
เล็งแทรกแซงฟรังก์สวิสรอบ2
ธนาคารกลางสวิสพร้อมแทรกแซงหลังฟรังก์สวิสแข็งค่าเกินไป คุมทุน-ลดดอกเบี้ย
ธนาคารกลางสวิสพร้อมแทรกแซงหลังฟรังก์สวิสแข็งค่าเกินไป คุมทุน-ลดดอกเบี้ย
โธมัส จอร์แดน ประธานธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) กล่าวว่า เอสเอ็นบีพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงค่าเงินฟรังก์สวิสอีกระลอกหนึ่ง เพื่อกดให้เงินฟรังก์อ่อนตัวลงมาถ้าหากจำเป็น หลังจากที่ประกาศเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์กับค่าเงินยูโรไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วทำให้ค่าเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินไป
จอร์แดน กล่าวว่า การเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์กับเงินยูโรถือเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป และยังมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากแนวโน้มการประกาศใช้มาตรการคิวอีของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยทางเอสเอ็นบีจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะเคลื่อนไหวหากจำเป็น
“เราได้กล่าวลาการตรึงค่าเงินไปแล้ว แต่เราจะยังต้องพิจารณาถึงสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนก่อนที่จะตัดสินใจและเข้าทำการแทรกแซงตลาดถ้าหากถึงเวลาจำเป็น” จอร์แดน กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ นิว เซอร์เชอร์ ไซตุง ของสวิตเซอร์แลนด์
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ประกาศเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์กับเงินยูโร ซึ่งได้ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2011 นั้น ได้ส่งผลให้ค่าเงินฟรังก์ของสวิตเซอร์แลนด์แข็งค่าขึ้นไปราว 30% เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรทีเดียวทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเกือบจะเท่ากับ 1 ฟรังก์ต่อยูโร จากที่ระดับเดิมที่ราวๆ 1.20 ฟรังก์ต่อยูโร
ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้เกิดการขายหุ้นของบริษัทรายใหญ่สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์หลายแห่งด้วย ไม่ว่าจะเนสท์เล่และโนวาติส บริษัทยาชื่อดังหลังจากที่ผู้ถือหุ้นต่างหาทางขายหุ้นทิ้งเพื่อทำกำไรจากค่าเงินฟรังก์สวิสที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่บริษัทอีกหลายแห่งก็คาดว่าจะมียอดขายและผลกำไรตกลงจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นนั้น เช่น บริษัทสวอตช์ กรุ๊ป ผู้ผลิตนาฬิกาชื่อดัง
ขณะที่ยังคาดว่าการแข็งค่าของเงินสวิส จะทำให้ยอดขายสินค้าของสวิตเซอร์แลนด์ในกลุ่มยูโรโซนลดลงด้วย ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์ส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มยูโรโซนมากถึงครึ่งหน่ึ่งของการส่งออกทั้งหมด
ประธานธนาคารกลางสวิส กล่าวด้วยว่า ในขณะนี้เงินฟรังก์ยังคงแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งเจ้าตัวคาดว่าอาจจะต้องมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง และยังไม่ปฏิเสธทางเลือกที่อาจจะมีการใช้มาตรการควบคุมเงินทุนเพื่อป้องกันไม่ให้ความต้องการเงินฟรังก์สวิสมีมากเกินไป และป้องกันไม่ให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ประเทศ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่ามากขึ้นไปอีกด้วย
ทั้งนี้ วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า งบดุลบัญชีของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์พุ่งขึ้นไปอยู่ที่มากกว่า 5.22 แสนล้านฟรังก์สวิส หรือเกือบเท่ากับขนาดเศรษฐกิจประเทศทีเดียวหลังการยกเลิกการตรึงค่าเงินกับยูโรในครั้งนี้







