
บุญณรงค์ มาฟู ปุณยวีร์ เอกพันธ์กุล ‘ดาวเด่นฟุตบอลประเพณี’
ก่อนจะเปิดฉากฟาดแข้งกันวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. เราแอบไปเลียบๆ มองๆ ผู้นำเชียร์ฟุตบอลประเพณี
ก่อนจะเปิดฉากฟาดแข้งกันวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. เราแอบไปเลียบๆ มองๆ ผู้นำเชียร์ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ว่ากันว่า ครั้งที่ 70 คึกคักกว่าครั้งไหนๆ ด้วยเพราะห่างหายไปหนึ่งปีเต็ม ครั้งนี้สองสถาบันเลยจัดหนัก ทั้งทีมฟุตบอลและผู้นำเชียร์
ว่ากันถึงดาวเด่นผู้นำเชียร์ น่าสนใจหลายราย แต่ขอคัดสรรฝั่งละคน ถือเป็นตัวแทนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “เอื้อ-บุญณรงค์ มาฟู” คณะนิเทศศาสตร์ ปี 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “โฟกัส-ปุณยวีร์ เอกพันธ์กุล” ปี 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์
อยู่ในวัยหนุ่มแรกรุ่นทั้งคู่ เฟรชชี่สดใส 18 ปี ขบเผาะ ทว่าความคิดความอ่านนั้นกลับบ่งบอกความเป็นตัวตนได้ชัด ยิ่งบวกกับความสามารถพิเศษ ชอบเต้น รักการแสดง รู้เลยว่าเพราะเหตุนี้น้องๆ จึงถูกรับเลือกให้มาเป็นผู้นำเชียร์
เอื้อ : “ผมเป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะมาก่อนครับ ซึ่งพอมีงานฟุตบอลประเพณี ทางพี่ๆ เขาก็จะเลือกคนที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯ โดยไม่ต้องไปออดิชั่นใหม่ เหมือนเข้ารอบอัตโนมัติ ฟาสต์แทร็กเหมือนประกวดนางงามเลยละครับ”
โฟกัส : “ผมก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะครับ คือตั้งใจครับ ตั้งใจไปสมัคร เพราะอยากทำกิจกรรม ก็เลยไปสมัครเชียร์ลีดเดอร์ แล้วก็ได้ แต่ที่ธรรมศาสตร์จะไม่มีระบบฟาสต์แทร็ก ไม่ว่าใครจะเคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ หรือไม่เคยทุกคนก็จะต้องมาออดิชั่นใหม่หมด”
ด้วยความสูง 175 เซนติเมตร แถมหน้าตาอินเทรนด์ นี่อาจเป็นใบเบิกทางแรกๆ ที่จะทำให้พวกเขาถูกคัดเลือกให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ แต่เท่านั้นไม่พอหรอก ยังมีหลายองค์ประกอบอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ การเป็นผู้นำ ความมุ่งมั่นและความทุ่มเท
เอื้อ : “ซ้อมหนักกว่าตอนเป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะครับ ซ้อมหลังเลิกเรียน วันละ 8-9 ชั่วโมง หนักครับ แต่ก็ดีกว่าเอาเวลาว่างไปทำอะไรไร้สาระ อย่างน้อยๆ หลังเลิกเรียนผมก็มีกิจกรรมทำ ไม่ฟุ้งซ่าน หรือนั่งว่าง (หัวเราะ) ผมมองว่ามันคือโอกาสนะครับ เมื่อผมมีโอกาส ผมก็ต้องทำให้เต็มที่
ทักษะอะไรที่ใช้เยอะที่สุด ผมว่าน่าจะเป็นสตินะครับ ทุกคนต้องมีสติ ทำอะไรต้องมีสติ ต้องรู้จักการแก้ไขสถานการณ์ คนไม่มีทักษะการเต้นหรือการแสดงมาก่อน ผมว่าพอมาซ้อมก็จะทำได้ เพราะท่าเชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯ จะเน้นสวยงามอ่อนไหว”
โฟกัส : “จริงๆ เวลาซ้อมของผมจะไม่ตายตัวครับ อาจจะไม่ 8 หรือ 9 ชั่วโมง ถ้าทำตามเป้าได้ ซ้อมได้ตามเป้า เวลาซ้อมก็อาจจะสั้นลง แต่ถ้ายังไม่ถึงเป้า มันก็อาจจะยาวขึ้น นานขึ้น ซึ่งผมว่ามันก็สอนให้ผมได้รู้จักกับความอดทน ได้รู้จักวางแผนและทำงานให้ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ในระยะเวลาที่กำหนด
เชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯ จะสวยครับ (หัวเราะ) เพราะเขาเน้นสวย ท่าก็ไม่เหมือนกันกับของธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์จะดัดแปลงมาจากท่าคอนดักเตอร์ มันจะออกมาแบบแข็งแรงขึงขังกว่าของจุฬาฯ”
แม้จะซ้อมหนัก เหนื่อย ไหนจะต้องเข้าเรียนที่คณะ หากวางแผนไม่ดีก็อาจพัง แต่สองหนุ่มวางแผนได้ดี แบ่งเวลาเรียนและกิจกรรมซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ได้ลงตัว จึงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมใหญ่ประจำปี ยิ่งใกล้วันงาน การซ้อมก็ยิ่งเข้มข้นและหนักหน่วง เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อความสวยงาม ทั้งคู่บอกขอสู้ไม่ถอย
สำหรับฟุตบอลประเพณีปีนี้ จุฬาฯ เป็นเจ้าภาพ ชูแนวคิด Get Give & Go(al) รู้รับ รู้ให้ มุ่งไปด้วยกัน สื่อสะท้อนถึงความสำคัญของการเป็นผู้รับและผู้ให้ เก๋และเท่ในแบบคนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล โดยทั้งคู่แย้มถึงการแสดงที่จะเกิดขึ้นว่าอลังการรักชาติ เคล้าด้วยบรรยากาศสุดซึ้ง หนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือบทเพลงที่สองสถาบันร่วมประสานเสียง “จามจุรีประดับโดมในดวงใจ” (มาจากเพลง จามจุรีประดับใจและโดมในดวงใจ)
ลีลาการออกท่าทางของสองหนุ่มผู้นำเชียร์จะเด็ดแค่ไหน ไปเจอพวกเขาและผองเพื่อนได้ตั้งแต่บ่าย 2 โมง ณ สนามศุภชลาศัย







