เวลคัมเวิลด์! พบเอก พรพงเมตตา
กล่าวต้อนรับโลกในยามเช้าของทุกเช้า หากใครหาญตื่นเช้าได้ทุกวัน ก็จะได้พบกับเขาคนนี้ พบเอก พรพงเมตตา หรือแบงค์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
กล่าวต้อนรับโลกในยามเช้าของทุกเช้า หากใครหาญตื่นเช้าได้ทุกวัน ก็จะได้พบกับเขาคนนี้ พบเอก พรพงเมตตา หรือแบงค์ หนุ่มหล่อผู้ประกาศข่าวภาคภาษาอังกฤษแห่งโมโน 29 ทีวีดิจิทัล ในรายการเวลคัม เวิลด์ (Welcome World) โลกคือการรวมตัวกันของข่าว เป็นอย่างนั้นจริงมั้ย คงต้องไปถามเขา
ใช่! อย่างน้อยก็เป็นโลกที่อยู่ตรงหน้า...โลกที่อยู่ในมือ ได้แก่สคริปต์ข่าวที่จะต้องเรียกหาเป็นอันดับแรกเมื่อเดินทางมาถึงสถานีย่านถนนแจ้งวัฒนะ เวลคัมเวิลด์เป็นรายการข่าวที่รายงานข่าวสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกในรอบ 24 ชั่วโมง เริ่มต้นอัดรายการในช่วงประมาณ 22.00 น. เพื่อไปออกรายการในช่วงเช้า 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
“คนทั่วไปมักนึกว่าง่าย ผู้ประกาศข่าวก็แค่อ่านจากกระดาษหรืออ่านจากสคริปต์ แต่จริงๆ แล้วไม่ง่ายอย่างนั้น เนื่องจากเราจะทำอย่างนั้นได้ ก็ต่อเมื่อเรารู้และเข้าใจในสิ่งที่จะสื่อสารออกไป” แบงค์เล่า
อะไรที่ “ไม่เมกเซนส์” หรือขัดต่อความเป็นจริง ผู้ประกาศข่าวที่เก่งจะรู้ก่อน อะไรที่ “กระโดด” ขึ้นมาจากสคริปต์ ผู้ประกาศข่าวที่เก่งจะเห็นทันที และจัดการ “แก้ปัญหา” ทันที นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้ประกาศข่าวไม่ใช่แค่อ่านข่าว แต่ต้องเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ ส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวที่ให้ความรู้และรายงานข่าวแก่ผู้ชม หากก็ต้องไม่ล้ำเส้นหรือชี้นำ
ตั้งเป้ากับตัวเองไว้ 5 ปี ที่จะเป็นผู้ประกาศข่าวแถวหน้า มีเทคนิค มีประสบการณ์หรือชั่วโมงบิน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าในวงการนี้ สำหรับแบงค์แล้วไม่มีไอดอลหรือมองใครเป็นแบบ หากเขานำสิ่งที่ดีจากหลายๆ คนมารวมกัน ปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาท่าทาง บุคลิก ภาษากายและคำพูดพื้นฐาน เทคนิคต่างๆ
“ที่สุดแล้วก็คือความน่าเชื่อถือ ผู้ประกาศข่าวที่เก่งจะมีวิธีพูด มีวิธีเล่า ข่าวที่ออกมาจากผู้ประกาศเก๋าๆ แบบนี้ คือรายงานข่าวที่มาพร้อมชั่วโมงบิน คือศิลปะและความเก๋าที่เล่าออกมาอย่างน่าเชื่อถือ ไร้ความผิดพลาด” แบงค์เล่า
จะทำงานครบปีในเดือนหน้า เม.ย. 2558 ผู้ประกาศข่าวหน้าใหม่ก็จริง แต่แบงค์นั้นได้ชื่อว่ามีประสบการณ์ในวงการข่าวอยู่ไม่น้อย โดยก่อนจะทำงานในฐานะผู้ประกาศ เขาเคยเป็นนักข่าวมาก่อนแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่ปี 3 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
“เห็นรุ่นพี่ที่ทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวทางวิทยุก็รู้สึกชอบ และแสวงหาโอกาสตั้งแต่นั้น”
โอกาสเป็นของผู้แสวงหา เป็นเช่นนั้นจริงๆ แบงค์ได้โอกาสฝึกงานพาร์ตไทม์ที่นิวส์ไลน์ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 รายการข่าวภาคภาษาอังกฤษ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย พยายามสับเวลาไม่ให้ตรงกัน เพราะจะได้ไม่พะวักพะวน วันไหนเรียนหนังสือก็เรียนให้ดีที่สุด วันไหนทำงานก็ทำงานให้ดีที่สุด
ทำงานอยู่เป็นปีเหมือนกัน แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ เพราะยังไม่สุด (ฮา) ยังรู้สึกไม่เต็มที่กับสิ่งที่ทำ รู้ตัวว่าเป็น “เป็ด” (ฮา) เพราะชอบรู้กว้างแต่ไม่รู้ลึก แล้วอาชีพอะไรล่ะที่จะรองรับในสิ่งที่เป็น แบงค์ในตอนนั้นยังคงแสวงหาโอกาสต่อไป ช่วงนั้นเรียนจบแล้วที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งไปเรียนทุนแลกเปลี่ยนที่อังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นจึงตัดสินใจมาออดิชั่นหรือทดสอบหลายรอบมากกับการเป็นผู้ประกาศข่าวที่โมโน
“ต้องขอบคุณโมโนที่ให้โอกาส หัวหน้าให้โอกาส บางที่ก็อาจอยากได้คนที่มีประสบการณ์แล้ว เพื่อจะไม่ต้องเสียเวลาสอนงาน แต่ที่นี่ให้โอกาส เริ่มต้นกับคำว่าโอกาส ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมาก” แบงค์เล่า
ชีวิตประจำวันของหนุ่มราศีพฤษภ ตื่นเที่ยง 12.00 น.(ฮา) เพราะกว่าจะกลับถึงบ้านบางคืนก็ตี 4 แล้ว นอนดึกตื่นสายเป็นธรรมดา อาบน้ำแต่งตัวแล้วมาหาข้าวเที่ยงกินแถวออฟฟิศ จากนั้นตรวจดูความเรียบร้อยของสคริปต์ ทำความเข้าใจกับข่าว ฝึกซ้อมพร้อมๆ กับแต่งตัวและแต่งหน้า ระหว่างวันบ่ายถึงเย็นคือรายการข่าวต้นชั่วโมง ซึ่งเป็นรายการสด
ช่วงหัวค่ำเป็นช่วงสบายๆ ของชายหนุ่ม มักแวบออกไปออกกำลังกาย เข้ายิมบ้างอะไรบ้าง 3 ทุ่มกลับเข้าประจำการที่ออฟฟิศอีกครั้ง เพื่ออัดรายการเวลคัมเวิลด์ รายการข่าวต่างประเทศ 1 ชั่วโมงครึ่ง เบื้องลึกเบื้องหลังต้องทำการบ้าน ตรวจดูความเรียบร้อย ที่สำคัญคือการทำความเข้าใจ
“ผู้ประกาศข่าวที่ดี นอกจากจะต้องมีความเป็นมืออาชีพในสิ่งที่ทำแล้ว ก็ต้องมีคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สคริปต์หลุด สคริปต์หาย คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ต้องดึงเรื่อง ดึงบทสนทนาไว้ จนกว่าจะรู้อะไรเกิดขึ้น แล้วเดินหน้ารายการต่อไป รายการเป็นเทปก็จริง แต่ก็เป็นรายการกึ่งสด เราพยายามไม่ตัด เพราะหมายถึงคนเบื้องหลังที่อาจต้องอยู่โยงแก้ไขถึงเช้า”
แบงค์ บอกว่า การทำหน้าที่สื่อสารมวลชนในวันนี้ ต้องขอบคุณครูบาอาจารย์หลายท่านที่เป็นกำลังใจให้ ช่วงที่ยังเรียนหนังสืออยู่ เพื่อนๆ รู้ว่าจะไปเป็นนักข่าวรายงานข่าวทางทีวี ก็ล้อบ้างอะไรบ้าง อย่างแบงค์นี่เหรอ เป็นไม่ได้หรอก แต่เมื่อได้กำลังใจจากอาจารย์ ก็สามารถก้าวและไปต่อ รวมทั้งคุณพ่อที่ทุกวันนี้ตื่นแต่มืดเพื่อดูรายการข่าวของลูกชาย (ฮา) ทำหน้าที่ติชมในฐานะผู้ชมที่ดี
ต้นแบบของผู้ประกาศข่าวหนุ่มไม่ใช่ผู้ประกาศข่าวหรือใครในวงการ หากคือคุณพ่อ เอกณัท พรพงเมตตา ผู้ทำงานหนักเพื่อครอบครัว คุณพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ งานเกี่ยวข้องและรับผิดชอบด้านเคมี ซึ่งต้องอยู่ในห้องทดลองเป็นส่วนใหญ่ งานหนักก็จริง แต่คุณพ่อก็แบ่งเวลาให้กับครอบครัวเสมอ ไม่เคยรู้สึกขาด
“คุณพ่อเป็นคนง่ายๆ อยู่ง่ายกินง่าย เพราะอย่างนี้หรือเปล่าผมเลยติดนิสัยพ่อมา คือดูแลตัวเองได้ อยู่ง่ายๆ กินง่ายๆ แถมกินเก่งด้วย (ฮา)” แบงค์เล่า
อะไรที่ผิดก็ต้องว่าผิด พ่อดุในสิ่งที่ต้องดุ สิ่งที่ลูกต้องการเรียน สิ่งที่ลูกต้องการทำ บ้านนี้เปิดกว้างสำหรับการทดลองและเรียนรู้ของลูกเสมอ การไปต่างประเทศทำให้เห็นโลกกว้าง ช่วยทำให้เป็นคนปรับตัวง่าย เข้ากับคนง่าย เข้าสังคมเป็น เรื่องพวกนี้เป็นวิสัยทัศน์ของพ่อที่ส่งผลต่อลูกทุกคนในบ้าน
ลูกบ้านนี้อยากทำอะไรทำ ได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากที่บ้านเสมอ แบงค์ เล่าว่า สมัยเป็นเด็กอยากไปเที่ยวกลางคืนพ่อก็อนุญาต บอกให้ไปได้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบ รู้จักกรอบว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เรียนหนังสือก็ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง เมื่อได้รับทุนไปเรียนหนังสือต่างประเทศก็ตัดสินใจเอง หรือเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะทำงานอะไรก็ตัดสินใจเองทั้งหมด
ผลลัพธ์คือความลงตัวของชีวิต เพราะเมื่อได้ทำในสิ่งที่ชอบ ทุกอย่างก็ใช่ เพราะงานไม่ใช่งาน งานคือสิ่งที่เราอยากทำในทุกวัน กลายเป็นเรื่องสนุก ที่สามารถใช้พลังด้านบวกทุ่มเทลงไป และรางวัลก็คือความสุขที่ได้จากทุกแง่มุมของการเรียนรู้ เป็นความสำเร็จที่แถมมาด้วยความสุข
วันนี้มีความสุขมากๆ และสนุกมากๆ ในสิ่งที่ทำ การเป็นผู้ประกาศข่าวคือสิ่งที่ใช่! อย่างน้อยที่สุดก็ได้ทำในสิ่งที่มุ่งหวัง ชายหนุ่มฝากสำหรับรุ่นน้องว่า ต้องมั่นใจและรู้ใจตัวเองก่อนว่าอยากทำอะไร จากนั้นจึงบุกตะลุย จะท้อไม่ได้ ถอยไม่ได้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่หวัง โลก...รออยู่ตรงหน้าแล้ว
Welcome World!


