posttoday
นิทรรศการสุดศิวิไลซ์ ครั้งแรกในเอเชีย

นิทรรศการสุดศิวิไลซ์ ครั้งแรกในเอเชีย

24 พฤศจิกายน 2557

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สำหรับ “SIWILAI Presents Le Cabinet de Curiosites of Thomas Erber 2014 at Central Embassy”

โดย...พุสดี

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สำหรับ “SIWILAI Presents Le Cabinet de Curiosites of Thomas Erber 2014 at Central Embassy” ซึ่งเป็นงานนิทรรศการที่คนไทยควรภาคภูมิใจ เพราะ Le Cabinet de Curiosites โดย โทมัส เออร์เบอร์ คิวเรเตอร์ชื่อดังระดับโลกนั้น เป็นงานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จัดมาแล้ว 4 ครั้งในหลายเมืองที่สะท้อนไลฟ์สไตล์แห่งงานศิลป์และแฟชั่นอย่าง ปารีส ลอนดอน เบอร์ลิน และนิวยอร์ก ก่อนจะมาปักหมุดที่กรุงเทพฯ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในเอเชีย โดยร่วมมือกับคอนเซ็ปต์สโตร์ - ศิวิไล (SIWILAI)

ประสบการณ์ครั้งสำคัญที่คนไทยไม่ควรพลาด

เต้-บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และผู้ก่อตั้งศิวิไล มัลติแบรนด์สโตร์สัญชาติไทย ในฐานะผู้สร้างสรรค์งานใหญ่แห่งปี เล่าถึงที่มาของ
โปรเจกต์นี้ว่า ด้วยคอนเซ็ปต์ของตัวศูนย์การค้า ที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งสำหรับช็อปปิ้ง แต่เราอยากนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่มาเยือน จึงจัดงานในรูปแบบไลฟ์สไตล์เฟสติวัลที่พรั่งพร้อมไปด้วยนิทรรศการแสดงงานดีไซน์ ศิลปะ แฟชั่น และรูปถ่ายจากดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของโลก ตลอดจนการแสดงดนตรี พร้อมนำเสนออาหารชั้นเลิศจากสุดยอดเชฟระดับโลก ซึ่งทั้งหมดจะรังสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ผสมผสานความเป็นไทย

“งานครั้งนี้นับเป็นการสะท้อนจุดยืนของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ถึงความมุ่งมั่นในการเป็นไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งระดับเวิลด์คลาสแห่งเอเชีย ที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ระดับโลกให้แก่ลูกค้า และยืนยันในจุดยืนของศิวิไล คอนเซ็ปต์สโตร์สัญชาติไทยที่มุ่งเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซึ่งการร่วมมือกับผู้ทรงอิทธิพลในด้านศิลปะและแฟชั่นอย่าง โทมัส เออร์เบอร์ เป็นครั้งแรก ถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากที่เขาเห็นศักยภาพของกรุงเทพฯ และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี”

อย่างไรก็ตาม กว่านิทรรศการนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง บอกว่า ความยากและความท้าทายอยู่ที่การประสานงานกับศิลปินระดับแถวหน้าจากทั่วโลกกว่า 80 ชีวิต จากกว่า 20 ประเทศ จากหลากหลายวงการที่จะมาร่วมโชว์ผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 70 ชิ้น ให้มาอยู่ในกรอบคอนเซ็ปต์และเวลาเดียวกัน

“ปกตินิทรรศการที่โทมัสจัดไม่ได้มีศิลปินมากขนาดนี้ ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 20 คน ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการจัดนิทรรศการครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมาเลยก็ว่าได้ สำหรับศิลปินที่มาร่วม จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นศิลปินประจำที่ร่วมในนิทรรศการของโทมัสทุกปีอยู่แล้ว อีกส่วนที่เพิ่มขึ้นมาในปีนี้ คือ ศิลปินจากประเทศไทยจำนวน 20 แบรนด์ อาทิ ดิ โอนลี่ ซัน, จิม ทอมป์สัน, วิค ธีร์รัฐ ซึ่งผมเองก็มีส่วนช่วยโทมัสเลือกศิลปิน”

เต้ ยังบอกถึงสาเหตุที่เลือกเอาความเป็นไทยเข้ามาเป็นโจทย์ในการสร้างชิ้นงาน เพราะอยากให้นิทรรศการนี้เป็นสิ่งที่คนไทยรู้สึกเชื่อมโยง ขณะเดียวกันก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวต่างชาติ สำหรับของที่นำมาจัดแสดงสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ราคามีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้านบาท

“ถามว่าชิ้นไหนเป็นไฮไลต์ สำหรับผม คำตอบคือทุกชิ้น ผมอยากให้ทุกคนที่มางานนี้ได้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กลับไป หรือใครที่ซื้อของในงานไปเป็นที่ระลึก ผมว่าคุ้มนะสำหรับประสบการณ์สุดพิเศษนี้ อีกสิบปีหยิบมาดู ก็จำได้ว่าเมื่อสิบปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้รายได้ส่วนหนึ่งจากนิทรรศการยังมอบให้โครงการส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ร่วมสมัย และโครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านศิลปะและการออกแบบเพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชนหัตถกรรมด้วย”

กรุงเทพฯ คือเมืองแฟชั่นอันดับต้นๆ ของศตวรรษที่ 21

ขณะที่ โทมัส เออร์เบอร์ คิวเรเตอร์ชื่อดังระดับโลก เฉลยเหตุผลที่เลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า เดิมเขามีความตั้งใจอยู่แล้วที่จะหาที่จัดนิทรรศการในทวีปเอเชียเพราะที่ผ่านมา เขาจัดนิทรรศการมาแล้ว ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ ประกอบกับโดยส่วนตัวเขามองว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองแฟชั่นอันดับต้นๆ ในศตวรรษที่ 21 จึงตัดสินใจปรึกษากับทาง บรม ผู้บริหารเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งรู้จักกันตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว เพื่อร่วมมือกัน

สำหรับการคัดเลือกผลงาน โทมัส บอกว่า นิทรรศการนี้มีพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ คือ มิตรภาพ ตั้งแต่ตัวเขากับศิลปิน ซึ่งส่วนใหญ่ศิลปินที่มาร่วมนิทรรศการ เขารู้จักเป็นการส่วนตัว ดังนั้นเขาจึงมักตระเวนไปเยี่ยมเยียนศิลปินเหล่านี้อยู่เสมอ เพื่อดูผลงานใหม่ๆ และคัดเลือกชิ้นที่ถูกใจมาจัดแสดง เช่นเดียวกับตัวเขากับทางเอ็มบาสซี ก็เริ่มต้นโปรเจกต์นี้จากการเป็นเพื่่อนกับทางผู้บริหาร

ถามถึงความคาดหวังและวัตถุประสงค์ของการตระเวนจัดนิทรรศการไปยังแลนด์มาร์กสำคัญทั่วโลก โทมัสบอกว่า ด้วยความที่เขาเป็นนักข่าวมาก่อน ทำให้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ศิลปินมากมาย แต่วันหนึ่งเขารู้สึกว่า แทนที่จะสัมภาษณ์ศิลปินทีละคน น่าจะนำผลงานของพวกเขามารวมกัน และสื่อสารออกไปยังคนภายนอกในรูปแบบใหม่ดีกว่า

“ผมเลือกที่จัดนิทรรศการ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการนำผลงานของศิลปินมาแสดงรวมกัน แล้วให้คนที่สนใจมาดู สำหรับผมถือเป็นการสื่อสาร
รูปแบบใหม่ ที่ยังไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน สำหรับจุดหมายต่อไปในการทำนิทรรศการ ผมยังอยู่ระหว่างตัดสินใจ ขณะนี้มี 3 จุดหมายในใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ทวีปเอเชีย”

แบรนด์ไทยโชว์ผลงานระดับ

เวิลด์คลาส

นพปฎล พหลโยธิน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ จิม ทอมป์สัน เปิดเผยว่า โจทย์ที่เราให้กับศิลปิน คือ นำเสนอมุมมองความเป็น “ไทย” โดยเปิดกว้างและให้อิสระศิลปินในการใช้ความคิดสร้างสรรค์และตีความได้อย่างเต็มที่ ซึ่ง “โอลิวิเย่ร์ บูเรล” หรือที่รู้จักกันในนาม “ออเกร
ออเนอร์” (Ogreoner) ได้สะท้อนคาแรกเตอร์อันโดดเด่นของเขาออกมาเป็นลายกราฟฟิตี้ “นาคา พิทักษ์ - Naga Pitak” ที่สร้างสรรค์ลายเส้นจากแท่งชอล์กและละอองสีสเปรย์พ่นลงบนเฟรมผ้าไหมขนาดใหญ่กว่า 4x6 เมตร   

ขณะที่ วิค-ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน เป็นอีกหนึ่งดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับเลือกให้ทำชิ้นงานสุดพิเศษมาโชว์ในงาน โดยแบรนด์วิค ธีร์รัฐ เลือกนำเสนอ “ชุดดำน้ำ” (Wet Suit) วิค เล่าว่า มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ได้จากการติดต่อของศิวิไลให้มาร่วมออกแบบผลงาน

“คอนเซ็ปต์ในการสร้างชิ้นงานของเรา คือ อยากให้ชุดดำน้ำมีความทันสมัย และฉีกจาก
รูปแบบเดิมๆ ของชุดดำน้ำ ให้แฟชั่นสะท้อนความเป็นไลฟ์สไตล์ของคนคนนั้นจริงๆ ซึ่งการทำชิ้นงานนี้มีความท้าทายทั้งในการออกแบบและการตัดเย็บ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ไม่เคยใช้มาก่อน ถามว่าใช้เวลานานมั้ย ไม่เลย เพราะผมชอบดำน้ำอยู่แล้ว จึงรู้ข้อจำกัดของการดำน้ำเป็นอย่างดี ซึ่งในชุดนี้เราใช้วัสดุ Neoprene ความหนา 0.3 mm. ซึ่งเป็นความหนาที่เหมาะสมกับการดำน้ำในทะเลไทยมากที่สุด”

ร่วมสัมผัสกับประสบการณ์น่าตื่นตาตื่นใจ SIWILAI Presents Le Cabinet de Curiosites of Thomas Erber 2014 ได้ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้-21 ธ.ค. รับรองมีของสวยๆ งามๆ ให้ชมเพลินๆ เพียบ ที่สำคัญผลงานที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นชิ้นหายาก บางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ถึงไม่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ แต่แค่มาเก็บความทรงจำก็ถือว่าคุ้มแล้ว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา