
นันทิยา เล็กสมบูรณ์ บอกอ (นัก) คิด
เปิดสมองให้โล่ง เปิดใจให้กว้าง สองขาก้าวเข้ามา บอกอฟรีแมกกาซีน “คิด” กำลังรอเราอยู่
เปิดสมองให้โล่ง เปิดใจให้กว้าง สองขาก้าวเข้ามา บอกอฟรีแมกกาซีน “คิด” กำลังรอเราอยู่
เรื่อง วิชช์ญะ ยุติ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
คิด คิด คิด วันนี้จะชวนทุกคนไปคิด
เปิดสมองให้โล่ง เปิดใจให้กว้าง สองขาก้าวเข้ามา บอกอฟรีแมกกาซีน “คิด” กำลังรอเราอยู่
ไม่ได้ฝันอยากนั่งตำแหน่งบรรณาธิการ ไม่ได้ข้องแวะการทำนิตยสาร แต่เมื่อรู้ว่าชีวิตต้องเจอภารกิจอันแสนท้าทาย อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคาร “นันทิยา เล็กสมบูรณ์” ก็พร้อมเต็มที่กับงานชิ้นใหม่
“จริงๆ น่ะเรียนจบการตลาดการเงินที่จุฬา แล้วไปต่อโทการจัดการระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยเดนเวอร์” เธอเล่าย้อนขณะในมือถือผลงานมาหอบใหญ่ “ตอนนั้นทำงานแบงก์ค่ะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการทำนิตยสารหรอก พอทีซีดีซีเปิดโปรเจกต์ครีเอทีฟไทยแลนด์เลยลองมาสมัครดู ช่วงแรกยังไม่มีนิตยสาร เราก็ทำอยู่ฝ่ายข้อมูล จนหลายๆ คนเห็นว่าทีซีดีซีน่าจะมีสื่อสิ่งพิมพ์ เราก็เลยได้มาทำเต็มตัว”
ตุลาคมปีที่แล้ว นิตยสารชื่อสั้นๆ “คิด” ฉบับปฐมฤกษ์ได้มีโอกาสอวดโฉมต่อหน้าผู้อ่าน ภายใต้คอนเซปต์ “แจกฟรี” โดยเน้นย้ำตามสโลแกน “การสร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์”
“สองสามฉบับแรกนี่มีคำวิจารณ์เยอะมากกกก โดนเละเลยละ ก็พยายามจะรับฟัง เพราะนั่นเป็นกระจกสะท้อนให้กับเรา แต่ในฐานะคนทำงานต้องหนักแน่น สิ่งที่เราต้องยึดถือคือความชัดเจนและแสดงจุดยืนว่าตัวเราเป็นยังไง มันยากนะสำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์”
ผ่านมาถึงฉบับที่ 9 คิดแมกกาซีนยังคงไว้ซึ่งเนื้อหาที่เข้มข้น เปี่ยมไปด้วยสาระความรู้หลากหลาย เสพง่ายและสนุกสนาน โดยสอดแทรกในบทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ กรณีศึกษา รวมทั้งข้อมูลข่าวสารกิจกรรมน่าสนใจที่อัพเดตมาจากทั่วโลก เพื่อให้แฟนๆ ได้เกาะติดความเคลื่อนไหวแวดวงธุรกิจสร้างสรรค์
“คนจะคิดว่ามันหนักไป มันเป็นธุรกิจไป แต่ถ้าดูกันดีๆ เราว่ามันค่อนข้างจะครอบคลุมเรื่องอื่นด้วยนะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต การตลาด มันคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ทุกวัน ทุกเวลา มันยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นสิ่งที่เราสามารถนำไปต่อยอดได้”
ในยุคที่โลกได้ถูกย่อให้เล็กลง เราอาจเจอกับเรื่องราวแบบคาดไม่ถึงในนิตยสารเล่มบางนี้ บ่อยครั้งก็เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว หรือกระทั่งเป็นเรื่องของเราเองนั่นแหละที่พร้อมจะพลิกผันจากไอเดียบรรเจิดสู่รูปธรรมทางความคิด
“ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์เล็กๆ แค่ไม่กี่บรรทัด หรือไม่กี่ตัวอักษร จนถึงคัฟเวอร์สตอรี เราก็จะใช้ความรู้สึกว่าเราคือคนอ่านนะ อยากอ่านอะไรก็ต้องหาเรื่องนั้นมานำเสนอ เพราะขนาดเรายังไม่อยากอ่านเรื่องนี้ คนอ่านก็คงไม่ต่างกัน เขาก็อยากอ่านเรื่องที่เขากำลังสนใจ”
ความเป็นมือใหม่สร้างประสบการณ์ให้คนมานักต่อนัก ฟรีแมกกาซีนเล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน มันได้เปลี่ยนชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจกระโดดเข้ามาโลดแล่นในโลกนิตยสารเพียงเพราะชอบทดลอง อ้อแล้วก็รักหนังสือ ซึ่งเธอกล้าพูดได้เต็มปากว่า ชักหลงใหลกลิ่นอายน้ำหมึก เสียงเคาะแป้นคอมพิวเตอร์ การนั่งประชุมกองฯ การอ่านต้นฉบับและปรับแต่งเพิ่มเติมคอนเทนต์ เพื่อรอวันที่ผลงานสำเร็จเป็นรูปเล่มอย่างสมบูรณ์
“ครบรอบปีหนึ่งนี่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่น่าจะเป็นแบบค่อยๆ เปลี่ยนมากกว่าปุบปับ เพราะเราอยากให้เห็นถึงพัฒนาการของนิตยสารด้วย สิ่งที่ดีก็เอาไว้ อะไรไม่ดีที่หลายๆ คนติงมาน้อมรับและพร้อมจะเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วโอเคไหม เสียคอนเซปต์ หรือคาแรกเตอร์ตัวเองไหม อันนั้นละที่เราว่าสำคัญที่สุด”







