posttoday
โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

07 กุมภาพันธ์ 2558

ก่อนปิดกระเป๋าเดินทาง มองย้ำอีกครั้งว่าไม่ลืมรองเท้าแตะที่เคยเหยียบหาดทรายด้วยกันมาและเพลงเจี๊ยบ วรรธนา

โดย...รอนแรม ภาพ... วรรธนา วีรยวรรธน

ก่อนปิดกระเป๋าเดินทาง มองย้ำอีกครั้งว่าไม่ลืมรองเท้าแตะที่เคยเหยียบหาดทรายด้วยกันมาและเพลงเจี๊ยบ วรรธนา ที่ต้องไปเปิดคลอล้อเสียงทะเล

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน นักแต่งเพลง นักร้อง โปรดิวเซอร์รายการสารคดี และนักเดินทางเธอเคยเขียนเพลงวรรคหนึ่งในเพลง10 things ว่า “ชิ้นที่ 5 น่าจะเป็นแจ็ก จอห์นสัน เอาไว้ฟังริมทะเล”ทว่าคนฟังก็ขาดเสียงเธอไม่ได้เช่นกันแต่ทราบหรือไม่ว่าเบื้องหลังทำนองและคำร้องเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เธอคือนักประดิษฐ์บทเพลงสัญจร ผู้เก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางและถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลง

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

 

การเดินทางของวรรธนา

คุณเจี๊ยบเป็นคนอยู่ไม่ติดบ้านมาแต่เด็ก เธอใช้คำว่า“ไม่ชอบอยู่บ้าน” เพราะไม่ว่าจะออกไปใกล้หรือไกลเธอก็มีความสุขทั้งนั้น แต่เมื่อโตขึ้นมาเหตุผลของการเที่ยวก็เปลี่ยนไป

“มันคือเวลาเห็นอะไรที่มันต่างจากความเคยชินของเรา” เธอกล่าว “มองการเที่ยวในแง่ของการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ” เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คุณเจี๊ยบเดินทางเพื่อถ่ายทำสารคดีเชิงลึกเรื่องรอยเท้า ความฝันผู้คน ดนตรี ซึ่งต้องลงลึกไปในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะและผู้คน

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

 

“เราจะไปตามคนคนหนึ่งที่น่าสนใจ ไปที่บ้านไปที่ทำงาน ไปที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่แลนด์มาร์คหรืออนุสาวรีย์ที่ต้องไปถ่ายรูป เราก็จะเห็นว่าเขาแวะกินข้าวกันที่ไหนปกติเขาทำอะไรกัน ถ้าเราอยากกลับไปเที่ยวที่เดิมอีกเราก็จะเข้าใจมันในเชิงลึก”

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ใช่เที่ยวเพื่อทำงาน คุณเจี๊ยบก็มีวิธีเที่ยวที่เข้าถึงผู้คนอยู่แล้ว “วิธีที่เราไปมันแบ็กแพ็ก ก็จะได้คลุกคลีกับคนพื้นที่จริงๆ” สาเหตุที่เธอไม่ไปกับกรุ๊ปทัวร์เพราะเรื่องเวลา “พอเราได้อยู่แต่ละจุดนานๆ มันจะได้เห็นอะไรที่เป็นองค์ความรู้ มันเป็นการแชร์ เป็นการเรียนรู้ มันสนุกที่จะรู้ตรงนั้น อีกอย่างคือมันได้เพื่อนเพราะเราใช้เวลาตรงนั้นมากพอที่จะเมก อะ เฟรนด์ (Make a friend) มันรู้สึกดีที่เราไปแล้วพูดได้ว่าเรามีเพื่อนอยู่ที่นั่น มันได้มากกว่าการเปิดหูเปิดตาเพราะมันคือการเปิดโลกทัศน์ ไปหาอินพุต (Input) ใหม่ๆ ให้ตัวเอง”

คุณเจี๊ยบเรียกวิธีการเดินทางของเธอว่า “การท่องเที่ยวระยะยาว”หมายความว่าไปอยู่ที่แห่งนั้นไม่ต่ำกว่า 7 วันเดินและพูดคุยกับผู้คนจนตอบได้ว่าถนนเส้นนี้มีอะไรเจ้าของร้านนี้คือใคร แต่หากไป 3-4 วันมันอาจจะเรียกว่า “เซอร์เวย์ทริป” ในทัศนะของเธอ ทั้งนี้ไม่ใช่เรื่องผิดที่คนอื่นไม่เที่ยวแบบนี้เธอกล่าวว่า “ถ้าเขาชอบเที่ยวทัวร์และสนุกกว่าก็เลือกทางนั้นไป การเที่ยวมันต้องหาที่เที่ยวที่ถูกจริตแล้วมันจะสนุกไปหมดเลย”

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

 

จริตของวรรธนา

“ทุกประเทศไปได้หมด แต่จะไปจุดเล็กๆ ไปหาเมืองที่มันจริง” เธอกล่าวถึงจริตส่วนตัวที่เลือกไม่ได้ว่าชอบประเทศมากกว่า เพราะแต่ละที่มีข้อดีต่างกัน เธอยกตัวอย่างประเทศเกาหลี ประเทศที่คนนิยมไปช็อปปิ้ง แต่เธอเลือกจะไปอยู่ในอีกมุมหนึ่งซึ่งมันทำให้เธอรู้จักเกาหลีในแบบของเธอเอง นอกจากนี้ยังแนะนำให้ไปประเทศที่ยังคงรักษาตัวตนอย่างเนปาล ภูฏาน พม่าเสียตอนนี้ก่อนที่ทุนนิยมจะเข้าไปเปลี่ยนวิถีของผู้คน

การสัมผัสตัวตนของประเทศนั้นทำได้ไม่ยากเธอเล่าถึงครั้งหนึ่งที่ไปนั่งอยู่ป้ายรถเมล์ เพียงแค่นั้นก็ทำให้เธอเข้าใจว่าเด็กๆไปโรงเรียนกันอย่างไร การได้เห็นชีวิตของผู้อื่นมันทำให้รู้ว่าเราเป็นใครทำไมบ้านเมืองเราเป็นแบบนี้“เวลาไปกับลูกจะให้เขาดูว่าคนที่นี่ทำแบบนี้ วิธีคิดสิ่งปลูกสร้าง ถนนหนทางถ้าเห็นเยอะก็ยิ่งรู้สึกเยอะ” เธอยังกล่าวไว้น่าสนใจว่า “บางทีเราอยู่ในที่ที่มันคุ้นชิน สัญชาตญาณมันไม่ได้ทำงานมันแน่นิ่ง ถ้าเราไปอยู่ในเมืองใหม่ที่ต้องเดินทางเอง แค่เดินมาป้ายรถเมล์มันก็ตื่นเต้น มันก็อะไลฟ์ (Alive) แล้วและเจี๊ยบว่าทุกคนควรต้องอะไลฟ์แบบนั้น”

นอกเหนือจากตัวเธอเอง เธอยังถ่ายทอดจริตนี้ไปยังลูกๆ ทั้งสองคนทุกปีเธอจะต้องพาลูกไปเที่ยว โดยปีนี้มีความตั้งใจที่จะเทรนด์ลูกให้เป็นชาวเกาะ“เดือนเมษาฯ ตั้งใจจะไปอยู่เกาะ 15 วัน น่าจะเป็นเกาะที่ไกลหน่อย จะไปทิ้งตัวกันเลย” แผนการเป็นเช่นนี้พร้อมด้วยเหตุผลที่ว่า “ถ้าเด็กไม่ลงลึก

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

หรือไม่รู้ว่าเมืองไทยมีอะไรดี อีกหน่อยเขาก็จะไม่ภูมิใจในตัวเอง”

มุมมองของวรรธนา

คุณเจี๊ยบเดินทางไปหลายประเทศมากมาย แต่เธอยังยืนยันว่า “ประเทศไทยครบในเชิงการท่องเที่ยว” ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา ผลไม้ สถาปัตยกรรม วัด แต่ติดอยู่ที่การจัดการ

“การจัดการด้านการท่องเที่ยวไม่เก่ง ปล่อยให้เจริญๆ แบบไม่ยับยั้งเหมือนพัทยาเละ ปายเละอีกหน่อยก็จะเป็นน่านเชียงคาน แม่ฮ่องสอนเพราะไม่รีบเข้าไปคอนโทรล (Control) ความเป็นเมืองเก่าและวิธีดั้งเดิมของเขา”

เธอยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีวิธีการดูแลตัวเองดีมาก เธอกล่าวว่า “ตรงที่เจริญก็เจริญไป ตรงที่เก่าก็ยังเก่าอยู่ ยังมีเด็กใส่ชุดกิโมโนไปรับปริญญา คือแม้ว่าจะแต่งหน้า กรีดตาสุดฤทธิ์ แต่ก็ยังใส่กิโมโน มีความสุขกับการอยู่ในชุดประจำชาติ ในขณะที่เราไม่พยายามรักษาที่มา เอาแต่จะไป ไปแบบไม่มีทิศทางด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว”

คุณเจี๊ยบแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหาด้านการท่องเที่ยวของไทย ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย และรู้สึก “เสียดาย” เพราะประเทศไทยถือว่า “สุดติ่ง” ในมุมของนักท่องเที่ยวแล้ว

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

 

บทเพลงของวรรธนา

“การเดินทางสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงค่อนข้างเยอะ” เธอว่าเช่นนั้น โดยเฉพาะเวลาที่นั่งรถข้ามเมืองเรียกได้ว่าเป็น “นาทีทอง” สำหรับเธอ

“พอมองออกไปสองข้างทาง กระบวนการทำเพลงจะเริ่มเกิดขึ้นตอนนั้นเช่นตอนที่นั่งชินคันเซ็นไปฮอกไกโดประมาณ 5 ชั่วโมง ตอนนั้นเกิดเพลงเยอะมาก เราก็อัดใส่โทรศัพท์ไว้” เธอได้ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางจริงๆ คือเพลง Postcardfrom nowhere เป็นเพลงที่คุณเจี๊ยบแต่ง
ให้ลูก โดยเธอแต่งเนื้อร้องและตั้งใจให้คุณกบ-นิมิตร จิตรานนท์ ผู้เป็นสามีทำดนตรี แต่เมื่อคุณกบไม่อยู่แล้ว เธอจึงทำเองทั้งหมด ท่อนที่ว่า “กี่ฟ้าที่ฉันไปเจอสู้เธอไม่ได้” วรรคนี้หมายถึงลูกๆ ของเธอ

“พอไปที่ที่มันสวยมากๆ เราไม่อยากอยู่กันแค่สองคนแล้วเราอยากให้ลูกมาเห็นด้วย” ห้วงความคิดนั้นเธอจำได้ดี จึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมาถ่ายทอดห้วงความคิดถึงต่อลูกทั้งสองคน

แต่ทำไมเพลงของคุณเจี๊ยบถึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับทะเลมากมาย เธอว่า“เพราะทะเลเป็นที่พึ่งทางใจ ถ้าไม่นับวัดก็คือทะเล” คำว่าที่พึ่งทางใจจึงทำให้ทะเลเป็นทั้งที่ที่มีความสุขความเศร้า ความสนุก ความขี้เกียจ ดังบทเพลงในอัลบั้ม Everything I - Sea ซึ่งหลายคนต้องพกไปฟังทุกครั้งเมื่อไปทะเล

โลกสุขนิยม ของ เจี๊ยบ วรรธนา

 

ความบ้าของวรรธนา

ไม่ว่าจะไปทริปไหนจะมีความประทับใจทุกครั้ง แต่จะน้อยมากต่างกันไปเธอบอกว่าเธอโชคดีที่ไม่เจอเรื่องแย่ๆ ขณะเดินทาง “บางทีตกรถก็มีรถบัสใจดีให้เราขึ้นรถไปด้วย” เธอเล่า “หรือว่าไปเจอเพื่อนแค่ 2-3 วัน แต่ทำไมถึงสนิทกันมากก็ไม่รู้” นอกจากนี้การเดินทางยังทำให้เธอพบเรื่องราวสนุกๆ ที่เธอยกให้เป็น “เรื่องที่บ้าที่สุดละ”

เธอเล่าถึงทริปประเทศจีน ซึ่งเป็นทริปสุดท้ายของคุณเจี๊ยบและคุณกบ เรื่องเกิดขึ้นที่บ้านผู้ใหญ่ถัง “ผู้ใหญ่ถังแกหมักเหล้ากินเอง เป็นเหล้าน้ำผึ้งอยู่ในแกลลอนน้ำมัน เหล้ามันหวานมากแล้วคือไม่รู้ว่าเมา” แค่นี้ก็มีกลิ่นความบ้าออกมาแล้ว “ที่พักอยู่ชั้น 4 คืนนั้นจบที่เจี๊ยบกับกบต้องคลานขึ้นไปเพราะไม่สามารถทรงตัวแนวตั้งได้เลย พอถึงชั้น 3 ก็เดินหาห้องแต่หาไม่เจอเพราะห้องอยู่ชั้น 4 เป็นการเมาในรอบหลายๆ ปีเพราะตั้งแต่มีลูกก็ไม่เคยแตะเหล้าอีกเลย เราสองคนก็ขำกันเสียงดังมากเป็นอะไรที่บ้าที่สุดละ” เสียงหัวเราะปนคำพูดในขณะที่เธอเล่าให้ฟังมันสัมผัสได้ถึงความสุขจริงๆ “ส่วนผู้ใหญ่ถังยังนั่งกินอยู่ที่เดิม”

นี่คือวิธีที่ทำให้เธอสนิทกับคนพื้นที่ได้ง่ายขึ้น เรื่องของภาษานั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด อย่างผู้ใหญ่ถังก็ใช้ภาษามือคุยกันถ้าหากไปเที่ยวประเทศที่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่มากแบบไทยจะสื่อสารกันได้ง่าย เพราะเป็น “ภาษาอังกฤษชั้น 2” เหมือนกันและคนไทยเป็นชาติที่ยิ้มเก่งอยู่แล้ว เมื่อใช้รอยยิ้มในการทักทายทำให้เริ่มการสนทนาได้ง่ายขึ้น

โลกของวรรธนา

หากมีโลกของตัวเอง 1 ใบ โลกของคุณเจี๊ยบจะมีแต่ “ชนเผ่า” เธอฝันไว้เช่นนั้น

“อยากให้ในโลกมีชนเผ่าสัก 2 ใน 3 ของทั้งหมด โลกจะได้ไม่มีมลพิษเลยเพราะพวกเขาเคารพต่อธรรมชาติ ไหว้น้ำเคารพต้นไม้ กินอยู่พอเพียง ไม่มีอุตสาหกรรม วิถีความเป็นอยู่ก็จะดี” ช่างเป็นโลกที่มีความสุข “อีกอย่างทุกคนคงแต่งตัวสวยงาม ใสเสื้อผ้าสีจัดจ้านเป็นโลกระบบสุขนิยม”

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน