posttoday
ทำอย่างไร? เมื่อผิวขาดออกซิเจน?

ทำอย่างไร? เมื่อผิวขาดออกซิเจน?

22 มิถุนายน 2553

ออกซิเจนไม่เพียงแต่เป็นอากาศที่เราหายใจเข้าไปเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารสำคัญของผิวสวยอีกด้วย เมื่อคนเราอายุเพิ่มมากขึ้น เส้นเลือดเล็กๆ ที่นำพาออกซิเจนเข้าสู่ผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพ ประกอบกับฝุ่นควันและมลภาวะต่างๆ ก็ยังกระตุ้นให้เกิดสารพิษในผิว ทำให้ผิวหายใจไม่สะดวก ปัจจัยต่างๆ นี้ทำให้ออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยลง ทำให้สารอาหารที่หล่อเลี้ยงผิวไม่เพียงพอ การสร้างเซลล์ผิวใหม่ทำงานได้ช้าลง สังเกตได้ว่าผิวที่ขาดออกซิเจนจะดูซูบซีด ขาดความชุ่มชื้น ไม่มีน้ำมีนวล ดูแห้งกร้านหม่นหมอง ฯลฯ

การเติมออกซิเจนให้กับผิวด้วยวิธีธรรมชาติ ก็อาทิ การเดินเล่นและพักผ่อนในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ หลีกเลี่ยงจากมลภาวะ หรือจะใช้วิธีนวดกดจุดก็สามารถเพิ่มออกซิเจนได้เช่นกัน แต่ถ้าเริ่มมีปัญหามากขึ้นก็อาจต้องพึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วย เช่น การนำออกซิเจนมาผสมกับน้ำเกลือบริสุทธิ์เพื่อพ่นลงสู่ผิวผ่านหัวฉีด บางกรณีอาจมีการเติมวิตามินที่จำเป็นเข้าไปด้วย วิธีนี้ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้ล้ำลึก ช่วยกำจัดสารพิษและสิ่งตกค้าง เช่น แบคทีเรีย ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้เลือดสูบฉีดมาหล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น และที่สำคัญยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอก ผิวจะรู้สึกสบายสดชื่นตั้งแต่ครั้งแรกหลังการทำ แต่นอกจากนวัตกรรมที่กล่าวมาก็ยังมีอีกทางเลือกใหม่ อย่าง Oasis Oxygen ซึ่งคล้ายกับนวัตกรรมแบบแรกแต่ว่าช่วยผลักออกซิเจนได้ล้ำลึกมากยิ่งขึ้นใกล้เคียงกับการใช้เข็ม เพราะวิธีนี้ใช้หัวฉีดแรงดันสูงมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 0.2 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กกว่าปลายเข็ม และสามารถผลักออกซิเจนได้ลึก 35 มิลลิเมตร ผลลัพธ์ที่ได้ก็คล้ายกันเพียงแต่ช่วยให้ได้ผลชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อยร่วมด้วย ก็ควรใช้ประกอบกับนวัตกรรมอื่นๆ อย่างเช่น การใช้แสง Aura Infrared กระตุ้นให้เกิดมวลความร้อนจำเพาะที่คอลลาเจนในผิวชั้นลึก เพื่อฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ขณะทำอาจรู้สึกอุ่นๆ ที่ผิวบ้างเล็กน้อย และหลังทำก็อาจเป็นรอยแดงจางๆ แต่ไม่นานก็จางหายไปเอง ไม่ทิ้งรอยบวมแดงหรือสะเก็ดแผลให้กังวลใจแต่อย่างใด จึงทาครีมแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว สามารถกลับบ้านไปทำงานได้ตามสะดวก เพียงแต่อาจมีอาการผิวแห้งบ้าง แต่ถ้าทำควบคู่กับการเติมออกซิเจนก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีกทาง และควรทาครีมกันแดดรวมถึงหลีกเลี่ยงแดดจัดๆ เป็นเวลานานในช่วง 23 วันแรก เพราะถึงแม้วิธีนี้จะอ่อนบางต่อผิวมากกว่าการยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีอื่น แต่ผิวก็จำเป็นต้องใช้เวลาปรับสภาพตามธรรมชาติ และหลังทำก็ควรกลับมาทำต่อเนื่องอย่างน้อย 34 ครั้ง แต่ถ้าให้เห็นผลชัดเจนก็ควรทำสัก 5 ครั้งขึ้นไปจะดีที่สุด เห็นไหมคะวิธีง่ายๆ ลงทุนลงแรงนิดหน่อยแต่ก็ให้ผลคุ้มค่าไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน