
สิงห์บลู เรือใบ กอดคอเฮ
โดย...มิวโกโตะ
โดย...มิวโกโตะ
ศึกพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์นี้ยังคงเข้มข้นเช่นเคย เมื่อ “เรือใบสีฟ้า” ประกาศกร้าวพร้อมแย่งแชมป์จากเชลซี
เชลซี-เอฟเวอร์ตัน
สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์
เวลา : 02.45 น.
ฉวยโอกาสช่วงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียกำลังหลักไปลุยศึกแอฟริกันเนชั่นส์คัพกระทั่งนำห่าง 7 คะแนนอีกครั้ง แต่ โจเซ มูรินโญ กุนซือเชลซียังเชื่อว่าการลุ้นแชมป์ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก “เรือใบสีฟ้า” เป็นทีมที่อันตราย จึงออกโรงกระตุ้นให้นักเตะรักษาฟอร์มให้ดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม สาวก “สิงห์บลู” มีข่าวดี หลังนายใหญ่ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ เปรย เชส ฟาเบรกัส ห้องเครื่องทีมชาติสเปน พร้อมจะกลับมาบัญชาเกมแดนกลางกับเอฟเวอร์ตันคืนนี้
“ผมคิดว่าเชสจะได้เล่นในเกมวันนี้ เกมเมื่อวันเสาร์เราไม่เสี่ยงส่งเขาลงกับแอสตัน วิลลา อยากป้องกันไว้ก่อน เราไม่ต้องการเสี่ยงสองนักเตะที่เพิ่งหายเจ็บลงสนามพร้อมกัน เพราะวิลเลียนเองก็เพิ่งหายกลับมา ดังนั้นเราขอเสี่ยงแค่คนเดียว” มูรินโญ กล่าว
สภาพความพร้อมเจ้าถิ่นมีเพียง ดิเอโก คอสตา ดาวซัลโวชาวสเปนที่ติดโทษแบน โอกาสจึงตกกับ โลอิก เรมี แผงหลังฟูลทีมนำโดย บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี, แกรี เคฮิลล์ และ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา แดนกลางใช้ รามิเรส, เนมานยา มาติช และวิลเลียน แนวรุกมี ออสการ์ กับ เอเดน อาซาร์ สลับป่วนริมเส้น
ด้านเอฟเวอร์ตันของกุนซือ โรแบร์โต มาร์ติเนซ เพิ่งยันเสมอลิเวอร์พูล 0-0 ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ ถือว่าเติมความมั่นใจพอสมควร แต่อย่าลืม 12 นัดหลังสุด ขุนพลทอฟฟี่เก็บชัยได้เพียง 2 เกม สถิติโดยรวมยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี
นอกจากนี้ ขุมกำลังยังไร้ชื่อคู่หูมิดฟิลด์อย่าง สตีเวน เนย์สมิธ และมูฮาเหม็ด เบซิช ข่าวดีคือ เลห์ตัน เบนส์ อาจเช็กฟิตพร้อมลงประจำการแบ็กซ้าย เกมนี้ โฆเอล โรเบลส์ ยังคงเฝ้าเสาแทน ทิม ฮาวเวิร์ด (เจ็บน่อง), เชมุส โคลแมน, จอห์น สโตนส์, ฟิล จากีลกา ดูแนวรับคู่กองหน้าใช้ เควิน มิรัลลาส และ โรเมลู ลูกากู ล่าตาข่าย
ความน่าจะเป็น : เชลซีแพ้เอฟเวอร์ตันแค่เกมเดียวจาก 6 นัดที่เจอกันในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ น่าจะได้เปรียบเรื่องความมั่นใจ เกมนี้มูรินโญ คงสั่งลุยเต็มที่ แต่อาจกำชับหลังไม่ต้องเติมกันพลาด ส่วนเอฟเวอร์ตันหลังบ้านแข็งแกร่งขึ้นจริง แต่ถ้าหน้าไม่คมมีสิทธิรอโดน และกลับบ้านมือเปล่า
สกอร์ที่คาด : เชลซี ชนะ 2-1
สโตก-แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สนาม : บริตทานเนีย
เวลา : 02.45 น.
ทีมเยือนฟอร์มออกทะเลอย่างแรง ตั้งแต่ไม่มี ยายา ตูเร บัญชาเกม ไม่ชนะใครมาแล้ว 4 เกมติดต่อกัน ล่าสุดแม้ศึกแอฟริกันเนชั่นคัพจบลงแล้ว แต่มิดฟิลด์ทีมไอวอรีโคสต์ยังคงอยู่ฉลองแชมป์ในบ้านเกิด เช่นเดียวกับ วิลฟรีด โบนีหัวหอกป้ายแดงที่รอบินกลับมาประเดิมในสีเสื้อ “เรือใบสีฟ้า” ดังนั้นสถานการณ์จึงน่าเป็นห่วงต่อไป
“เรายังไม่อยากให้ตูเร และโบนี กลับมาเร็วเกินไป เพราะถึงยังไงก็ยังลงเล่นเกมวันพุธนี้ไม่ได้อยู่ดี หลังเกมคืนนี้เรายังมีเวลาพักอีก 10 วัน กลับมาตอนนั้นก็ยังทัน เพราะยังเหลือโปรแกรมอีกหลายนัด” มานูเอล เปเยกรินี นายใหญ่แมนฯ ซิตี้ กล่าว
เกมนี้ โจ ฮาร์ท จะได้ลงป้องกันประตู แผงหลังมี ปาโบล ซาบาเลตา, มาร์ติน เดมิเคลิส, แวงซองต์ กอมปานี และ กาแอล กลิชี แดนกลางใช้ แฟร์นานโด, แฟร์นานดินโญ, ดาบิด ซิลบา และ ซามีร์ นาสรี กองหน้าพึ่ง เอดิน เชโก กับ เซร์คิโอ อกูเอโร
ด้าน “ช่างปั้นหม้อ” ปีนี้ฟอร์มมาตรฐาน ช่วงหลังแพ้ยาก ก่อนแข่งอยู่อันดับ 10 กลางตาราง อย่างไรก็ตามหมดสิทธิใช้งาน ไรอัน ชอว์ครอส เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกัปตันที่มีอาการเจ็บขาหนีบ โดยเตรียมเรียก ฟิลิปป์ วอลเชดทำหน้าที่แทน ส่วนสตีเฟน ไอร์แลนด์ จะต้องรอเช็กอาการเจ็บเอ็นหลังเข่าอีกครั้ง ถ้าไหวคงได้ยืนทำเกมกับ สตีเวน เอนซองซี และเกล็น วีแลน 3 แดนหน้าใช้ โจนาธาน วอลเตอร์ส, มาเม บิราม ดิยุฟ และ ปีเตอร์ เคราช์
ความน่าจะเป็น : แม้ 7 นัดในบ้านล่าสุด สโตกจะยันเสมอแมนฯ ซิตี้ ได้ถึง 6 เกมจากทุกรายการ ทว่าเดิมพันครั้งนี้ต่างออกไป เพราะกองทัพเรือใบเสียคะแนนอีกไม่ได้เด็ดขาด จึงต้องสู้ถวายหัวเพื่อชัยชนะ
สกอร์ที่คาด : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 2-1







