
เรือยื้อสิงห์บลู ต่อชะตาแชมป์
ถูกคาดหมายให้เป็นวันชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีกแห่งฤดูกาล
โดย...มิวโกโตะ
ถูกคาดหมายให้เป็นวันชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีกแห่งฤดูกาล หากคืนนี้ เชลซี เปิดรังคว้าชัยพวกเขาจะนำโด่งจ่าฝูงเป็น 8 คะแนน แต่ถ้า แมนฯ ซิตี้ บุกดับซ่าสำเร็จ สถานการณ์พร้อมเปิดกว้างทันที
เชลซี-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (31 ม.ค.)
สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์ เวลา : 00.30 น.
โจเซ มูรินโญ กุนซือเจ้าถิ่นมีปัญหาเรื่องการจัดทัพพอสมควร เนื่องจาก เชส ฟาเบรกาส เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญส่อฟิตไม่ทันรับมือซิตี้ โดยดาวเตะทีมชาติสเปนเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจากเกมแคปปิตอล วัน คัพ รอบตัดเชือกที่ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 นอกจากนี้ยังอาจสิทธิใช้งาน ดีเอโก คอสตา ดาวซัลโวของทีมที่ถูกเอฟเอตั้งข้อหาเล่นรุนแรงเกินกว่าเหตุ จากกรณีไปย่ำนอกเกมใส่ เอ็มเร ชาน เมื่อเกมก่อน ซึ่งถ้าอุทธรณ์ไม่ผ่านอาจโดนแบน 3 นัด หากถูกตัดสินว่ามีความผิด
“ฟิลิเป หลุยส์ เจ็บน่อง และฟาเบรกาสเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ตอนแรกที่ปะทะกับเทอร์รี เขาบอกผมว่ายังไม่เจ็บ แต่หลังจากนั้นอาการบาดเจ็บกำเริบ” มูรินโญ กล่าว
เมื่อต้องขาดมิดฟิลด์บัญชาเกมอย่างฟาเบรกาส ภาระหนักจึงตกกับ เอเดน อาซาร์ แนวรุกจอมลากเลื้อยชาวเบลเยียม ขณะที่อาวุธหนักอย่างคอสตา น่าจะถูกทดแทนโดย โลอิค เรมี ดังนั้นมูรินโญอาจเน้นแท็กติกรัดกุมเพื่อลดความเสี่ยง รามิเรส มีลุ้นลงมาเชื่อมแดนกลางคู่ เนมันยา มาติช ส่วนวิลเลียน กับ ออสการ์ รอฉวยโอกาสเข้าทำ
ขณะที่ โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูแมนฯ ซิตี้ พยายามปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมให้ทำใจดีสู้สิงห์ พร้อมมั่นใจต้นสังกัดจะพลิกสถานการณ์แซงหน้าเชลซี และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ในที่สุด
“มันเป็นพรีเมียร์ลีก มันเกิดขึ้นกับเราหลายครั้งก่อนหน้านี้เวลาที่เราไม่ชนะ มันเกิดขึ้นมากมายหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่ความพ่ายแพ้เรามั่นใจ บางครั้งเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้น คุณแพ้ในเกม มันไม่ได้เนื่องมาจากการขาดความทุ่มเทหรือความสามารถ” ฮาร์ท กล่าว
สภาพความพร้อม มานูเอล เปเยกรินี นายใหญ่ “เรือใบสีฟ้า” หมดสิทธิใช้งาน ยาย่า ตูเร ที่ติดภารกิจแอฟริกันเนชั่นกับทีมไอวอรีโคสต์ จึงวาง แฟร์นันโด เสียบแทน โดยมี แฟรงก์ แลมพาร์ด คอยสแตนด์บายครึ่งหลัง ความหวังแนวรุกหนีไม่พ้น ดาบิด ซิลบา ห้องเครื่องร่างเล็กสุดพลิ้วไหว ส่วนคู่หน้าส่ง เอดิน เซโก และ เซร์คิโอ อกูเอโร ลงแลกหมัด
ความน่าจะเป็น : เชลซีขาดสองคีย์แมนสำคัญ ย่อมส่งผลเสียกับเกมรุกเต็มเปา คาดว่ามูรินโญคงเน้นรัดกุมไม่เปิดหน้าลุย เพราะถ้าไม่แพ้ เก้าอี้จ่าฝูงยังปลอดภัยไร้กังวล ผิดกับฝั่งซิตี้ ที่ต้องการขยับเข้าใกล้ผู้นำ หลังพ่ายอาร์เซนอล 0-2 จนถูกทิ้ง 5 แต้ม เกมนี้ทีมเยือนคงบุกมาขึงแนวรุกแบบไม่มีทางเลือก แต่เกมรับคงยืนต่ำลักษณะเพลย์เซฟ ดูแล้วแบ่งแต้มเหมาะสมที่สุด
สกอร์ที่คาด : เสมอ 1-1
ลิเวอร์พูล-เวสต์แฮม
เจ้าถิ่น “หงส์แดง” เตรียมส่ง ดาเนียลสเตอร์ริดจ์ คืนทัพเป็นนัดแรก หลังเจ็บยาวมาตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีก่อน ดังนั้นบรรยากาศแนวรุกน่าจะคึกคัก แนวรับจะไร้เงามามาดู ซาโก แต่ เดยัน ลอฟเรน พร้อมแทนที่ ขณะที่ แซม อัลลาไดซ์ นายใหญ่ขุนค้อนหวังชู แอนดี คาร์โรลล์ และ สจ๊วต ดาวนิง อดีตแข้งลิเวอร์พูลเป็นตัวทีเด็ด ซึ่งโมเมนตัมช่วงนี้ต้องไว้ใจเจ้าถิ่น
สกอร์ที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1
แมนฯ ยูไนเต็ด-เลสเตอร์
“ปีศาจแดง” มุ่งมั่นล้างแค้นเป็นพิเศษ หลังเคยพลาดท่าพ่าย เลสเตอร์ 3-5 ช่วงต้นฤดูกาล เกมรุกเจ้าถิ่นพร้อมจัดเต็ม ราดาเมล ฟัลเกา เวย์น รูนีย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ลุ้นลงเป็น 3 ประสาน เชื่อว่าความแค้นทั้งหมดจะขยี้แนวรับ “สุนัขจิ้งจอก” อันหละหลวมได้ไม่ยาก
สกอร์ที่คาด : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0







