
สงครามนอกสนามแกรนด์สปอร์ต VS เอฟบีที
วงการฟุตบอลเมืองไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจเสื้อผ้าชุดฟุตบอลก็เติบโตเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
โดย...ราชันเบอร์23
วงการฟุตบอลเมืองไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจเสื้อผ้าชุดฟุตบอลก็เติบโตเป็นเงาตามตัวเช่นกัน โดยเฉพาะ 2 แบรนด์ดังอย่าง แกรนด์สปอร์ต และ เอฟบีที ต่างงัดกลยุทธ์และแท็กติกมาห้ำหั่นกัน เพื่อต้องการความเป็นเต้ยในธุรกิจกีฬาในย่านอาเซียน
ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป เผยถึงทิศทางธุรกิจกีฬาในปีนี้ว่า ปัจจุบันคนหันมา ให้ความสนใจกีฬามากขึ้น และเกิดเป็นกระแสในวงกว้างและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความสนใจในเรื่องของกีฬา ไม่เพียงเฉพาะการเล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกาย หรือการติดตามข่าวคราวหรือผลการแข่งขันเหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันคนที่สนใจมีความต้องการจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับกีฬามากขึ้น ต้องการไปชม ไปเชียร์ ฟุตบอลไทยลีกเป็นภาพชัดเจนที่สุด
“ทุกวันนี้สโมสรขนาดเล็ก และใหญ่ ขายเสื้อเชียร์ได้เฉลี่ยตั้งแต่หลัก 1,000 ตัวขึ้นไปจนถึงหลักหมื่นตัว โอกาสการขายไม่ได้เฉพาะคนเล่นกีฬา แต่สามารถขยายฐานลูกค้าคนดูกีฬา ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย กลุ่มครอบครัว สำหรับเราผลิตเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยมากกว่า 8 หมื่นตัว ส่วนสโมสรหลักๆ ในไทยลีกมี เอสซีจี เมืองทองฯ มากกว่า 4 หมื่นตัว นอกนั้นเป็น โอสถสภาเอ็ม-150 และนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และทีมเล็กๆ อีก 7,000-9,000 ตัว ปีนี้เราให้ความสำคัญกับตลาดในภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะเออีซี” บิ๊กบอสแกรนด์สปอร์ต กล่าว
ล่าสุดได้สนับสนุนทีมชาติเวียดนาม จากเดิมที่สนับสนุนสโมสรย่างกุ้งของพม่า นี่ยังไม่รวมถึงหลายๆ ประเทศสนใจสั่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย ทั้งญี่ปุ่น มัลดีฟส์ ศรีลังกา ตะวัน ออกกลาง โดยปีนี้ตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งการตลาด 40 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ กระแสความนิยมกีฬาได้ถูกจุดติดขึ้นมาแล้ว และเป็นแรงส่งสำคัญในการกระตุ้นตลาดให้เติบโตต่อเนื่อง เป็นโอกาสของบรรดาผู้ประกอบการจะต่อยอด เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายสินค้าที่เกี่ยวกับกีฬา
ขณะที่ มนต์ชัย โชคไพบูลย์กิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานฟุตบอลล์ไทย สปอร์ตติ้งกู๊ดส์ (เอฟบีที) ชูกลยุทธ์ “สปอนเซอร์ชิพ มาร์เก็ตติ้ง” คือเลือกเป็นพันธมิตรกับทีมฟุตบอลให้มากที่สุด
“ตอนนี้ตลาดเสื้อผ้ากีฬาฟุตบอลมีการเติบโต เราสนับสนุนทีมฟุตบอลในไทยพรีเมียร์ลีก เช่น สโมสรบีอีซี เทโรฯ และแบงค็อก ยูไนเต็ด ทั้ง 2 ทีมมียอดผลิตเสื้อเป็นแสนตัว ต่อปี โดยเฉพาะทีม ‘มังกรไฟ’ ยิ่ง ‘เมสซี่เจ’ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เสื้อของ 2 คนนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก” บอสใหญ่เอฟบีที เผย
ขณะที่สายงานต่างประเทศ เอฟบีทียังเป็นสปอนเซอร์ให้ทีมยานาดาบอน และเคบีแซด ของพม่า ฯลฯ แต่ละปีใช้งบสนับสนุนประมาณ 100-150 ล้านบาท โดยปีนี้เราตั้งเป้าจะเจาะตลาดอาเซียน
“เราจะขยายฐานไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมทั้งยังมีตัวแทนจำหน่ายสินค้าในอังกฤษ ออสเตรเลีย ส่วนเป้าหมายอันใกล้ กำลังศึกษาจะนำแบรนด์เอฟบีทีเข้าไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอลในอังกฤษ โดยเฉพาะระดับดิวิชั่น 4 คาดว่าปีนี้ธุรกิจของเราจะโตเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์”
ยิ่งธุรกิจแข่งขันกันมาก ผลประโยชน์จะตกไปถึงผู้บริโภคมากขึ้นด้วย







