posttoday
ในเส้นทาง...เสียงวิจารณ์ภายใน

ในเส้นทาง...เสียงวิจารณ์ภายใน

15 กุมภาพันธ์ 2558

สมชัยอายุราว 40 ปี ผ่านชีวิตและความสัมพันธ์แบบลุ่มๆ ดอนๆ ทุกครั้งที่กำลังเข้าสู่ความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับคนพิเศษ

โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org

สมชัยอายุราว 40 ปี ผ่านชีวิตและความสัมพันธ์แบบลุ่มๆ ดอนๆ ทุกครั้งที่กำลังเข้าสู่ความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับคนพิเศษ เมื่อมีเรื่องความขัดแย้งเกิดขึ้น เขาก็เลือกที่จะถอนตัวออกมา และสุดท้ายการสร้างชีวิตและความสัมพันธ์ก็กลายเป็นเรื่องยากเกินเอื้อม วันหนึ่งสมชัยได้รับหนังสือซึ่งมีคำถามสำคัญ คือ “คุณรู้สึกและมีมุมมองอย่างไรกับหน้าตาและรูปร่างของตนเอง” และ “ความรู้สึกหรือมุมมองเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อตัวเราอย่างไรบ้าง”

ราวกับแม่กุญแจในตัวได้พบกับลูกกุญแจที่ไขปริศนาได้ คำตอบผุดขึ้นราวกับเสียงของผู้พิพากษาที่ประกาศคำตัดสินด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง “เราไม่ใช่คนหน้าตาดี ไม่ใช่คนมีรูปร่างดี” สมชัยไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่า เสียงของคำตัดสินนี้สร้างผลกระทบต่อชีวิตเขาโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขาเลือกเป็นฝ่ายถอยห่างในความสัมพันธ์ เลือกที่จะยืนสังเกตการณ์มากกว่าเข้าไปเป็น
ผู้เล่นในสนามความสัมพันธ์ สมชัยไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าชีวิตของเขาที่ผ่านมาถูกควบคุมด้วยคำตัดสินของเสียงวิจารณ์ภายใน

สมศรีเป็นหญิงสาวที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและการงาน แต่สิ่งที่เธอต้องเรียนรู้ตลอดหลายปี คือ คำวิจารณ์ภายในที่มักตัดสินเธอ เป็นคำพูดที่เธอมักได้ยินจากพ่อในทำนองว่า “เธอยังทำได้ไม่ดีพอ” เธอรู้ดีว่าพ่อมีเจตนาดีที่อยากให้เธอทำได้ดีกว่านี้ แต่คำวิพากษ์นี้ก็ยังคงอยู่ และไม่ว่าเธอจะพยายามมากเพียงใด คำวิพากษ์นี้ก็ทำให้เธอไม่เคยรู้สึกภูมิใจหรือพึงพอใจในสิ่งที่ทำแม้คนอื่นจะชื่นชม ชีวิตของผู้คนมากมายถูกควบคุมด้วยคำตัดสินจากเสียงภายใน

ยามที่เราเผชิญเรื่องราวหรือเหตุการณ์ใด สิ่งนั้นได้เข้ามาเป็นประสบการณ์ในตัวเรา หากว่าประสบการณ์นั้นสอดคล้องกับความเป็นตัวเราในระบบคุณค่า ความเชื่อที่ยึดถือ ความคาดหวัง ความปรารถนาที่เราสามารถเข้าใจหรือเชื่อมโยงได้ ประสบการณ์เช่นลักษณะนี้เราสามารถรับมือ ทำความเข้าใจได้ สิ่งที่ยากและท้าทาย คือ หากว่าประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้อง ไม่เชื่อมประสาน แตกต่าง ขัดแย้ง ประสบการณ์นั้นจะกลายเป็นเรื่องยาก ก่อกวนตัวเรา กลายเป็นอุปสรรค สิ่งขัดขวาง เพราะเราไม่มีความสามารถที่จะรับมือ เพราะประสบการณ์เช่นนี้เกินประสบการณ์ที่เรามีอยู่ในตัว

กรณีเช่น เราให้คุณค่าและยอมรับต่อมุมมองว่า ชีวิตต้องสู้ เราต้องเข้มแข็ง ภาพชีวิตที่เราคุ้นเคยก็คือ การต่อสู้ ดิ้นรนเอาชนะ การมีความมุ่งมั่นเพื่อเอาชนะอุปสรรค มุ่งมั่นต่อเป้าหมาย ขณะที่อีกด้านที่เราไม่ยอมรับ มองข้าม อาจรวมถึงเก็บกดด้วย เช่น การพักผ่อน การให้อภัย การยอมรับ การปล่อยวาง การโอบอุ้ม ยามเมื่อเราเผชิญชีวิตกับด้านที่ไม่คุ้นเคย ปฏิกิริยาภายในตัวเรา คือ อึดอัด ไม่ชอบ รับไม่ได้ ฯลฯ เหมือนมีอะไรบางอย่างก่อกวน ปั่นป่วนในตัวเรา

เสียงวิจารณ์ภายในตัวเรา กลายเป็นส่วนเสี้ยวความคุ้นเคย เป็นอุปนิสัยประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุ้นเคย ไม่คุ้นเคย สอดคล้องหรือขัดแย้ง เสียงวิจารณ์ภายในก็ทำหน้าที่กำกับตัดสิน อาจจะเป็นกองเชียร์ เป็นตุลาการ สิ่งที่แตกต่างในชีวิตของผู้คน คือ หลายคนไม่ตระหนักรู้ถึงเสียงวิจารณ์นี้ กลายเป็นทาสของเสียงวิจารณ์ และโดยไม่รู้ตัวก็จะแสดงพฤติกรรมต่อคนใกล้ชิด รอบตัวภายใต้ความคิด ความเชื่อ ความต้องการของเสียงวิจารณ์ผ่านบทบาทหน้าที่

จะทำอย่างไรเพื่อไม่ต้องทรมานกับเสียงเช่นนี้ เราอาจมีทางเลือกเพื่อรับมือกับเสียงวิจารณ์ เช่น 1) การปรับความเข้าใจใหม่ ท่าทีใหม่ ยอมรับว่าเราไม่สามารถสั่งการ หรือหยุดการทำงานของเสียงวิจารณ์ แต่ที่ทำได้ คือ เพิ่มพูนความเข้มแข็งภายในเพื่อหยุดการตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์นั้น 2) เสียงวิจารณ์เป็นสิ่งที่สะสมอยู่ในตัวเราตั้งแต่วัยเด็ก มีความสำคัญในฐานะเบ้าหลอมชีวิต การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นปัจจุบัน ลดทอนความกังวลต่ออนาคตและภาวะหมกมุ่นกับอดีตก็ช่วยให้เรามีสติรู้สึกตัวกับความคิด ความรู้สึกและการกระทำในภาวะปัจจุบันนั้นๆ

3) การใช้ความตระหนักรู้รับฟังเสียงวิจารณ์ภายใน เสียงนั้นบอกอะไร มีความต้องการอะไรซ่อนอยู่ แล้วมันแสดงออกด้วยการสื่อสารตัวมันผ่านการสร้างผลกระทบต่อชีวิตและสัมพันธภาพอย่างไรบ้าง การดึงสาระหรือความหมายที่แท้ทำให้เสียงวิจารณ์นั้นอยู่ในการรับรู้ การเข้าใจและยอมรับในความเป็นเสียงวิจารณ์นั้นๆ เมื่อนั้นเสียงวิจารณ์ก็จะไม่ใช่สิ่งคุกคามเราได้อีกต่อไป

หากว่าเปรียบเทียบตัวเราในฐานะกัปตันที่ต้องนำพาเรือชีวิตไปให้ถึงเป้าหมาย เรือชีวิตของเรามีผู้โดยสารมากมาย ที่เป็นตัวความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ความเชื่อ ฯลฯ และก็มีผู้โดยสารที่ทำตัวคล้ายต้นหนคอยกำกับควบคุม ผู้โดยสารนี้ก็เปรียบเหมือนเสียงวิจารณ์ที่กำกับกัปตันจนกัปตันแทบไม่มีอิสระ จนเรือชีวิตบางทีก็ไปถึงเป้าหมายด้วยดี แต่บางทีก็ไปถึงเป้าหมายด้วยความยากลำบาก ทุกข์ตรม หน้าที่สำคัญคือ เราทิ้งหรือเพิกเฉย มองข้ามผู้โดยสารนี้ไม่ได้ ฟังมากก็ไม่ได้

เสียงวิจารณ์ไม่ใช่ศัตรูชีวิต แต่เป็นเพื่อน เป็นผู้โดยสารในตัวเราที่มีความปรารถนาดี เพียงแต่เพื่อนคนนี้ควบคุมเรามากไป สิ่งที่เราพอทำได้คือ การรับรู้ การยอมรับ การรับฟัง การทำความรู้จัก การเท่าทัน รวมถึงการอดทน และการผ่อนคลาย

เราไม่ผลักไส แต่ก็ไม่ยอมตาม ไม่เกลียดชัง แต่ก็ไม่ต้องเอาใจเสียงวิจารณ์มาก

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา