
ก่อนก้าวสู่โลกกว้าง ทวิชา ภัทรแสงไทย
เรื่อง กาญจนา เตชาวัฒนากูล / ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
นักศึกษาส่วนใหญ่ที่กำลังเรียนอยู่ในปีสุดท้าย อยู่ในช่วงที่กำลังจะก้าวสู่โลกของการทำงานจริง แต่หลายคนอาจจะเกิดความไม่มั่นใจว่าสิ่งที่อยากทำกับการทำงานจริงนั้นจะเหมือนหรือต่างกันมากขนาดไหน คนที่มีโอกาสจึงเลือกที่จะฝึกงานในองค์กรหรือบริษัทต่างๆ เพื่อจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากการทำงาน (เหมือน) จริง
พีททวิชา ภัทรแสงไทย สาวน้อยน่ารักวัย 21 ปี จากรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา ก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกจะลงสนามฝึกงานก่อน โดยเธอขอไปฝึกงานที่ธนาคารธนชาต ในแผนกซึ่งดูแลเกี่ยวกับสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ขององค์กร
“
ตอนแรกอยากจะไปลองฝึกกับเอเยนซีโฆษณาเหมือนกันค่ะ แต่มีคนแนะนำว่ามาฝึกที่นี่ เราจะได้มีโอกาสทำงานจริงๆ มาฝึกที่นี่ประมาณ 2 เดือนครึ่ง รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ ได้เห็นการทำงานจริงของพวกพี่ๆ และได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนการทำงานหลายๆ อย่าง ทั้งประชุมก่อนถ่ายโฆษณา หรือในระหว่างถ่ายทำ จนกระทั่งปิดงานโฆษณาตัวนั้นเลย พี่เขาให้เราช่วยทำนั่นทำนี่ตลอดเวลา ก็เลยรู้สึกว่าสนุกกับการฝึกงาน และได้รับความรู้มากมาย” พีท เล่าให้ฟังตอนแรกพีทตั้งความหวังว่าหากจบการศึกษาแล้วเธออยากจะเป็นครีเอทีฟโฆษณา แต่หลังการฝึกงานเธอก็เปลี่ยนมุมมองไป
“
ก่อนมาฝึกงานก็รู้สึกว่าอยากเป็นครีเอทีฟโฆษณาตามที่เรียนมาค่ะ แต่ตอนนี้พอได้ทำงานจริง ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างแล้ว เรารู้สึกว่าชอบงานด้าน AE (Account Executive หรือผู้บริหารงานลูกค้า) และคิดว่ามันเหมาะกับเรามากกว่าค่ะ เลยคิดว่าดีแล้วที่ได้มาฝึกงาน เพราะมันทำให้เราได้รู้จักตัวเองและงานมากขึ้น ก็ไม่ต้องไปค้นหาตัวเองทีหลังค่ะการทำงานในสนามจริงนอกจากทำให้เรามีประสบการณ์และความรู้มากขึ้นแล้ว สถานการณ์ยังสอนให้เราต้องมีความจริงจัง ต้องใส่ใจงานและรอบคอบให้มากขึ้น เพราะในชีวิตทำงานจริงถ้าทำพลาดเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวได้บ่อยๆ มันก็เป็นการฝึกฝนเราได้อย่างดีค่ะ
” พีท ส่งท้ายว่าถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้ฝึกงาน แต่เธอก็หวังว่าจะได้นำเอาสิ่งดีๆ ที่ได้จากการฝึกงานไปใช้ในการทำงานต่อไปให้มากที่สุด5 สิ่งที่ขาดไม่ได้ของพีท
แหวนรุ่น
– “เป็นแหวนรุ่นของโรงเรียนศึกษานารีที่ทำตอนจะจบ ม.6 ค่ะ ชอบใส่เพราะมันแสดงถึงมิตรภาพและความผูกพันกับเพื่อนๆ และสถาบันที่เรารักค่ะ”นาฬิกาและโทรศัพท์มือถือ
– “เป็นของสองอย่างที่คุณพ่อบังคับว่าต้องให้พกติดตัวไว้ตลอด อย่างมือถือก็จะได้ติดต่อได้สะดวกเวลามีธุระ ส่วนนาฬิกาคุณพ่อให้ใส่ติดตัวไว้เพราะเขาต้องการฝึกให้เราเป็นคนรักษาเวลา เพราะเขารู้ว่าบางทีเราเป็นคนไม่ค่อยตรงต่อเวลา เขาก็เลยอยากให้เรามีวินัยมากขึ้นค่ะ”สมุดโน้ตทำมือ
– “เป็นสมุดที่เราทำเอง ออกแบบเอง และมีเล่มเดียวในโลกค่ะ แต่คิดว่าอยากจะลองหาเวลาไว้ไปวางขายบ้างเหมือนกันค่ะ”เครื่องเล่น MP3
“เป็นคนชอบฟังเพลง ก็เลยต้องหาเครื่องเล่น MP3 ติดตัวไว้ตลอดเวลาค่ะ”






