posttoday
เมืองที่คนไม่ได้ใช้ชีวิต

เมืองที่คนไม่ได้ใช้ชีวิต

04 เมษายน 2558

ทุกท่านเคยรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับว่า ยิ่งเราโตขึ้น ชีวิตยิ่งผ่านไปเร็วเหลือเกิน

ทุกท่านเคยรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับว่า ยิ่งเราโตขึ้น ชีวิตยิ่งผ่านไปเร็วเหลือเกิน

ความรู้สึกนี้ชัดเจนที่สุดในวัยทำงานนี่แหละครับ รู้สึกเหมือนเราตื่นมาเพื่อใช้ชีวิตเป็นชั่วโมงบนท้องถนน ทำงาน ทำงาน และทำงาน เสร็จแล้วก็กลับไปใช้ชีวิตเป็นชั่วโมงบนท้องถนนอีกรอบ แล้วก็หลับไป วนรูปแบบนี้ทุกวัน วนรูปแบบนี้ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน และทุกปี

เรื่องน่าแปลกคือ ทั้งที่เราใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง ใน 1 วัน 168 ชั่วโมง ใน 1 สัปดาห์ เหมือนเมื่อสัก 10-20 ปีก่อน แต่ทำไม “มันเร็วขึ้น” จนเรารู้สึกว่า สัปดาห์นี้หรือเดือนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำเลย

สมัยประถมผมรู้สึกว่าเวลาหนึ่งวันนานมากครับ นานพอให้ผมกลิ้งไปกลิ้งมา ดูการ์ตูนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แต่พอเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัย ผมว่านี่แหละครับช่วงเริ่มต้นของ“ความเร็ว” เทคโนโลยีที่เติบโต ทำให้เราต้อง “รับรู้” เรื่องราวต่างๆ มากจนเหมือนจะเกินจำเป็น ขณะเดียวกัน สังคมเมืองก็คอยหล่อหลอมและบอกว่าเรามีเรื่องต้อง “รับผิดชอบ” มากขึ้น ต้องก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น และมีชีวิตอยู่บนกรอบนี้

ตั้งแต่เรียนจบมาผมก็ใช้ชีวิตภายใต้กรอบที่สังคมเมืองวาดไว้ให้นั่นแหละครับ ทำงาน เก็บเงิน หวังจะซื้อรถ ซื้อบ้านสักหลัง ซื้อคอนโดมิเนียมสักห้อง มีเงินเก็บไว้ดูแลพ่อแม่ยามป่วยไข้

จริงๆ ผมเองก็ไม่ได้มีปัญหากับวัฏจักรชีวิตแบบนี้มากเท่าไร ผมเชื่อว่าผมสามารถทำงานและค่อยๆ เก็บหอมรอมริบไปตาม “วัฏสงสาร” เวียนว่ายตายเกิดของคนเมืองได้ แต่ผมก็แอบสงสัยอยู่ลึกๆ เช่นกัน ว่าวิถีที่ผมดำรงอยู่นี้คือการ “ใช้ชีวิต” ที่ดีแล้วหรือไม่

ผมลองหาคำตอบจากคนรอบๆ ตัวครับ ผมพบว่าเพื่อนสนิทที่สุดของผมสมัยมหาวิทยาลัยใช้ชีวิตต่างจากผมมาก มันทำงานมา 3-4 ปี โดยไม่มีเงินเก็บเลยแม้แต่บาทเดียว

วันหนึ่ง ระหว่างที่ไปกินข้าวด้วยกัน ผมถามมันว่า ทำไมมันถึงไม่เก็บเงินบ้าง ไม่ห่วงอนาคต ไม่คิดจะหางานที่มีรายได้มากกว่าที่เป็นอยู่บ้างหรืออย่างไร มันไม่ได้อธิบายอะไรผมยาวมากครับ แค่ตอบผมมาสั้นๆ

“ยังอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก่อนน่ะ รู้สึกอยากเป็นคนที่ได้ใช้ชีวิต ไม่ใช่ถูกชีวิตใช้”

หลังฟังมันพูดจบ ผมไม่ได้เชื่อมันเสียทีเดียวหรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าคนเราควรต้องมีเงินเก็บสำรองยามจำเป็นบ้าง อย่างไรก็ดี ผมตระหนักได้ว่า ผมและคนอีกจำนวนมากในสังคมนี้อาจลืมใช้ชีวิต และปล่อยให้ชีวิตแบบที่สังคมคาดหวังกำลังใช้งานอยู่จริงๆ

จริงๆ เราน่าจะเป็น “ผู้เลือก” ใช้ชีวิตให้มีเสน่ห์และความสุขได้ไม่ยากหรอกครับ ความสุขของคนที่ไม่ได้ถูกเมืองใหญ่มากำหนดกรอบ อาจจะแค่หาเวลาใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ได้ดูความสวยงามของต้นไม้ใบหญ้า ทานพืชผักสวนครัวที่ตัวเองปลูกก็เพียงพอแล้ว

แล้วคนในเมืองใหญ่ล่ะครับ จะปล่อยให้ชีวิตใช้อยู่เช่นนี้ไปจนวันที่จากโลกนี้ไปเลยหรือ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน