
ลมหายใจสุดท้าย ก็ยังประโยชน์สำเร็จ
....อ.ตุ้ย วรธรรม
คนเรามักจะภูมิใจเมื่อได้ทำความดี ไม่ว่าความดีนั้นจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตขนาดไหนผู้ทำก็ย่อมภูมิใจในการกระทำของตนหากว่าความดีที่ทำมาจากส่วนลึกของจิตใจจริงๆ อาทิ
การได้ให้ทานแก่ขอทานด้วยเงินบาทเดียวหรือหลายบาทด้วยปรารถนาให้เขาได้ใช้เงินนี้เพื่อการเลี้ยงชีพจิตใจของผู้ให้ก็ย่อมมีสุขและเอิบอาบใจ
แต่ทว่าเดินผ่านไปเห็นขอทานนั่งอย่างงั้นๆ แล้วล้วงตังค์จากกระเป๋าโยนลงไปในกระป๋องเสียงดังเปร้งโดยไม่คิดอะไรก่อนเดินผละไป การกระทำนั้นถ้าไม่ได้มาจากส่วนลึกของจิตใจจริงๆ ความอิ่มเอิบใจไม่เกิด
การไปเวียนเทียนที่วัด การได้ตักบาตรพระสงฆ์ในวันเกิด การได้ช่วยเหลือสุนัขจากการถูกรถเหยียบ การได้ช่วยเหลือคนพิการหรือคนแก่ข้ามถนน การเอื้อเฟื้อที่นั่งแก่เด็ก ผู้หญิง และคนชรา เป็นต้น
ความดีเหล่านี้หากได้ทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และจริงใจความสุขก็เกิดขึ้นและหลั่งไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่บางครั้งเราก็คิดไม่ถึงว่ามันจะสุขได้อย่างยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
ทั้งนี้ การได้ทำความดีต่างๆ ไม่ว่าจะทำตอนไหน ทำด้วยวิธีอะไร หากทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และตั้งใจแล้ว แม้จะตายก็ตายอย่างมีความสุข อย่างเรื่องจริงที่จะเล่าให้ฟัง
คือเมื่อวันที่ 78 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปงานมอบอาคารเรียนให้กับโรงเรียนวัดบ้านสนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เป็นอาคารเรียนชั้นเดียว 4 ห้อง แต่ละห้องจุนักเรียนได้ประมาณ 50 คน สร้างจากกล่องยูเอชทีเกือบทั้งหลัง ยกเว้นหลังคาที่ใช้กระเบื้อง
หลายคนอาจสงสัยว่ากล่องยูเอชทีเอาไปสร้างโรงเรียนได้อย่างไร แน่นอนพูดอย่างนี้ใครก็สงสัยหากไม่รู้ที่มาที่ไป ว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร
เอาเป็นว่า กล่องพวกนี้ที่ใช้จำนวนเกือบล้านกล่องนั้นก่อนที่จะนำมาสร้างเป็นอาคารเรียนนั้นจะต้องผ่านกระบวนการผลิตเป็นแผ่นกระดานเหมือนไม้อัดก่อน เรียกว่า
“ชิปบอร์ด”คนที่สร้างให้ก็คือ บริษัท อำพลฟู้ดส์ ว่ากันว่าราคาอยู่ที่หลักล้าน
แต่ถ้าใครรู้ว่าอาคารนี้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไรย่อมจะต้องซาบซึ้งใจและเชื่อว่าไม่มีใครที่จะไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นหากได้ทราบความจริง
อาคารนี้เกิดขึ้นเพราะครูคนหนึ่ง ที่ชื่อ
“ธนกฤต เจริญรัมย์” หรือ “ครูหมี” ซึ่งเป็นครูสอนศิลปะของโรงเรียนวัดบ้านสนวนเรื่องก็คือ ครูหมีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย (มะเร็ง) ก็คิดว่ายังไงก็คงไม่พ้นกฎแห่งธรรมชาติ ในวันหนึ่งความคิดได้ปรากฏขึ้นในสมองท่าน คือ อยากสร้างอาคารเรียนให้เด็กนักเรียนเพราะอาคารเรียนไม่พอให้เด็กเรียน
ครูหมีได้รักษาอาการป่วยของตัวเองด้วยขณะเดียวกันก็คิดหาทางที่จะสร้างอาคารเรียนให้นักเรียนก่อนที่ตัวเองจะตาย ก็คือ ได้นำเหรียญและธนบัตรเก่าๆ ที่สะสมมานานไปขายเพื่อนำเงินมาสร้าง
ข่าวครูหมีประกาศขายเหรียญและธนบัตรปรากฏทางช่อง 3 บริษัท อำพลฟู้ดส์ เห็นข่าวนั้นจึงอาสาสร้างอาคารเรียนให้โดยที่ครูหมีไม่ต้องขายเหรียญและธนบัตรเก่าแม้สักชิ้นเดียว แต่ให้เป็นสมบัติโรงเรียนเพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดูเพื่อที่พวกเขาจะได้ระลึกถึงครูในดวงใจของเขาตลอดไป
แต่เป็นที่น่าเสียดายครูหมีไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จของอาคารหลังนี้เพราะท่านได้เสียชีวิตไปก่อนที่อาคารหลังนี้จะเสร็จ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านสนวน นักเรียน และครูทั้งหลายได้เห็นแล้วมีความรู้สึกว่าครูหมียังมีชีวิตอยู่ก็คืออาคารเรียนแห่งนี้ที่ตั้งชื่อว่า อาคาร ธนกฤต เจริญรัมย์ ซึ่งเป็นชื่อของครูหมี
หากครูหมียังอยู่ก็คงจะปลื้มกับอาคารหลังนี้ไม่น้อย
นี่แหละหนาที่เขาว่า ถึงลมเฮือกสุดท้าย ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จแก่คนอื่นได้ ถ้าบ้านเมืองมีคนอย่างนี้มากๆ บ้านเมืองก็คงจะมีแต่ความสุข







