังๆ จึงได้ความรู้กลับมาทำเครื่องสำอางแบรนด์ไทยตั้งแต่มีทั้งห้องวิจัยของตัวเอง แล้วก็ได้วิธีทำธุรกิจที่ถ้าขายยุโรป แพ็กเกจจิ้งต้องเอิร์ธโทนเท่านั้นนะคะ” เกศมณี กล่าว และในหน้าที่ปัจจุบัน นายกสมาคมก็อยากส่งประสบการณ์นี้ให้กับผู้ที่อยากเป็นนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์สวยๆ งามๆ ที่อาจไม่มั่นใจว่าเครื่องสำอางไทยเราจะสู้เขาแบรนด์ดังๆ ได้ไหม?

‘อาเซียน บิวตี้’ จุดเริ่มต้นความงามจากประเทศไทย

 

“สินค้าหมวดสปาหรือเครื่องสำอางมีส่วนผสมสมุนไพร และติดไทยแลนด์แบรนด์เนม ส่งไปขายในตะวันออกกลาง บางเจ้าก็ตัดตัวอักษรไทยออกไปใส่ภาษาอังกฤษ ขายแทบไม่ออกเลยนะคะ ต่างชาติเขาเชื่อมั่นในสินค้าไทยเรามากค่ะ” เกศมณี บอกเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ที่หลายคนไม่คาดคิด

เครื่องสำอางอินเตอร์เนชั่นแนลดังๆ หลายๆ ยี่ห้อ คลอดออกมาจากโรงงานที่เมืองไทย วีรวรรณ เลิศวรธรรม ผู้บริหาร การ์กัวร์ แล็บ ซึ่งมีโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องสำอางออกไปทั่วโลก ในระดับโรงงานได้รับมาตรฐานสากลระดับโลก เช่น GMP Asean, ISO 9001 : 2008, มาตรฐานการส่งออกยุโรป BRC รับผลิตสินค้ายี่ห้อระดับโลกต่างๆ เริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา จากจุดนี้ก็ได้พัฒนาธุรกิจผลิตเครื่องสำอางทั้งสกินแคร์ และคัลเลอร์คอสเมติกสินค้าเมดอินไทยแลนด์ ส่งออกไปทั่วโลก 6 แบรนด์ เช่น ไออาร์ สกินเมท ไทยสปา และขยายไปญี่ปุ่น  ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์ ในยุโรป 

“เราเริ่มจากไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเองค่ะ รับผลิตเครื่องสำอางให้แบรนด์ดัง เขาให้สูตรการผลิต formulation แป้งเด็ก แล้วจากนั้นก็ได้รับทำคัลเลอร์คอสเมติกโดยผลิตให้กับเคมาร์ท-วอลมาร์ท ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เกตใหญ่ที่สุดในอเมริกา จากประสบการณ์ตอนนี้ก็เลยได้องค์ความรู้มาทำแป้งฝุ่น และสกินโลชั่น สกินแคร์ครบไลน์โดยสกัดจากสมุนไพรไทย คือ มะรุม ส่งออกไปขายที่อังกฤษ และผลิตคัลลอร์คอสเมติกแบรนด์ไทยส่งออกต่างประเทศและไดเร็กเซลส์เท่านั้นค่ะ เฉลี่ยชิ้นละ 200-300 กว่าบาทส่งขายในอังกฤษ

ถ้าอยากเปิดธุรกิจให้ศึกษาและรู้จริงให้ชัดเจนในสิ่งที่จะทำ สินค้าวงการเครื่องสำอางต้องมีคุณภาพดี แล้วถ้าทำได้ครบวงจรได้ก็ยิ่งทำให้แบรนด์แข็งแรง ถ้าสะเปะสะปะก็ไปเรื่อยๆ จับจุดให้ได้ค่ะอยากแนะนำว่า ต่างชาติก็ยังสนใจสมุนไพรนะคะ ซึ่งแต่ก่อนตลาดเครื่องสำอางยังอยู่ในฝั่งยุโรป อเมริกา แต่ปัจจุบันย้ายฐานการผลิตและบายเออร์ให้ความสนใจเออีซีมากค่ะ แบรนด์ของเราไม่ได้เปิดตลาดแค่เมืองไทย แต่ไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่มีต่างชาติสนใจของไทยเรามาก”  วีรวรรณ บอกว่าแม้ในวันเศรษฐกิจไม่คึกคักแต่แนวโน้มอุตสาหกรรมความงามในไทยยังเป็นเรื่องสดใสเสมอ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน