
เก้าอี้ดนตรีที่ทำงาน
สมัยนี้นอกจากการทำงานจะต้องแข่งขันเพื่อวัดผลงานแล้ว บางออฟฟิศพนักงานยังต้องแข่งกันจับจองที่นั่งในการทำงานอีกด้วย
โดย...หนูมิก
สมัยนี้นอกจากการทำงานจะต้องแข่งขันเพื่อวัดผลงานแล้ว บางออฟฟิศพนักงานยังต้องแข่งกันจับจองที่นั่งในการทำงานอีกด้วย ว่าไปแล้วก็คล้ายกับการเล่นเก้าอี้ดนตรี ที่ต้องมีคนหนึ่งถูกกำจัดออกจากวง อาจเพราะด้วยบริษัทมีการเติบโตขึ้น มีพนักงานมากขึ้นจนโต๊ะทำงานที่มีอยู่เดิมไม่พอใช้ ครั้นจะจัดหาที่ใหม่ สถานที่ก็จำกัด ดังนั้นถ้าเราต้องเป็นพนักงานคนหนึ่งที่ต้องคอยเล่นเก้าอี้ดนตรีเพื่อหาที่ทำงานทุกวัน จะทำอย่างไร และควรทำตัวอย่างไรเมื่อต้องไปใช้โต๊ะทำงานส่วนกลาง
สถานการณ์ : เอ รู้สึกไม่มีความสุขที่มักจะต้องถูกเนรเทศไปนั่งชายขอบแยกออกจากเพื่อนพ้องในแผนกไปใช้โต๊ะทำงานของแผนกอื่นที่เหลือว่างอยู่ เพียงเพราะเอมาไม่ทันจับจองโต๊ะทำงานที่ตั้งรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนๆ ในแผนก สาเหตุที่โต๊ะทำงานในแผนกของเอมีไม่เพียงพอกับพนักงาน เพราะอยู่ๆ แผนกของเอได้อัตราเพิ่มมาอีก 1 คน เลยทำให้โต๊ะทำงานไม่เพียงพอ เอจึงอดอึดอัดไม่ได้ ที่ต้องจำยอมถูกเนรเทศออกไป และหลายครั้งเวลาพักกลางวันเอต้องกลายเป็นคนที่ถูกลืม เดินกลับมาที่แผนกจะมาหาเพื่อนไปกินข้าวด้วยอีกทีเพื่อนก็ไปหมดแล้ว ซ้ำร้าย บางครั้งหัวหน้าเดินออกมาสั่งงานที่แผนก ทุกคนรับรู้กันหมด มีเพียงเอที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นจึงไม่ได้รู้เรื่องไปด้วย
ทางออก : ถ้ามองวิกฤตเป็นโอกาส การที่เอไปนั่งรวมกับแผนกอื่นแล้วไม่ได้กระทบกับงานหรือความสัมพันธ์ของเพื่อน ถือเป็นการเปิดโอกาสตัวเองให้รู้จักเพื่อนใหม่ในแผนกอื่นๆ ได้เปิดโลกทัศน์จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนใหม่ๆ แต่การไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่โต๊ะประจำ มีข้อพึงระวังที่เอต้องรอบคอบคือ หมั่นเก็บไฟล์ข้อมูลในทัมบ์ไดรฟ์ส่วนตัว เพื่อป้องกันคนอื่นมาล่วงรู้ข้อมูลที่เป็นความลับ และป้องกันผู้อื่นมาเผลอลบข้อมูลที่สำคัญออกไป
อีกข้อที่เอควรพึงปฏิบัติในการใช้โต๊ะทำงานของส่วนรวม คือ ควรเก็บโต๊ะให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังใช้เผื่อคนอื่นมาใช้งานต่อ และควรเคลียร์หน้าจอที่มีการเซฟข้อมูลต่างๆ ให้เรียบร้อย โดยข้อมูลทั่วไป และอยากเก็บไว้ในเครื่อง อาจสร้างเป็นโฟลเดอร์เพื่อเก็บไว้ แทนที่จะเซฟไว้กระจัดกระจายบนหน้าเดสก์ท็อป
สถานการณ์ : จอยเหนื่อยหน่ายกับบรรดาน้องใหม่ในแผนก ที่ยังไม่มีโต๊ะทำงานประจำของตัวเอง และมักมาใช้โต๊ะทำงานของคนอื่น เวลาที่ออกไปติดต่อกับลูกค้า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จอยหวงที่ แต่น้องๆ เหล่านี้มักทิ้งของไม่พึงประสงค์เป็นที่ระลึกว่าเคยมาใช้โต๊ะทำงานนี้ เช่น แก้วน้ำที่ดื่มกาแฟหมดแล้วแต่ไม่เก็บไปทิ้ง กระดาษเช็ดมือที่ทิ้งเกลื่อนกลาด บางครั้งก็หยิบปากกา กระดาษโน้ตออกมาใช้แต่ไม่เก็บเข้าที่
ทางออก : ถ้าจับได้อย่างจังว่าเป็นฝีมือใคร หรือพอจะเดาได้ว่าเป็นใครที่ชอบมาใช้โต๊ะจอยตอนที่ไม่อยู่ อาจลองหาเวลาพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเพื่อเป็นการตักเตือน เพราะบางทีน้องคนนั้นอาจเคยชิน หรือคิดว่าแม่บ้านจะมาดูแลความสะอาด การพูดคุยในเบื้องต้นอาจแก้ไขความขุ่นเคืองใจระหว่างกันได้
แต่ถ้าจับมือใครดมไม่ได้ อาจต้องสื่อสารผ่านการเขียนข้อความ โน้ตโพสต์อิตบอกที่โต๊ะ อาจเขียนข้อความเพื่อเตือนความจำด้วยข้อความสุภาพไม่ใช่ตำหนิแรงๆ เพื่อป้องกันการบาดหมางใจกัน แต่ถ้าทำทุกวิถีทางแล้ว ยังไม่ได้ผล จอยอาจต้องใช้ไม้แข็งด้วยการสื่อสารด้วยข้อความเป็นทางการ หรือให้เพื่อนรอบข้างช่วยสอดส่องเพื่อสืบหารู้ว่าเป็นใครจะได้ตักเตือนกันตรงๆ







