posttoday
ศาลแพ่งห้ามฉายฟาสต์7ในไทย

ศาลแพ่งห้ามฉายฟาสต์7ในไทย

26 มีนาคม 2558

ศาลแพ่งห้ามฉายฟาสต์7ในไทยหลังไต่สวนฉุกเฉินเสี่ยเจียง ฟ้องเรียก 1.6 พันล้าน จาพนม -ยูนิเวอร์แซล-ยูไอพีละเมิดผิดสัญญา

ศาลแพ่งห้ามฉายฟาสต์7ในไทยหลังไต่สวนฉุกเฉินเสี่ยเจียง ฟ้องเรียก 1.6 พันล้าน จาพนม -ยูนิเวอร์แซล-ยูไอพีละเมิดผิดสัญญา 

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ศาลแพ่ง ถ. รัชดาภิเษก นาย สุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความรับมอบอำนาจ นาย สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ หรือ เสี่ยเจียง ผู้ก่อตั้งบริษัท  สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดและประธานสหมงคลกรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจภาพยนตร์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพนมหรือทัชชกร  ยีรัมย์ หรือจา พนม พระเอกภาพยนตร์คิวบู๊ “ต้มยำกุ้ง และองค์บาก”ชื่อดัง อายุ38 ปี ,บริษัทยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทอำนวยการสร้างภาพยนตร์ Fast and Furious 7 (ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส ภาค 7) และบริษัทบริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) จำกัด หรือยูไอพี ประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด ผิดสัญญา พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1,600 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีที่ ได้ผิดสัญญาการแสดงกับ บริษัท สหมงคลฟิล์มที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2566

โดยการยื่นฟ้องนายสุวัตร ทนายความโจทก์ ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้มีการฉายภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious 7 ที่ นายพนม หรือจา พนม จำเลยที่ 1ได้ร่วมแสดงทั้งที่ยังมีภาระผูกพันกับสัญญาการแสดงกับบริษัท สหมงคลฟิล์ม ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวมีกำหนดฉายในประเทศไทยในวันที่ 1 เม.ย.นี้

ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องแล้วให้ดำเนินการไต่สวนทนายฝ่ายโจทก์ จนแล้วเสร็จเมื่อเวลา 17.00 น.โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีร่วมฟังการไต่สวน

ภายหลังนายสุวัตร ทนายความบริษัทสหมงคลฟิลม์โจทก์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการไต่สวนแล้ว ศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโจทก์ โดยมีคำสั่งให้ระงับการฉายภาพยนตร์ Fast and Furious 7 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดี หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งคำสั่งศาลดังกล่าวนั้นมีผลระงับการฉายภาพยนตร์ภายในประเทศเท่านั้น โดยเหตุที่ต้องนำมาฟ้องต่อศาลแพ่งในวันนี้และขอคุ้มครองชั่วคราวนั้น เนื่องจากทราบว่าหนังเรื่องดังกล่าว จะเข้าฉายในรอบสื่อมวลชนในวันที่ 31 มี.ค. และรอบจริงในวันที่ 1 เม.ย.ซึ่งการนำภาพยนตร์ที่ จา พนม แสดงแต่ยังติดสัญญากับสหมงคลฟิล์มมาฉายนั้นถือเป็นการละเมิดสัญญาจึงได้เรียกค่าเสียหายจำนวน 1,600 ล้านบาท โดยจา พนม ได้เซ็นสัญญากับสหมงคลฟิล์มไว้ เดือน ก.ค.2556 และจะหมดสัญญาในปี 2566 ซึ่งค่าเสียหายที่เราเรียกไป ก็คำนวณมามาจากการซื้อตัวจา พนม มาจากบริษัทอื่น รวมถึงการปลุกปั้นโปรโมทภาพยนตร์ต่างๆ กระทั่งมีชื่อเสียง ทั้งนี้สำหรับการพิจารณาคดีหลักเรื่องการผิดสัญญาศาลก็ได้นัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดวันสืบพยานและประเด็นนำสืบในวันที่ 15 มิ.ย.

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้