
บทเรียนชีวิต คีอานู รีฟส์
หนุ่ม “คีอานู รีฟส์” หลงรักมอเตอร์ไซค์อย่างไม่ต้องสงสัย ภาพของเขาบนพาหนะ2 ล้อนั้นมักจะมีออกมาให้เราเห็นเสมอ
หนุ่ม “คีอานู รีฟส์” หลงรักมอเตอร์ไซค์อย่างไม่ต้องสงสัย ภาพของเขาบนพาหนะ2 ล้อนั้นมักจะมีออกมาให้เราเห็นเสมอ และเขาก็ไม่ได้จำกัดตัวเองไว้ที่การเป็น “ไบเกอร์”หรือ “พรีเซนเตอร์” แต่เมื่อไม่นานมานี้คีอานูกับหุ้นส่วนได้สร้างแบรนด์ อาร์ชมอเตอร์ไซเคิลส์ ผลิตรถรุ่นแรก KRGT-1 ออกมาสู่ตลาด นี่เป็นรถในฝันที่เปี่ยมสมรรถนะซึ่งพร้อมให้ชาวโลกได้ชมโฉมและเชยชมในราคาคันละราว 2.5 ล้านบาท
ถึงอย่างไรมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตของผู้ชายคนนี้ การแสดงยังคงเป็นงานหลักของ คีอานู รีฟส์ เขาอาจจะไม่ใช่นักแสดงยอดเยี่ยม แต่คีอานูก็เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดคนดูได้เสมอ ปี 2015 นี้เขามีงานหนังตื่นเต้นสยองขวัญเรื่อง KnockKnock พร้อมออกฉาย
ในวัย 50 ปี คีอานู รีฟส์ ยังดูดีชนิดที่ทำให้สาวๆ ทั่วโลกหวั่นไหว ไม่ว่าจะด้วยรูปร่าง หน้าตา หรือรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ สำ หรับคนที่ติดตามเรื่องราวของเขามาตลอดก็คงจะรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ผ่านโศกนาฏกรรมที่มากกว่านิยายหรือบทบาทการแสดงในหนังเรื่องไหนๆ ที่เขาเคยได้รับมาแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับ คีอานู รีฟส์ สามารถเป็นบทเรียนให้กับใครๆ ในโลกนี้ได้
ชีวิต คีอานู รีฟส์ เริ่มต้นอย่างไม่ราบรื่น เขาเกิดในปี 1964 ที่กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน แม่ของเขาเป็นชาวอังกฤษ ส่วนพ่อมาจากฮาวาย ความทรงจำของคีอานูเกี่ยวกับพ่อนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเลวร้าย เพราะพ่อของเขาทิ้งครอบครัวไปตอนคีอานูอายุ 3 ขวบ (ต่อมาถูกจำคุกในข้อหาค้ายาเสพติด) หลังจากนั้นคีอานูและน้องสาวต้องพเนจรไปกับแม่ในหลายประเทศก่อนจะลงหลักปักฐานที่โตรอนโต แคนาดา เขาเปลี่ยนโรงเรียนถึง 4 ครั้งในเวลา 5 ปี และเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน เพราะโรคความบกพร่องในการอ่านหนังสือทำให้คีอานูเรียนไม่ดีนัก แต่มักจะเล่นกีฬาได้เยี่ยม โดยเฉพาะฮอกกี้น้ำแข็ง เขาฝันจะเป็นนักกีฬาอาชีพ แต่ต้องเลิกคิดเพราะอาการบาดเจ็บ ต่อมาจึงหันไปสนใจการแสดง ก่อนจะออกจากโรงเรียนเพื่อมุ่งมั่นจะเป็นนักแสดงอาชีพ ชีวิตดาราฮอลลีวู้ดของเขาเริ่มต้นตอนอายุราว 20 ปีก่อนจะโด่งดังใน 4-5 ปีต่อมา หลังจากนั้นก็ยังคงเวียนว่ายในวงการแสดง (และดนตรี)ไม่จากไปไหน
งานการทำให้เขากลายเป็นนักแสดงที่มั่งคั่ง แต่ คีอานู รีฟส์ ไม่ได้คิดว่าเงินทองคือทุกสิ่งของชีวิต หลังจากประสบความสำเร็จล้นเหลือกับ The Matrix ในภาคแรกคีอานูยอมลดค่าตัวของเขาลงครึ่งหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ด้านเทคนิคพิเศษและออกแบบเครื่องแต่งกายซึ่งเขาเห็นว่าสำคัญ ครั้งหนึ่งเมื่อรู้ว่าทีมงานมีปัญหาเรื่องเงิน เขายื่นมือมาช่วยด้วยการมอบเงิน 6 แสนบาท ให้เป็นของขวัญคริสต์มาส คีอานูยังซื้อรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์เดวิดสันให้ทีมสตันต์ TheMatrix หลังจากร่วมงานกันมานาน เงินไม่ใช่เหตุผลของการเลือกทำงาน คีอานูเคยทิ้งโปรเจกต์ใหญ่และเงินมหาศาลเพื่อไปเล่นละครเล็กๆ เขาเคยลดค่าตัวในหนัง The Devil’sAdvocate เพื่อให้ทีมงานสามารถจ้างอัล ปาชิโน ได้ เพราะเขาอยากร่วมงานกับนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่คนนี้สักครั้ง
คีอานูทำการกุศลเสมอ เขาช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยโดยเฉพาะจากโรคมะเร็ง เพราะคิม น้องสาวของเขาเองนั้นก็ต้องต่อสู้กับลูคีเมียเป็นเวลานาน เขาไม่เคยติดชื่อตัวเองในข้าวของที่บริจาค นักแสดงหนุ่มเคยให้สัมภาษณ์กับ Hello! เมื่อปี 2003 ว่า“เงินเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมคิดถึง ที่มีอยู่ตอนนี้ก็คงจะทำให้ผมอยู่ได้สัก 2-3 ร้อยปีแล้ว…”
ที่ผ่านมา เขาเคยผ่านการสูญเสียหลายครั้ง นับตั้งแต่ปี 1993 เมื่อเพื่อนสนิทริเวอร์ ฟีนิกซ์ จากไปเพราะใช้ยาเกินขนาดราว 10 ปีต่อมาเขาได้พบกับ เจนนิเฟอร์ไซย์ ทั้งสองรักกันอย่างดูดดื่มและกำลังจะมีลูกด้วยกัน แต่ก่อนจะถึงกำหนดคลอดไม่นาน ทารกในครรภ์ของเจนนิเฟอร์ก็จากไปไม่นานต่อมาพวกเขาก็เลิกทางกัน และ 2ปีให้หลัง เจนนิเฟอร์ก็จากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
การจากไปของคนที่รักคือบาดแผลแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังรู้สึก ถึงแม้จะเจ็บปวด แต่ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป “ผมไม่ต้องการที่จะหลีกหนีชีวิต ผมรู้ถึงความงดงามของชีวิต...” เขาต้องการที่จะแต่งงาน อยากจะมีลูก แต่ก็ยังโสดจนถึงทุกวันนี้
ถึงชีวิตจะไม่ได้เริ่มต้นอย่างราบรื่น แต่เรื่องราวของ คีอานู รีฟส์ บอกเราว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไร ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ชีวิตแย่ลงกว่าเก่า เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและออกไล่ล่าเพื่อทำให้เป็นจริง แม้จะมีโอกาสในการสร้างและสะสมวัตถุอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่คีอานูสนใจมากกว่าคือ การทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีกว่า ด้วยการแบ่งปันน้ำใจ
บนเส้นทางเดินของชีวิตหากต้องพบกับการสูญเสีย ความเจ็บปวด ความทุกข์ความเหงา ฯลฯ แต่สิ่งที่ไม่ควรสูญเสียคือความเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะพบเรื่องร้ายๆ มามากแค่ไหนก็ผ่านพ้นและลุกขึ้นอีกครั้งได้ด้วยความแข็งแกร่งทางจิตใจและความคิดในด้านบวก การเริ่มต้นใหม่อาจจะยากแต่ทัศนคติที่ดีจะเป็นเหมือนพลังงาน
ครั้งหนึ่ง คีอานู รีฟส์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “พลังงานด้านบวกนำความรู้สึกที่ดีและพลังงานมืดมักจะหมายถึงอันตราย แต่การทำลายล้างในพลังงานมืดก็มีแง่มุมที่ลึกซึ้ง บางครั้งไฟป่าก็มีประโยชน์ บางครั้งศัตรูก็เป็นครูที่ดีที่สุด เราสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดของพวกเขา การถูกทำลายบางครั้งก็หมายความถึงการเกิดใหม่”







