posttoday
คุณรับบทอะไร...ครับ!

คุณรับบทอะไร...ครับ!

02 เมษายน 2558

โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร ภาพ N

โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร ภาพ N

ถ้าโลกคือฉากขนาดใหญ่...เราควรเป็นตัวเอกในหนังของเราเอง

เวลาเราดูหนัง ดูละคร ดูเอ็มวี หรือโชว์สักรายการที่มีเรื่องราว มีตัวละครมากกว่าหนึ่ง เราจะสนุก สุข เศร้า เหงา เจ็บ หมั่นไส้ไปด้วยได้ นั่นก็เพราะเรื่องราวเข้มข้นและบทบาทหนักแน่น มีที่มาที่ไป มีประเด็นให้ติดตาม ที่แน่ๆ ไม่ใช้สลิง

ต้นไม่กินผัก ชัคไม่มีแฟน แมนไม่ย้ายมาอยู่ในเมือง หรือซูซี่ไปเยี่ยมแม่ทุกวันหยุด ฟรุ้ตมักดูแต่หนังฆาตกรรม พลัมทำหน้าเกาหลีครบเซต อันที่จริงก็ไม่เกี่ยวกับใคร แต่นั่นก็คือลักษณะหนึ่งของตัวละคร เฉพาะเจาะจง และบางทีไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่ม

รสนิยมความชอบ นิสัยใจคอ การเลี้ยงดู เป็นพื้นฐานการเลือกและกำหนดคาแรกเตอร์อย่างง่าย ลึกๆ ลงไปแล้ว ประสบการณ์ในอดีต การเรียนรู้ ความหลงใหล หรือความเชื่อความศรัทธาก็ร่วมคาแรกเตอร์ที่ลุ่มลึกขึ้นในลำดับถัดมา

อาชีพนักเขียนนักข่าวทำให้ผมมีโอกาสสัมภาษณ์คนราวๆ 200-300 คน ในบทบาทหน้าที่ต่างๆ กัน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ทำงานมา แม้โดยส่วนใหญ่จะข้องเกี่ยวกับดารา นักแสดง ศิลปิน หรือคนแวดวงสังคม แต่ก็พบว่าความเป็นผู้วิเศษสุดเสน่หาในโลกมายา หรือ ไฮโซวงสังคมและธุรกิจ ทว่าเขาเหล่านั้นก็คือมนุษย์ ซึ่งมีบท มีคาแรกเตอร์เช่นเรา

ความจริงเพียงกระผีกในชีวิต 10-20 ปี (ว่าไปแล้วแต่คน) ถูกเลือกมาถ่ายทอดให้ผู้สัมภาษณ์ฟังและตั้งคำถามต่อเนื่อง เพื่อนำไปเขียนไปเล่า นำไปป่าวประกาศ นำไปชี้แจงหรือตีแผ่ ทั้งในสิ่งที่เคยทำ เคยเป็น กำลังทำอยู่ กำลังเป็น หรือกำลังจะทำและกำลังจะเป็น ถูกอัดไว้แน่นในการสัมภาษณ์เพียง 40 นาที (อย่างสั้น) ถึง 2-3 ชั่วโมง (อย่างยาว) เล่าได้มากกว่าหากชีวิตมีบทบาท มีเรื่องราว มีเป้าหมาย แต่ส่วนสำคัญของการคุยคือ มีใจเปิดเผยให้เราได้ทราบ ได้ซัก ได้คุ้ย

บทสัมภาษณ์ราวๆ 3 ใน 5 ของผม มักจะเป็นเรื่องเล่าทั่วไป คนเล่าอยากเล่า ฮีอยากให้รู้ นางอยากให้บอกต่อ จึงสะดวกใจที่จะเล่า และเราก็สะดวกใจที่จะเมาท์มอย แต่น้อยมากที่จะไม่สนับสนุน (ที่เขาเรียกติดปากกันว่าอวย) ถ้าพื้นฐานผู้ตอบไม่ได้พังเวอร์ หรือเฟกสุด ประเภทถามคำตอบคำนี่ก็ปวดหัวเกิ๊น

ส่วนอีก 1 ใน 5 เป็นผู้คนที่มึนงง ปวดหัว บางทีลึกลับ แต่ไม่ซับซ้อน คุยกันสิบยี่สิบนาทีก็รู้ว่า ยูนี่...ไม่มีอะไรในหัว หรือมีก็น้อยมากกกกนะครัช ทำให้หลายครั้งสร้างอุปสรรคให้การเล่าต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ถามมาตอบไป ท่าทาง การเคลื่อนไหว การแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม และของที่ดื่มที่กินพอช่วยอนุมานได้ เพราะสุดท้ายจะแสดงออกมาในคำถามที่ 20-30 ซึ่งใช้พลังงานการคุยคุ้ยเขี่ย เพลียมาก ต่างจากคนกลุ่มแรก

กลุ่มสุดท้ายที่เรียกว่าเป็นกลุ่มครีม เป็นเทพ เป็นดาวเด่นในการให้สัมภาษณ์ พบได้ไม่บ่อยนัก (อันที่จริงเข้าถึงยาก หรือไม่ค่อยเปิดเผยชีวิตนัก) เมื่อนัดพบได้ เราเองที่ต้องระริกระรี้ ตีปีก วิ่งวุ่นทำการบ้านหนัก เพราะบางทีรู้เรื่องเขาน้อยมาก หรือไม่ก็เรื่องราวของเขามีมากและสำนักอื่นเคยเล่าไป (เกือบ) หมดแล้ว กลุ่มนี้ใช้พลังงานการสนทนาด้วยหนักหน่วง ถ้าเป็นเครื่องดื่มคงเป็นวิสกี้เพียว หรือเตกล่าไม่นับช็อต

เกร็ดชีวิตและคติชีวิตเล็กๆ น้อยๆ มีให้เห็นบ่อยจากคนทั้งสามกลุ่มที่ว่า ขณะที่ปัญหาชีวิต การคลี่คลาย และบทสรุปของพวกเขา มีวิถีที่ต่างกันไป หลายครั้งเข้าใจ หลายครั้งไม่เข้าใจ นั่นเพราะเราเองใช้บางประสบการณ์ ความรู้และความเห็นของเราไปตัดสิน แต่ท้ายสุดคำพูดของเขานั่นแหละ ที่จะทำให้ผู้อ่านได้พิจารณาและประเมินค่าด้วยตัวเอง

ความจริงเพียงกระผีกเดียวของบทสนทนา 30 นาที หรือ 2 ชั่วโมงก็ตาม ไม่สามารถถ่ายทอดตัวตนและบทบาทของตัวละครได้ทั้งหมด ไม่ว่าเขาจะอายุ 30 ปี 40 ปี หรือมากกว่า เพราะการพบเจอกับเรา (คนแปลกหน้า แถมยังเป็นสื่อมวลชน) เพียงไม่กี่ชั่วโมงนั้นไม่สามารถสรุปชีวิตของเขาและเธอได้ทั้งชีวิต เราจึงมักยกบางประเด็นเด่นมาเขียน

ในฝั่งโลกยุคดิจิทัล เราเห็นคลิปหลุดเซ็กซี่ เราดูคนต่อยตีกัน เรามันกับคลิปสร้างสรรค์มากมาย ขณะเดียวกันก็เฝ้าติดตามกระแสสังคม การเมือง บันเทิงต่างๆ และเราได้ยินเรื่องทั้งว้าว...ทั้งยี้...จากทั่วโลก อัพเดทนาทีต่อนาที และแถมเราท่านยังสามารถพิมพ์ความคิดเห็น และผรุสวาทดาษดื่นได้ทันที ยังไม่นับไลค์ บล็อก ดีลีต แชร์ ฯลฯ ที่เป็นการตอบสนองอารมณ์วูบไหว บางทีก็ไม่ทันได้ฉุกคิด หรือมีเวลานั่งใคร่ครวญถึงบทบาท คาแรกเตอร์ และตัวตนของเขา ของเรา หรือของใครๆ สักนิดดดด

ทุกครั้งที่เราชมงานประกาศรางวัล หรืองานประกวดโน่นนั่นนี่ เมื่อผลตัดสินออกมา ถ้าผู้คนไม่สรรเสริญเยินยอเพราะเห็นด้วย ก็สับเละกันงามไส้ได้ข้ามวันข้ามคืน จนบางกรณีเกิดเป็นกระแส และได้รับการจดจำไปชั่วลูกชั่วหลาน ถ้าเป็นเรื่องดี...นั่นคงดีกับทุกฝ่าย แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกสังคมตัดสินแล้วว่าแย่ นั่นก็แย่กับผู้รับบทซีนดังกล่าว

มีคนว่า...ดูหนัง ดูละคร แล้วให้ย้อนดูตัวเรา หากได้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองทุกครั้งที่ชม "ถ้าเป็นเรา...เราจะทำยังไง" "เราเล่นยังไง" "ไปต่อยังไง" "มันจบยังไง..."

ในโลกของเพศทางเลือก เหล่าเกย์แมนก็ยังมีคาแรกเตอร์ที่รับบทต่างกัน บทพระ-บทนาง บทรุก-บทรับ บทโบ๊ท-บทไบ หลากหลายรสนิยมและวิถีเพศสัมพันธ์ บ้างบทเดียว บ้างหลายบท หรือไร้บทเอาแต่กดไลค์ก็มี

ชีวิตเราไม่เหมือนคนอื่น และคนอื่นๆ ก็ไม่มีทางเหมือนเราได้ทุกนาโนเมตร เมื่อถึงเวลาต้องเล่น เมื่อจำเป็นต้องเล่า เมื่อได้เข้าไปอยู่ในฉาก เรา...จะรับบทตัวเองยังไง เรา...ต้องเป็นตัวเองแบบไหนให้มันตอบคำถามนักข่าวได้ เรา...ควรทำอะไรให้มันพอจะได้เข้าชิงรางวัล (ชีวิต) หรือมีคนพูดถึงในแง่ดีงามได้ ควรตั้งคำถามกับคนในกระจกเสมอว่า ตัวเราเองจะโดดเด่นหรืออ่อนด้อยในหนังของเราเอง

...ถ้าเราเป็นตัวเอกในหนังของเราแล้ว ตุ๊กตาทอง...ช่างมัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI