เหมียวอ้วนแมวไทยจอมกวน ของ ปอเปี๊ยะ กาลเวลา เสาเรือง
หากใครที่ดูทีวีดิจิทัล ช่อง PPTV HD ยามเช้าๆ ตั้งแต่ 6 โมงไปจนถึง 8 โมง ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ก็จะเห็นสาวสวย
หากใครที่ดูทีวีดิจิทัล ช่อง PPTV HD ยามเช้าๆ ตั้งแต่ 6 โมงไปจนถึง 8 โมง ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ก็จะเห็นสาวสวยสดใสน่ารักคนนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวอยู่ด้วย ในรายการ “ยกทัพข่าวเช้า” นั่นแหละ “ปอเปี๊ยะ” กาลเวลา ผู้ประกาศข่าวบันเทิงของรายการ นอกจากนี้เธอยังควบพิธีกรรายการกระบี่มือหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง 7 สี ทุกวันจันทร์ เวลาเที่ยงคืนถึง
ตีหนึ่งอีกด้วย
แต่ในด้านหนึ่งของปอเปี๊ยะ แอบทราบมาก่อนหน้าว่าเธอเป็นคนที่รักและกรุณาต่อสัตว์มาก ปัจจุบันมีสัตว์เลี้ยงน่ารักอยู่หลายตัวในบ้าน และสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นก็เป็นสัตว์ที่เธอชอบและถูกโฉลกด้วยเป็นพิเศษ ซึ่งคือเจ้าเหมียว พันธุ์ไทยทั้งนั้น
“ใช่ค่ะ ปอเปี๊ยะชอบสัตว์เลี้ยง ทั้งหมาทั้งแมวชอบหมด แต่กับแมวดูจะถูกโฉลกกว่า เพราะตอนเด็กคุณตาเลี้ยงแมวสีดำไว้ในบ้าน และเป็นแมวที่ดุมาก ใครมาเล่นด้วยไม่ค่อยได้...จะข่วนเลย แต่กับปอเปี๊ยะเล่นด้วยสบายและมันไม่เคยทำร้าย อาจจะเป็นด้วยปอเปี๊ยะเกิดปีเสือละมั้งคะ และมันมีความเป็นเสือเลยดูถูกโฉลก อันนี้คิดเองค่ะ (หัวเราะ) ตอนนี้มีอยู่ 6 ตัว จากทั้งหมด 8 ตัว เป็นลูกของแมวจรจัดหมดเลย ปอเปี๊ยะเลี้ยงไว้ตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะสงสาร แต่ปัจจุบันตายไปแล้ว 1 ตามอายุขัย อีกตัวมีคนขอไปเลี้ยง
“โดย 3-4 ตัวแรกได้ยินเสียงร้องอยู่ในกระโปรงด้านหน้ารถของคนอื่นเลยไปช่วยออกมา ส่วนอีกครอกหนึ่งขอเอามาเลี้ยงจากคุณป้าเจ้าของร้านอาหารใกล้ที่พักมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งในครอกหลังนี้จะมีเจ้าอ้วนอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าอ้วนนี้เป็นแมวตัวใหญ่ที่สะอาด น่ารัก และพาออกไปไหนมาไหนได้ตัวเดียว ส่วนตัวอื่นไม่เอาเลย ขออยู่บ้านอย่างเดียว”
สำหรับชีวิตของเหมียวอ้วน ปอเปี๊ยะเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งขณะอยู่ในห้องพักใกล้มหาวิทยาลัยกับหลานได้ยินเสียงแมวร้อง แต่หลานบอกเป็นเสียงนกหวีด ด้วยความสงสัยจึงลงไปดูเห็นคุณป้าเจ้าของร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ หอพักกำลังใช้หลอดกาแฟป้อนนมลูกแมว 4 ตัว หนึ่งในนั้นคือเจ้าอ้วน
“ก่อนนั้นปอเปี๊ยะเลี้ยงแมวอยู่แล้ว 4 ตัว พอรู้เรื่องการเลี้ยงแมวขณะตัวยังเล็กๆ คือต้องให้กินนมทุกหนึ่งถึงสองชั่วโมง แต่ต้องคอยระวังแมวบางตัวแพ้นมวัว ก็ต้องเปลี่ยนให้เขากินนมแพะแทน แล้วพอเห็นคุณป้าให้นมวัวก็อยากเลี้ยงเองกลัวเขาจะแพ้ ก็ทราบว่าทางคุณป้าเองก็ไม่อยากเลี้ยง จึงคุยกับคุณป้ากลางวันให้เลี้ยงไปก่อนเพราะเราต้องเรียน และจะมารับไปในช่วงกลางคืนทั้งสี่ตัว ทำอย่างนี้
ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ จนกระทั่งมันกินข้าวเป็นก็เลยเอามาเลี้ยงตั้งแต่นั้นมา และอ้วนเป็นแมวที่โตเร็วกว่าเพื่อน พอเรียนจบก็ย้ายไปอยู่ทาวน์โฮมพาทั้ง 6 ตัวไปอยู่ด้วย”
ปอเปี๊ยะ กล่าวว่า ในการเลี้ยงดูแมวทุกตัวจะมีชื่อเรียกประจำตัวเพื่อให้สะดวกในการเลี้ยง เช่น เปียกปูน สาคู นินจา อ้วน เป็นต้น โดยเฉพาะเหมียวอ้วนใครเห็นก็ชมว่าเป็นแมวไทยที่น่ารัก รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะกินเก่งแถมหวงกินอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแมวที่ดูสง่า แถมนิสัยน่ารัก แต่ชอบทำตัวยียวนกวนประสาทอยู่เรื่อย
“นิสัยของเหมียวอ้วนกวนมาก ชอบยั่วประสาท เช่น พอเราเรียกให้มาหาก็เดินมาอยู่นะ แต่พอใกล้ถึงเรากลับล้มตัวลงนอนร้องเหมียวๆ ต่อหน้าต่อตาเฉยเลย เราต้องเดินเข้าไปอุ้มเขาขึ้นมาเอง ทั้งยังเป็นแมวที่ชินกับการนอนหงาย ขณะที่อีก 5 ตัว ไม่ชินกับการนอนแบบนี้ นอกจากนี้เวลากินอาหารต้องมาก่อนใคร กินก่อนตัวอื่น เวลากินหวงมาก จะเอาหน้ามุดไปที่ถาดอาหารไม่ให้ใครแหย่หัวเข้ามากิน ตะกละ แต่ก็เป็นแมวที่สะอาดและน่ารัก ทุกครั้งที่ปอเปี๊ยะเข้าบ้านเขาจะเดินมาคลอเคลียที่ขาร้องเหมียวๆ บางคนอาจรู้สึกรำคาญ แต่เรากลับมองว่าน่ารักน่าเอ็นดู เห็นแล้วทำให้ยิ้มได้ แม้ในบางวันอาจจะเมื่อยล้ามาก็ตาม”
ในการเลี้ยงดู พิธีกรสาวกล่าวว่า ค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ โดยจะพยายามให้เขากินอาหารที่มีประโยชน์และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย พร้อมทั้งพาออกกำลังกายเกือบทุกวัน
“อ้วนเป็นแมวที่แข็งแรงไม่มีปัญหาหืดหอบเหมือนตัวอื่น แต่ที่เห็นตอนนี้คือตัวอ้วนไป เพราะว่ากินเก่ง ต่อไปอาจต้องคุมน้ำหนัก อย่างไรก็ตามในเรื่องอาหารจะให้เขาและตัวอื่นๆ กินอาหารที่มีประโยชน์และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จะระวังไม่ให้กินอาหารเค็ม เพราะมีผลเสียต่อไตได้
“ดังนั้น ถ้าวันไหนซื้อปลาก็จะไม่ซื้อปลาทูหรือปลาปรุงรส จะซื้อปลาน้ำจืดมาทอดให้กิน ส่วนน้ำเรากินอะไรก็ให้เขากินอันนั้น ช่วงนี้กินน้ำแร่ก็จะเอาน้ำแร่ให้เขากิน ถ้าให้เขากินน้ำประปาก็กระไรอยู่ เพราะเราเองเลี้ยงเขาเหมือนลูกเหมือนเพื่อนเหมือนสมาชิกคนหนึ่งในบ้านอยู่แล้ว พร้อมกันนั้นก็จะพาเขาวิ่งในบ้านอยู่บ่อยๆ จากชั้นหนึ่งขึ้นไปชั้นสาม จากชั้นสามลงมาชั้นหนึ่งเพื่อให้เขาปลดปล่อยบ้าง” พิธีกรคนเก่งเล่าถึงการเลี้ยงแมว


