
ครอบครัวของเธอ และครอบครัวของเรา
ในวงสนทนาของเพื่อนๆ ที่ทยอยแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาต่างมาปรับทุกข์ให้ฟังประปรายถึงปัญหาการปรับตัวในชีวิตคู่ ถ้าหากจะเป็นละครแล้ว เรื่องเหล่านี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากไตเติลตอนจบขึ้นว่า “จบบริบูรณ์” แล้ว
ในวงสนทนาของเพื่อนๆ ที่ทยอยแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาต่างมาปรับทุกข์ให้ฟังประปรายถึงปัญหาการปรับตัวในชีวิตคู่ ถ้าหากจะเป็นละครแล้ว เรื่องเหล่านี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากไตเติลตอนจบขึ้นว่า “จบบริบูรณ์” แล้ว
สถานการณ์ : คู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันปลูกเรือนหอไว้และย้ายเข้ามาอยู่ทันทีหลังงานแต่ง ซึ่งในบริเวณบ้านแบ่งส่วนหนึ่งไว้สำหรับพ่อแม่สามีที่ต้องการมาปลูกบ้านใหม่ซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกัน ในระยะที่บ้านพ่อแม่สามียังไม่เรียบร้อยดี สถานการณ์ของคู่แต่งงานใหม่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่ออีกฝ่ายย้ายมาอยู่ เรื่องต่างๆ ภายในบ้านก็ดังให้อีกฝ่ายได้ยินเสมอ เช่น ลูกสะใภ้โลกส่วนตัวสูง ขณะที่แม่สามีต้องการให้สะใภ้อยู่ใกล้ตลอดเวลา อยู่คนละบ้านแต่ก็ต้องมานั่งเป็นเพื่อนที่บ้านแม่บ้าง ความอึดอัดใจจึงเกิดแก่อีกฝ่ายเสียไม่ได้ เพราะไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เท่าที่ควร วันหยุดก็อยากจะตื่นสายบ้าง ทำธุระส่วนตัว หรืออยากนอนอ่านหนังสืออยู่ในบ้านตัวเอง แต่แม่สามีก็อยากให้แวะไปอยู่เป็นเพื่อน สะใภ้มือใหม่จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์แบบนี้ดี
ทางออก : ชีวิตหลังแต่งงาน เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับจูนหลายๆ อย่างของคู่แต่งงาน ทั้งทัศนคติ ไลฟ์สไตล์บางอย่างก็ต้องปรับให้อยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เพราะการอยู่ร่วมกันไม่เหมือนกับตอนเราเป็นแฟนที่เจอกันเสร็จก็กลับบ้านใครบ้านมัน แต่เมื่อเราแต่งงานแล้วสถานะก็จะกลายเป็นบ้านของเราแทน โกรธกัน ดีกันยังไงก็แล้วแต่ สุดท้ายก็ต้องจบที่บ้านของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่คู่แต่งงานใหม่ต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การใช้ชีวิตคู่ที่ว่ายาก การใช้ชีวิตคู่ท่ามกลางสายตาของญาติพี่น้องนั้นยากยิ่งกว่า ยิ่งการมีบ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน ถ้าไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวกันมากๆ มาก่อน ก็เป็นเรื่องยากที่จะปรับตัว ฝ่ายหญิงไม่ได้ปรับตัวให้เข้ากับสามีเท่านั้น แม้อยู่คนละบ้านแต่ก็ต้องเรียนรู้ฝ่ายพ่อแม่สามีด้วย ในช่วงแรกจึงอาจเป็นงานยาก แต่อะไรๆ อาจจะดีขึ้นได้ง่าย ถ้าคนกลางอย่างสามีของเรามีส่วนช่วยให้การสานสัมพันธ์นั้นราบรื่น
หากลูกสะใภ้ถนัดทำงานนอกบ้านมากกว่างานบ้าน เป็นเรื่องที่คู่สามีภรรยาต้องหาข้อตกลงร่วมกัน แบ่งหน้าที่ว่าใครทำงานบ้านอะไรได้หรือไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นโทษกันไปมาไม่จบไม่สิ้น ถ้าเรื่องนี้เข้าหูคุณแม่สามี คะแนนนิยมของลูกสะใภ้จะติดลบได้ แต่หากว่าทั้งคู่ต่างมีหน้าที่ชัดเจนก็จะลดเรื่องทะเลาะไปได้หนึ่งเรื่อง
ฝ่ายลูกสะใภ้บอกได้อย่างเดียวว่า การเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด เพราะแม้จะขัดหูขัดตาผู้ใหญ่ไปบ้างในบางเรื่อง แต่คิดว่าอาจจะเป็นแค่ช่วงแรก แต่การเป็นตัวเองจะส่งผลดีระยะยาวกับทุกฝ่าย อย่างแรกคือทำให้เราไม่เกร็ง ไม่เครียด การอยู่ร่วมกันก็จะไม่มีเรื่องให้เกร็งเช่นกัน
การอยู่ร่วมกับญาติของสามีไม่ต่างกับการคบหาฝ่ายชาย ถ้าคุณเป็นคนตลกจงตลก ถ้าชอบอ่านหนังสือมากกว่าดูละครทีวี หรือชอบเดินดูต้นไม้มาลงสวนมากกว่าเดินห้างล้วนเป็นเรื่องที่ต้องบอกไป แสดงให้เห็นกันไปเลย อย่าพยายามเป็นคนเรียบร้อยหรือเป็นคนอื่น เพราะเราจะเป็นได้ไม่นาน วันหนึ่งหากเราเป็นตัวของตัวเองขึ้นมา ก็จะกลายเป็นคำถามเสียอีกว่า เพราะอะไรจึงเปลี่ยนไปไม่เรียบร้อยเหมือนเดิม
ครอบครัวของเราอาจจะใหญ่ขึ้นเมื่อมีบ้านของเขามาอยู่ด้วย แต่ถ้าหากเราอยู่ด้วยกันอย่างเกื้อกูล มอบความรักความปรารถนาดี ตักเตือนด้วยความเมตตา และน้อมรับคำตำหนิของผู้ใหญ่มาปรับปรุงโดยไม่มีทิฐิ ในบ้านหลังใหญ่นี้จะเป็นบ้านที่ใครมองเข้ามาด้วยสายตาชื่นชม







