posttoday

นิโคลัส รามิเรซ ล้มเหลวเพื่อเติบโต

27 มีนาคม 2558

ากความฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขามุ่งมั่นที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง

โดย...พุสดี ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

จากความฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขามุ่งมั่นที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง แต่สุดท้ายฝันที่วาดไว้กลับแตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริง ทางเดินข้างหน้าไม่ได้สดใส เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ ใครจะรู้ว่าเส้นทางใหม่ที่ไม่คุ้นเคยและไม่เคยคิดจะไป จะกลายเป็นอาชีพที่เขาหลงใหลจนทุกวันนี้

เด็กหนุ่มคนที่ว่านี้ คือ เชฟนิค-นิโคลัส รามิเรซ หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ประจำห้องอาหาร 22 คิทเช่นแอนด์ บาร์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เชฟหนุ่มชาวอเมริกัน (ฮาวาย) ยอมรับว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะมาเป็นเชฟ เพราะก่อนหน้านี้สิ่งเดียวที่เขารักเป็นชีวิตจิตใจ คือ การเล่นฟุตบอล

“พ่อของผมพูดเสมอว่า ถ้าคุณรักในสิ่งที่คุณทำ คุณจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้ทำงานเลยในชีวิต ดังนั้นผมจึงค้นหาสิ่งที่ผมอยากทำ นั่นคือ ฟุตบอล ผมเล่นฟุตบอลอาชีพที่โรมาเนีย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ต่อสัญญา เพราะเกิดปัญหาภายในสโมสร โชคดีระหว่างที่อยู่ในสโมสร ผมเบื่อกับการกินอาหารเมนูซ้ำๆ เลยเริ่มทำอาหารกินเอง จนคุณแม่แฟนผมเห็นฝีมือการทำอาหารของผม และจุดประกายให้ผมไปเป็นเชฟ”

เชฟนิค บอกว่า ตอนนั้นเขาคิดว่าอาชีพเชฟก็น่าสนใจ เลยตัดสินใจไปเรียนทำอาหารอย่างจริงจังที่โรงเรียนทำอาหารที่ดีเป็นอันดับ 2 ในเมืองซานตา บาร์บารา และเขาก็ตกหลุมรักการทำอาหารทันที รู้สึกว่า
นี่คือสิ่งที่อยากทำจริงๆ

นิโคลัส รามิเรซ ล้มเหลวเพื่อเติบโต

“ช่วงที่เรียนผมทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน เพราะผมออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 15 ปี ไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากที่บ้าน เพียงแต่ติดต่อไปบอกว่าทำอะไรที่ไหนอยู่ งานแรกของผมเริ่มจากการทำงานก่อสร้าง งานทำความสะอาดที่เทนนิสคลับ ที่นี่ทำให้ผมได้รู้จักกับเชฟท่านหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ผมได้ทำงานในร้านอาหาร ในช่วง 9 เดือนสุดท้ายก่อนเรียนจบ ผมต้องเรียน 5 วัน และทำงาน 2 วัน”

เชฟนิค บอกว่า เริ่มทำงานในร้านอาหาร ด้วยการเป็นพนักงานล้างจาน ทำความสะอาด จนต่อมาเริ่มทำอาหารที่เป็นจานเครื่องเคียง กระทั่งย้ายไปทำที่ร้านอาหารอีกแห่ง เขาได้รับหน้าที่ดูแลในส่วนปิ้งย่างทั้งหมด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทำอาหารอย่างจริงจัง เชฟนิค บอกว่า มองย้อนไปเขาคิดว่าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากงานนี้

“สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือ การเป็นนักกีฬามืออาชีพกับการเป็นเชฟมีสิ่งที่เหมือนกันคือ คุณต้องซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ กับสิ่งที่ทำ คุณต้องเรียนรู้ที่จะล้มแล้วคุณก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับมัน เพื่อที่จะเติบโตขึ้น คุณต้องรักในสิ่งที่ทำ เชฟที่ผมเจอที่เทนนิสคลับสอนว่า ไม่ว่าในครัวจะเกิดอะไรขึ้น ร้ายแรงแค่ไหน เชฟก็ยังต้องยิ้ม และไม่เผลอแสดงสีหน้าวิตกให้ลูกค้าเห็น”

เส้นทางของเชฟนิคเริ่มสดใส เมื่อเขามีโอกาสย้ายมาทำงานที่ร้าน Wine Cask เขาจำได้ว่าในคืนเปิดร้านมีเชฟเพียงแค่ 3 คนในครัว และเขาเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุด โชคดีที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อทำงานไปเพียง 6 เดือน เขาได้เลื่อนเป็นรองหัวหน้าพ่อครัว เชฟบอกว่าการทำงานที่นี่สอนให้เขารู้วิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่กดดันมากๆ เนื่องจากที่ร้านค่อนข้างใหญ่ รองรับแขกได้ถึง 180 ที่นั่ง แต่มีเชฟเพียงไม่กี่คน

นิโคลัส รามิเรซ ล้มเหลวเพื่อเติบโต

 

“ผมอยู่ที่นี่ได้สักพัก ก็ย้ายงานอีกครั้ง เพราะผมชอบที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดห้องอาหารใหม่ๆ จะได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ผมตัดสินใจไปสมัครงานที่โรงแรม The El Encanto by Orient Express ทำให้ผมได้ร่วมงานกับเชฟที่มีชื่อเสียงมากมาย ที่นี่ผมตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น และภายใน 2 เดือน ผมก็ได้เลื่อนตำแหน่งตามที่หวัง จากนั้น 1 ปี ผมได้ลาออกเนื่องจากที่นั่นมีปัญหาภายใน โดยที่ตอนนั้นยังไม่มีแผนว่าจะไปทำงานที่ไหนต่อ”

แต่ที่สุด เชฟนิค บอกกว่า เขาได้ไปทำงานที่ร้านอาหาร Blue Tavern และห้องอาหารอีกหนึ่งแห่ง ก่อนจะได้ร้บการทาบทามจากเชฟใหญ่ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ให้มาทดลองทำอาหารที่นี่ดู เพราะทางโรงแรมกำลังจะเปิดห้องอาหารใหม่ ปรากฏว่าหลังจากมาทดสอบ ผ่านไป 2 สัปดาห์ ก็ได้รับการติดต่อให้มาทำงาน 

“สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ในการทำอาหารของผมคือ ผมชอบนำเทคนิคในการทำอาหารของแต่ละชาติมาผสมผสานกัน เชฟแต่ละคนจะต้องรู้ว่าตัวเองถนัดอาหารแนวไหน และแสดงตัวตนออกมาโดยผ่านอาหารที่ทำ ซึ่งที่นี่เปิดโอกาสให้ผมได้ทำอาหารที่หลากหลาย ตามที่ผมสนใจและอยากทำ”

ถามว่าอะไรคือ คำจำกัดความของเชฟที่ดี เชฟนิค ตอบว่า กุ๊กส่วนใหญ่ชอบพูดว่า ตัวเองเป็นเชฟ แต่ความเป็นจริงแล้วคนที่เป็นกุ๊กคือ คนที่ทำอาหาร แต่คนที่เป็นเชฟจะต้องเป็นผู้ดูแลทุกคนในทีม ต้องรับผิดชอบหลายอย่างทั้งการบริหารจัดการและวางแผนทุกอย่างภายในครัว 

นิโคลัส รามิเรซ ล้มเหลวเพื่อเติบโต

 

“ผมอยากเป็นหัวหน้าเชฟที่ดีที่สุด การทำอาหารเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะสอนคนอื่นทำให้เป็น แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือ การสอนคนให้มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ผมชอบคำพูดที่ว่า ทำให้มันถูกต้องหรือต้องทำมันซ้ำๆ ถ้าคุณไม่พัฒนาในสิ่งที่กำลังทำอยู่ สิ่งนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนอยากจะทำมันจริงๆ สิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จก็คือ ผมชอบที่จะพัฒนาตัวเองทุกวันและผมชอบที่เป็นเชฟ”

ในอนาคต เชฟนิค ยอมรับว่า อยากเปิดร้านอาหารของตัวเองที่แคลิฟอร์เนีย และอยากเดินทางท่องเที่ยวและชิมอาหารในที่ต่างๆ ทุกวันนี้ในวันว่างเขาชอบออกไปเล่นฟุตบอล และไปเรียนศิลปะการต่อสู้ เพราะมันช่วยรักษารูปร่างและทำให้ร่างกายแข็งแรง

เฟตตูชินียอดมะพร้าวอ่อนผัดเนย

ส่วนประกอบ

1.เมล็ดข้าวโพด 100 กรัม

2.เนย 10 มิลลิลิตร

3.ยอดมะพร้าวอ่อน 1 กิโลกรัม

4.ฟักทอง 500 กรัม

5.ใบเสจชิป (ใบเสจอบกรอบ) 3 ใบ

6.พาร์เมซานชีสชิพ 50 กรัม

7.เกลือ

8.น้ำมันมะกอก

นิโคลัส รามิเรซ ล้มเหลวเพื่อเติบโต

วิธีทำ

1.ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ ใช้ความร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส จากนั้นนำเมล็ดข้าวโพดมาทอดจนกลายเป็นป๊อปคอร์น เสร็จแล้วพักไว้บนกระดาษซับน้ำมันให้เย็น

2.นำป๊อปคอร์นที่ได้มาบดหรือปั่นให้ละเอียดเป็นผง แล้วนำมาร่อนด้วยตะแกรง 2 รอบ จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือ

3.ละลายเนยด้วยไฟอ่อนประมาณ 45 นาที ให้เนยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม พักให้เย็น แล้วตักแต่เนยในส่วนที่เป็นสีน้ำตาลเข้ม กรองด้วยตะแกรง 2 รอบ จากนั้นนำมาผสมกับผงป๊อปคอร์นที่เตรียมไว้

4.ปอกเปลือกยอดมะพร้าวอ่อน แล้วสไลซ์เป็นเส้นยาวบางๆ และตัดให้เหมือนกับเส้นเฟตตูชินี จากนั้นนำไปต้มและลวกในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที

5.ปอกเปลือกฟักทองและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ใส่น้ำมันมะกอกให้ท่วม จากนั้นนำไปตุ๋นให้นิ่ม แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด และกรองออกด้วยตะแกรงละเอียด เสร็จแล้วนำมาจัดเรียงบนจานตกแต่งด้วยใบเสจชิปและพาร์เมซานชีสชิพให้สวยงาม

ข่าวล่าสุด

ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ