
อนัญญา ใจสิงห์
สาวสวยใบหน้าคม บุคลิกดี คนนี้ คือลูกสาวคนที่ 4 ของ ไพโรจน์ ใจสิงห์ นักแสดงชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันดี แม้ อนัญญา ใจสิงห์ หรือ แอน
โดย...ภาดนุ
สาวสวยใบหน้าคม บุคลิกดี คนนี้ คือลูกสาวคนที่ 4 ของ ไพโรจน์ ใจสิงห์ นักแสดงชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันดี แม้ อนัญญา ใจสิงห์ หรือ แอน จะไม่ได้เดินตามรอยเท้าคุณพ่อเข้าสู่วงการบันเทิง แต่สาวมากความสามารถผู้นี้ก็มีหน้าที่การงานที่ดีและธุรกิจที่กำลังไปได้สวย
“ตอนนี้แอนทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนๆ ค่ะ เป็นโรงงานผลิตจิวเวลรี่ชื่อว่า ดีลักซ์ ไดมอนด์ส ไทยแลนด์ (Deluxe Diamonds Thailand) ซึ่งรับผลิตเครื่องประดับเพชรพลอยระดับพรีเมียมในรูปแบบที่ลูกค้าสามารถสั่งทำตามงบได้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ตัวเองเป็นลูกค้าจิวเวลรี่ก่อน แอนชอบดูเพชร ชอบซื้อจิวเวลรี่ เวลาซื้อของแต่ละชิ้นก็จะคัดคุณภาพอย่างดีและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอค่ะ”
ด้วยความที่เพื่อนสนิทมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูเพชรเป็นอย่างดี เธอจึงได้ซึมซับและเรียนรู้วิธีดูเพชรมาจากเพื่อนสนิทแบบเต็มๆ ว่าต้องเลือกเพชรที่คุณภาพดีที่สุด ในราคาที่ดีที่สุดยังไง
“วันหนึ่งแอนก็เลยคุยกับเพื่อนว่า ทำไมเราไม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชรกันเองล่ะ จะได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่ได้เต็มที่ เพราะก่อนหน้านี้เพื่อนคนนี้ก็ได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ เกี่ยวกับเพชรด้วยตัวเองมาแล้วถึง 3 ปี โดยเป็นทั้งคนคัดคุณภาพเพชรเองและขายเองมาแล้วด้วยค่ะ”
เมื่อเห็นตรงกัน ธุรกิจโรงงานผลิตและคัดสรรเพชรเพื่อส่งต่อไปยังลูกค้ารายย่อยและร้านจิวเวลรี่ต่างๆ จึงเริ่มต้นขึ้น โดยได้เพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนมาร่วมเป็นหุ้นส่วนอีกหนึ่งราย แรกๆ ธุรกิจก็เป็นแบบปากต่อปาก จากเพื่อนสู่เพื่อนของแต่ละคน จนต่อยอดกลายเป็นกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง
“เนื่องจากเพชรซึ่งเป็นสินค้าของเราไม่มีหน้าร้าน เราจึงเป็นตัวแทนขายส่งเพชรให้กับร้านจิวเวลรี่ต่างๆ ซะมากกว่า เพชรพวกนี้จะมีหลายขนาด หลายเกรด หลายไซส์ ซึ่งลูกค้าสามารถนำไปออกแบบตัวเรือนเป็นเครื่องประดับและติดแบรนด์ของตัวเองได้เลย แต่มีข้อแม้สำคัญว่าหากดูคุณภาพสินค้าแล้วพอใจ ตกลงใจที่จะซื้อแล้ว จะต้องจ่ายเป็นเงินสดอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ (หัวเราะ) พูดง่ายๆ ว่าเราใช้วิธีแบบเงินต่อเงิน ดังนั้นธุรกิจของเราจึงค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ แต่ก็ถือว่ากำลังไปได้ด้วยดีค่ะ”
แอน บอกว่า ตอนนี้มีลูกค้ารายย่อยอยู่เยอะพอสมควร ในส่วนที่รับไปขายก็มีหลายราย โดยอาศัยช่องทางจากโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก Facebook.com/deluxediamondsthailand และอินสตาแกรม Deluxe Diamonds เป็นช่องทางเสริมในการทำให้ลูกค้าได้รู้จักกับสินค้ามากยิ่งขึ้น
“การเริ่มต้นธุรกิจสินค้าประเภทเพชรไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ นอกจากต้องมีเงินลงทุนสูงพอสมควรแล้ว ยังต้องมีความรู้ในเรื่องการดูเพชร การคัดเลือกเพชรเป็นอย่างดีด้วย นอกจากนี้เรายังต้องสอนลูกค้าให้ดูเพชรแท้ให้เป็นด้วยว่าต้องดูอย่างไร อย่างที่บอกว่าเราไม่มีหน้าร้าน ดังนั้นความน่าเชื่อถือในตัวเราจึงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เรียกว่าต้องซื้อความเชื่อใจกัน เราจึงต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่า ถ้าซื้อเพชรกับเราไปแล้วจะได้แต่ของที่ดีมีคุณภาพสมราคาจริงๆ เท่านั้นค่ะ”
สาวสวยเสริมว่า แหล่งที่มาของเพชร ซึ่งโรงงานเป็นตัวแทนส่งให้ลูกค้านั้น มีที่มาจากเบลเยียมและแอฟริกา ซึ่งหากลูกค้ารายใดต้องการเพชรไซส์ไหน จำนวนกี่กะรัต ในราคาประมาณเท่าไหร่ ทางโรงงานก็จะเป็นผู้ติดต่อให้ โดยมีขั้นตอนในการส่งมอบที่ปลอดภัยจนถึงมือลูกค้าแบบไร้กังวลแน่นอน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้เธอและหุ้นส่วนมีโครงการที่จะเปิดร้านจิวเวลรี่เล็กๆ เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสได้สัมผัสกับจิวเวลรี่ดีไซน์เก๋ คุณภาพดี ในราคาที่ไม่ได้สูงเว่อร์จนเกินไปอีกด้วย
นอกจากทำธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวลรี่แล้ว แอนยังเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนซึ่งมีหน้าที่ดูแลด้านมาร์เก็ตติ้งให้ร้านอาหาร แอนนา แอนด์ ชาร์ลีส์ คาเฟ่ (Anna & Charlie’s Cafe) และยังเปิดบริษัท พรอมท์ (Prompt) เพื่อรับจัดงานอีเวนต์ต่างๆ อีกด้วย (สมเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนจริงๆ)
เธอมีคติประจำใจในการใช้ชีวิตและการทำงานว่า “Expect nothing and appreciate everything” หรือ “จงอย่าคาดหวังสิ่งใด และจงเห็นคุณค่าทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต”…ว่าแต่ทำงานเยอะขนาดนี้ แล้วมีช่วงว่างๆ กับเขาบ้างมั้ยนะ
“ถ้ามีวันว่างแอนจะชอบเล่นกีฬาค่ะ กีฬาโปรดของแอนคือการเล่นเจ็ตสกี สโนว์บอร์ด (เล่นตอนไปเมืองนอก) แอนชอบท่องเที่ยวมาก ชอบเที่ยวทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพราะการได้ไปพบเจอผู้คน ได้ไปเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ นั้น แอนชอบเป็นพิเศษเลยละค่ะ”
ต้องพบเจอกับผู้คนมากมายในแต่ละวัน สาวสวยมีสไตล์การแต่งตัวอย่างไรให้เป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็นนะ... “แอนชอบเสื้อผ้าสไตล์เรียบหรูค่ะ แบรนด์ที่ชอบเป็นพิเศษตอนนี้คือ ‘วิคธีร์รัฐ’ ชอบรูปแบบการตัดเย็บของเสื้อผ้าที่ดูไม่เรียบร้อยจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้หวือหวาจนเกินไปเช่นกัน ดูแล้วเข้ากับสไตล์เราดี ส่วนแบรนด์อื่นจะชอบ ‘ขวัญข้าว’ กับ ‘มิลิน’ แล้วก็มีแบรนด์ ‘เทีย บาย เทีย’ ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าของเพื่อนแอนเองค่ะ รองเท้าที่ใส่ในวันทำงาน แอนชอบใส่รองเท้าส้นสูง ซึ่งสั่งตัดที่ร้านประจำ ส่วนในวันหยุดแอนจะแต่งตัวสบายๆ โดยสวมแค่ชุดแซ็กชุดเดียวกับรองเท้าส้นเตี้ย แค่นี้ก็สามารถออกไปไหนๆ ได้แล้วค่ะ”







