posttoday
ปฏิรูปสงฆ์

ปฏิรูปสงฆ์

01 มีนาคม 2558

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน กรณีที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา

โดย...สมาน สุดโต

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน กรณีที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่งตั้ง ที่หยิบยกพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เมื่อ พ.ศ. 2542 ที่สั่งให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก จะเป็นเรื่องใหญ่ ท้าทายมหาเถรสมาคม และทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปพระพุทธศาสนา และ พ.ร.บ.สงฆ์ ของ สปช.มีราคา และอยู่ในกระแสได้เป็นอย่างดี

ยิ่งชัดเจน เมื่อมหาเถรสมาคมประชุมเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ก็ดี 27 ก.พ.ก็ดี ไม่ฟันธงตามที่สังคมคาดหวังว่าพระธัมมชโยปาราชิกตามพระลิขิต ทำให้เรื่องจะไม่จบง่ายๆ แม้ว่าพระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม จะบอกกับที่ประชุมผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้จบไปตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ไม่สามารถรื้อฟื้นขึ้นมาได้อีกก็ตาม แต่สังคมส่วนหนึ่งไม่ยอมจบ พร้อมกับออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ามหาเถรสมาคมอ่อน ไม่ยอมแตะวัดพระธรรมกาย

เรื่องนี้ยังทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงอนาคตของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่าอาจมีปัญหา เพราะนอกจากเป็นพระอุปัชฌาย์พระธัมมชโยแล้ว ยังเห็นว่าเรื่องธรรมกายเป็นเพียงหมาก แต่เป้าหมายหลักอยู่ที่สกัดกั้น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ดังที่เจ้าคุณพระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม เคยพูดด้วยความสงสัยว่าทำไมไพบูลย์หยิบยกเรื่องนี้มาพูด ทั้งๆ ที่จุดประสงค์หลักของคณะกรรมการชุดนี้ คือ การพิจารณาร่วมกับคณะสงฆ์ปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เจ้าคุณนักเทศน์จึงถามว่า สิ่งที่ไพบูลย์กำลังทำนั้นใช่หน้าที่ที่ คสช.มอบหมายให้หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ทำเพื่ออะไร

พร้อมทั้งพูดว่ากรณีวัดพระธรรมกายคือประเด็นหลักหรือเป็นแค่เหยื่อ พร้อมกับฟันธงว่ามีความพยายามไม่ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นสังฆราช และพยายามหาความมัวหมองมาสู่ท่าน ด้วยการอ้างว่าท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโยทั้งที่ความจริงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน

“เรื่องนี้คนที่จะหนักใจที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากไม่ได้คาดหวังให้ สปช.ทำหน้าที่ตรงนี้ นายกฯ จะทำอย่างไรกับคณะกรรมการชุดนี้ที่จะสร้างความแตกแยกในวงการพุทธศาสนา และเรื่องนี้เป็นการบ้านที่หนักของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่ปรองดองให้คดีความมันหมดไป แต่ ณ เวลานี้แผ่นดินไทยแตกโดยคณะสงฆ์” พระราชวิจิตรปฏิภาณ กล่าว

จะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ต้องคอยติดตาม แต่นาทีนี้เมื่อมหาเถรสมาคมไม่ชี้ขาดออกมาในเรื่องพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช จึงได้ไปเข้าทางของ คณะกรรมการชุดของไพบูลย์โดยไม่ต้องสงสัย เพราะที่ สปช.ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ได้ให้เหตุผลว่า ปัจจุบันเกิดปัญหาในกิจการพระพุทธศาสนา สาเหตุมาจาก พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ที่เน้นการปกครองภายในคณะสงฆ์เป็นส่วนใหญ่ โดยขาดความมีส่วนร่วมของประชาชน คณะสงฆ์จึงดำเนินการอย่างเอกเทศ ปราศจากประชาชนร่วม จึงเกิดปัญหาความเสื่อมถอยและความศรัทธาในคณะสงฆ์ทั้งจากภายในและภายนอก หากไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างทั้งระบบ จะทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมถอย

เรื่องที่ต้องพูดคือที่กรรมการชุดนี้จะปฏิรูปโครงสร้าง พ.ร.บ.สงฆ์ เปิดทางให้ประชาชนหรือฆราวาสมีส่วนร่วมในการบริหารคณะสงฆ์ หากทำได้จริงจะเป็นการย้อนหลังไปหาอดีต ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-6 ที่การปกครองคณะสงฆ์อยู่ภายใต้กรมสังฆการี และกระทรวงธรรมการ แต่การปกครองแบบนี้เปลี่ยนไปเมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระลิขิตถึงกระทรวงธรรมการขออำนาจในการปกครองมาให้คณะสงฆ์ที่พระองค์ทรงมีอำนาจเด็ดขาดบริหารอยู่

ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงมอบอำนาจการบริหารคณะสงฆ์ทั้งหมดแก่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สกลมหาสังฆปริณายก ตั้งแต่ พ.ศ. 2455 และได้ดำเนินมาถึงปัจจุบัน

ในฐานะที่เป็นชาวพุทธคนหนึ่ง ไม่เห็นด้วยที่จะให้ฆราวาสมาเป็นองค์คณะในมหาเถรสมาคม ปัจจุบันท่านทำดีอยู่แแล้วเพียงแต่อ่อนแอไปบ้าง

ถ้าต้องการปฏิรูปจริง โดยไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลัง น่าจะสอบถามคณะสงฆ์ และประชาชนก่อน ไม่ใช่คิดเอาเอง หรือเห็นพระอลัชชี ซึ่งเป็นส่วนน้อยมาเป็นข้ออ้างว่าทำให้ศาสนาเสื่อม

ถ้าดูโดยองค์รวมแล้วพุทธศาสนิกชน คณะสงฆ์ และส่วนราชการต่างช่วยกันปกครอง และควบคุมกันเองอย่างได้ผล มีประสิทธิภาพ ใครทำผิดจับสึก มิเช่นนั้นอลัชชีคงเต็มบ้านเต็มเมือง

ถ้าต้องการปฏิรูปจริง ฝากให้มีการกระจายอำนาจ โดยให้ตั้งศาลสงฆ์ขึ้นมาพิจารณาอธิกรณ์ และทรัพย์สินของวัดและของสงฆ์ ให้มีองค์คณะทำหน้าที่นิติบัญญัติ ออกกฎมหาเถรสมาคม และระเบียบต่างๆ ที่ไม่ขัดกฎหมายและพระธรรมวินัย

ในส่วนการปกครองนั้น ยกให้กรรมการมหาเถรสมาคมดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่

ขออย่างเดียวอย่าหาที่นั่งในมหาเถรสมาคมให้โยมเลย เพราะสำนักพุทธฯ ทำหน้าที่เลขาธิการก็พอแล้ว นึกว่าเห็นแก่พระศาสนาเถิด

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา